บริการข่าวไทยรัฐ

รถยนต์ไฟฟ้ามาแรง เทสลาแซงหน้าจีเอ็มแล้ว

ก็ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ เมื่อราคาหุ้นน้องใหม่ รถยนต์ไฟฟ้าเทสลา พุ่งแซงหน้าบริษัทรถยนต์รุ่นเก่าอย่าง จีเอ็ม มอเตอร์ ฟอร์ด มอเตอร์ ไปอย่างไม่เห็นฝุ่นเมื่อต้นสัปดาห์นี้ ราคาหุ้นเทสลาพุ่งขึ้นไปถึง 313.73 ดอลลาร์ 10,980.55 บาท ส่งผลให้ มูลค่าตลาดเทสลาพุ่งขึ้นไปถึง 51,170 ล้านดอลลาร์ 1.79 ล้านล้านบาท สูงสุดในธุรกิจรถยนต์ แซงหน้าบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่รุ่นเก่าอย่าง จีเอ็ม มอเตอร์ ซึ่งราคาหุ้นอยู่ที่ 33.92 ดอลลาร์ มูลค่าตลาดอยู่ที่ 51,100 ล้านดอลลาร์ 1.788 ล้านล้านบาท

ในแง่ของ ส่วนแบ่งตลาด วันนี้ รถยนต์จีเอ็ม ยังครองตลาด อันดับ 1 ร้อยละ 17.3 ขณะที่ รถยนต์เทสลา มีส่วนแบ่งในตลาดเพียงนิดเดียว ร้อยละ 0.2 เท่านั้น

การที่มาร์เก็ตแคบของ บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าเทสลา จาก ซิลิคอน วัลเลย์ ที่เพิ่งก่อตั้งมาไม่นานนี้เอง ผลประกอบการปีที่แล้วก็ยังขาดทุนหุ้นละ 1.25 เหรียญ แต่ราคาหุ้นและมูลค่าตลาดกลับไล่แซงรุ่นพี่อย่าง จีเอ็ม บริษัทผลิตรถยนต์แบบดั้งเดิมอายุกว่า 100 ปี สะท้อนให้เห็นถึง “การไล่ล่าของอนาคต” ที่กำลังมาแรงและเร็ว จนอุตสาหกรรมรถยนต์รุ่นเก่าตั้งตัวไม่ทันเลยทีเดียว

นี่คือ แนวโน้มของโลก ที่กำลังวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ใครวิ่งช้าก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และล้มหายตายจากกันไป ไม่มีใครสนใจมองหลัง ทุกคนต่างก็วิ่งไปข้างหน้า เพื่อไล่ล่าอนาคต ที่กำลังวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

ยิ่งเห็นอนาคต ผมก็ยิ่งเป็นห่วงสังคมไทยที่ล้าหลังทุกด้าน รวมทั้ง “ความคิดแบบสากล” ในขณะที่ นักเรียน ม.1 อนาคตของประเทศไทย 4.0 ในอีก 10 ปีข้างหน้า ยิ่งล้าหลังมาก ทำสถิติสอบตกทุกวิชาที่เรียนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ วิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ที่เป็นศาสตร์แห่งอนาคต แต่ก็ไม่เห็น รัฐบาล และ กระทรวงศึกษา แสดงความอนาทรร้อนใจอะไร นอกจากคำพูดหวานฉ่ำปลอบใจไปวันๆ

ปีนี้ อีลอน มัสค์ ซีอีโอผู้ก่อตั้งเทสลา จะเริ่มส่งมอบ รถยนต์ไฟฟ้าเทสลาโมเดล 3 ที่ขายดิบขายดีคันละ 35,000 ดอลลาร์ 1.225 ล้านบาท ปีหน้าจะต้องส่งมอบอีก 500,000 คัน ส่งผลให้รถยนต์ไฟฟ้ามีส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์สหรัฐฯมากขึ้น

อีลอน มัสค์ ไม่เพียงสร้าง รถยนต์ไฟฟ้า ขึ้นมาเป็นรถยนต์แห่งอนาคตเท่านั้น แต่ยังได้ซื้อบริษัท โซลาร์ซิตี้ ผู้ผลิตแผงโซลาร์เซล เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองในบ้านเรือนและสำนักงาน และพัฒนา “หลังคาโซลาร์เซล” ขึ้นมาจนขายดิบขายดี พร้อมกับการผลิต แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เพื่อใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า และกักเก็บพลังงานไฟฟ้าจากหลังคาโซลาร์เซล เพื่อใช้ในบ้านและในสำนักงาน ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในหลังคาบ้านเรือนและสำนักงาน ไปจนถึงธุรกิจผลิตไฟฟ้าในสหรัฐฯ

ทำให้ “พลังงานแสงแดด” กลายเป็น “พลังงานไฟฟ้าในอนาคต” ที่จะเข้ามาแทนที่พลังงานไฟฟ้าจากฟอสซิลแบบดั้งเดิม

ผมเขียนสนับสนุนการผลิต รถยนต์ไฟฟ้า และ แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ในคอลัมน์นี้ไปหลายครั้ง วันนี้ก็มีข่าวที่น่ายินดีว่า จะมีการตั้ง โรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ขึ้นในประเทศไทยแล้ว แต่เป็นความร่วมมือของบริษัทเอกชนด้วยกัน

โครงการนี้ คุณเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ ไทย เปิดเผยหลังลงนามบันทึกข้อตกลงกับ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อจัดตั้ง นิคมอุตสาหกรรม New S-Curve นำร่องด้วยการตั้ง โรงงานผลิตแบตเตอรี่ Energy Storage หรือ แบตเตอรี่สำหรับกักเก็บไฟฟ้า เพื่อต่อยอดไปสู่การผลิต แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า คาดว่า ภายใน 5 ปี มูลค่าจะเพิ่มเป็น 10 เท่าจากปัจจุบันเป็น 500,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3.6 ของจีดีพีประเทศ

แค่ฟังผมก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว ดีใจที่เห็นเอกชนไทยเดินมาถูกทางแล้ว ก่อนจะถูกอนาคตไล่ล่าแล้วทิ้งไว้ข้างหลัง เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นกับจีเอ็มและฟอร์ดในวันนี้.

“ลม เปลี่ยนทิศ”