บริการข่าวไทยรัฐ

เตรียมรับอิทธิฤทธิ์ทรัมป์

หลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย อาจจะหายใจไม่ทั่วท้องไปตามๆกัน หลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา เนื่องจากเขาประกาศนโยบายแข็งกร้าว เกี่ยวกับการค้ากับต่างประเทศ จึงกังวลกันว่าอาจนำไปสู่การกีดกันการค้า หรือถึงกับเป็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับนานาชาติ

แต่ใน 100 วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง ทรัมป์ยังไม่เริ่มนโยบายการค้า มัวไปทะเลาะกับศาลและรัฐสภาของสหรัฐฯเอง เสียเวลาไปมาก เริ่มด้วยการออกคำสั่งฝ่ายบริหาร ห้ามชาวมุสลิมจาก 6 ประเทศเข้าสหรัฐฯ แต่ล้มเหลวเพราะศาลหรือฝ่ายตุลาการขัดขวาง แม้แต่การล้มนโยบายประกันสุขภาพโอบามาก็ไปไม่รอด เพราะสภาไม่เล่นด้วย

ประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่งจะเปิด ฉากนโยบายการค้าใหม่ ก่อนสั่งให้ยิงขีปนาวุธถล่มซีเรียไม่กี่วัน ด้วยการประกาศรายชื่อ 16 ประเทศ ซึ่งได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐฯ ขู่ว่าจะตอบโต้มาตรการการค้า มีชื่อไทยรวมอยู่ด้วย รวมทั้งประเทศยักษ์ใหญ่ยักษ์เล็ก เช่น ญี่ปุ่น เยอรมนี ฝรั่งเศส เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย

แต่ทางการไทยปลอบใจว่าอย่าเพิ่งตื่นเต้น เพราะไทยเป็นเพียงคู่ค้าเล็กๆของสหรัฐฯ ไม่ใช่คู่ค้ารายใหญ่ เป้าหมายสำคัญของทรัมป์คือจีน ซึ่งได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐฯกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์ ซ้ำยังเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่สุด และสหรัฐฯยังไม่ได้ตอบโต้ในทันที จะต้องใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลอีก 90 วัน แต่ฝ่ายที่ร้อนใจที่สุดของไทยคือภาคเอกชน

สหรัฐฯกับจีนเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย ทั้งสองประเทศเป็นตลาดส่งออกของไทยประเทศละ 11% ในปี 2559 ที่ผ่านมา ไทยส่งออกไปสหรัฐฯมูลค่า 29.49 พันล้านดอลลาร์ และนำเข้า 10.57 พันล้านดอลลาร์ แต่เป็นการค้าที่มีการแข่งขันโดยเสรี ไม่ใช่การค้าที่ไม่เป็นธรรม มีสินค้าไทยแค่ 10% ที่ได้รับสิทธิพิเศษ

แต่เรื่องที่คณะกรรมการรวมภาค เอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กังวลก็คือ นโยบายทรัมป์อาจกระทบการส่งออกสินค้าไทย ที่ได้รับสิทธิพิเศษ สินค้าที่ไทยส่งไปจีนและจีนนำไปผลิตและส่งขายต่อสหรัฐฯ และไทยมีจุดอ่อนในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา การประมงผิดกฎหมาย แรงงานผิดกฎหมาย อาจกระทบการส่งออกอาหารทะเลไปสหรัฐฯปีละหลายหมื่นล้านบาท

อิทธิฤทธิ์ของทรัมป์เริ่มสะเทือนถึงไทย ในอดีต ไทยเคยขาดดุลการค้าสหรัฐฯต่อเนื่องหลายทศวรรษ แต่เราไม่มีอิทธิฤทธิ์ที่จะตอบโต้ เมื่อไทยได้เปรียบดุลการค้าบ้าง จะถูกคิดบัญชีหรือไม่? ต้องเตรียมรับมือต่อไป ถ้าเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯที่มาจากการเมือง อาจจะเข้าใจและเห็นใจไทย ตามสมควร เพราะเคยล่มหัวจมท้ายกันมานาน แต่ทรัมป์คือนักธุรกิจมหาเศรษฐี.