บริการข่าวไทยรัฐ

ความอดอยาก อาจเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังจะเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าเพื่อหาทุนสร้างวัดวชิรธรรมาวาส (วัดเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 4) ในวันพฤหัสบดีที่ 20 กรกฎาคม 2560 เวลา 10.00-15.00 น. ท่านใดสนใจร่วมเป็นเจ้าภาพ ติดต่อที่สถาบันฯหรือคุณเฉลิมพจน์ มั่นมะโนรัฐ 09-5423-9515

เมียนมาในอดีตเคยมีจลาจลต่อต้านชาวอินเดียเมื่อ พ.ศ.2473 และ 2481 และจลาจลต่อต้านชาวจีนเมื่อ พ.ศ.2510 ทำให้คนอินเดียและคนจีนซึ่งทำมาค้าขายเก่งทั้งคู่ต้องออกนอกประเทศ

ในยุคสมัยหนึ่ง อังกฤษไม่ส่งเสริมให้คนเมียนมาทำงานราชการและเอกชน แต่ใช้คนอินเดียทำแทน ตั้งแต่แพทย์ นักกฎหมาย ข้าราชการ ที่มีคนอินเดียทำงานอยู่มากที่สุดก็คือ ในกรมตำรวจและการรถไฟ คนอินเดียที่ไม่มีความรู้และทักษะชั้นสูงก็ไปเป็นกุลีก่อสร้าง กรรมกรท่าเรือ หรือคนรับจ้างหักร้างถางพงแปลงป่าให้กลายเป็นแหล่งเพาะปลูก

บางช่วงมีชาวอินเดียเข้าไปทำงานในเมียนมามากถึง 4 แสนคน นายทุนอินเดียจำนวนหนึ่งไปปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยร้อยละ 15-30 ต่อปี ภาคใต้ของเมียนมาพวกอินเดียปล่อยเงินกู้ในอัตราสูงถึงร้อยละ 46 ต่อปีเลยทีเดียว

เป็นเรื่องยากที่คนเมียนมาจะหาสตางค์มาใช้คืนได้ทัน ชาวนาเมียนมาส่วนใหญ่ประสบภาวะติดหนี้ติดสินไม่รู้จบ ที่ดินจำนวนมากจึงตกไปอยู่ในมือของคนอินเดีย ภายหลังรัฐบาลเมียนมาเปลี่ยนการทำสัญญาประเภทต่างๆ ให้เป็นแบบตะวันตก ใช้ศัพท์สูงในสัญญา สูงจนชาวบ้านทั่วไปอ่านไม่เข้าใจ ทำให้การสูญเสียที่ดินของคนเมียนมาเกิดเร็วขึ้น

ชาวเมียนมาจำนวนมากต้องออกจากที่ดินของตนไปอยู่ในเมือง ไปเผชิญกับภาวะหนี้สินและการว่างงาน ต้องเปลี่ยนสถานะทางสังคมจากเจ้าของที่ดินไปเป็นคนต่ำต้อยในเมือง สถิติอาชญากรรมเกิดขึ้นสูงมาก สังคมดั้งเดิมของเมียนมาล่มสลายทำให้ศีลธรรมของชุมชนเสื่อม ตามหมู่บ้านก็เต็มไปด้วยคนอินเดียที่อพยพเข้ามาเป็นเจ้าของที่ดินรายใหม่

รัฐบาลพยายามแก้ไขกฎหมายเพื่อไม่ให้เกษตรกรต้องเสียที่ดิน แต่ทุกครั้งที่เสนอร่างพระราชบัญญัติเข้าไปในสภา ก็มักจะถูกต่อต้านโดย ส.ส.ชาวเมียนมาที่เป็นเจ้าของที่ดินรายใหญ่ และนายทุนอินเดียที่มีบุญคุณให้ความช่วยเหลือนักการเมืองเมียนมา

รัฐบาลบริหารประเทศไม่เป็น ทำให้เศรษฐกิจเมียนมาทรุด ราคาข้าวต่ำ ทว่าราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ผลิตโดยคนอินเดียและคนจีนกลับมีราคาสูงขึ้น เมื่อราคาข้าวต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ภาวะเครียดทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันตามหมู่บ้าน และกระจายไปสู่กรรมกรชาวเมียนมาและอินเดียในกรุงย่างกุ้ง ตีกันเพียง 2 วัน มีคนเสียชีวิตหลายร้อย

การจลาจลลามเข้าไปในคุก นักโทษเมียนมาฆ่าผู้คุมเชื้อสายอินเดีย การจลาจลต่อต้านชาวอินเดียที่เกิดขึ้นในเมียนมาครั้งนั้นไม่ได้มีปัญหามาจากการเมือง ไม่มีการเตรียมการหรือวางแผนล่วงหน้า ทว่าเกิดจากความยากจนข้นแค้น ความไม่มีงานทำ การเป็นหนี้ล้น พ้นตัว อย่างที่ไม่มีทางลืมตาอ้าปากพลิกฟื้นชีวิตขึ้นมาใหม่ได้

แม้ว่าคนอินเดียส่วนใหญ่ในเมียนมาจะมีสถานะทางเศรษฐกิจสูง และเป็นข้าราชการตามกระทรวงทบวงกรมต่างๆ แต่เมื่อความอดอยากยากแค้นเข้าคุกคามชีวิต คนเมียนมาก็ลุกขึ้นมาต่อต้านทำร้าย สุดท้ายชาวอินเดียกว่าครึ่งก็ต้องออกไปจากแผ่นดินเมียนมา

เช่นเดียวกับเมื่อ พ.ศ.2510 คนเมียนมาเข้าไปทำร้ายฆ่าฟันและปล้นสะดมร้านค้าอาคารบ้านเรือนของคนจีน สาเหตุเกิดจากสภาวะบ้านเมืองตอนนั้นอดอยากยากแค้น คนจีนที่เป็นพ่อค้ายังกล้ากักตุนสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อนำไปขายในตลาดมืดซึ่งได้ราคาที่แพงกว่า สุดท้ายคนจีนในเมียนมาก็ต้องอพยพออกนอกประเทศเหมือนกัน

มนุษย์เรานะครับ เรื่องอะไรก็ยอมกันได้เกือบทั้งหมด ยกเว้นเรื่องความอดอยากปากแห้ง เรื่องความหิวโหยของตนและของผู้คนในครอบครัว สิ่งเหล่านี้ทำให้มนุษย์ทำได้ทุกอย่างโดยไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน

ไม่จำเป็นต้องมีใครไปปลุกระดมเพื่อให้เกิดการจลาจล เมื่อความอดอยากยากแค้นเกิดขึ้นถึงที่สุด ทุกอย่างก็จะลุกเป็นไฟขึ้นมาเองทุกอย่างจะเลวร้ายไปโดยธรรมชาติ เรื่องเล็กก็กลายเรื่องใหญ่ น้ำผึ้งเพียงหยดเดียวก็ทำให้ชาติบ้านเมืองหายนะได้.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com