บริการข่าวไทยรัฐ

คำสั่งไม่ถูกที่คัน

ก็เพราะเป็นประเทศที่อุบัติเหตุบนท้องถนนนอนตายเกลื่อนกลาดมากที่สุดในโลก เฉพาะเมื่อ 2 ปีก่อน เสียชีวิตไปแล้วเกือบ 150,000 ศพ ในจำนวนนี้ 6,755 ราย ตายเพราะเมาแล้วขับ

รัฐบาลก็ไม่นิ่งเป็นจ่าเฉย ออกมาตรการเข้มงวดกว่าที่เคยๆ กับคนดื่มแล้วขับ จะถูกสั่งปรับ 10,000 รูปี แล้วเข้าซังเตด้วย แต่ไม่เห็นเกิดมรรคผล ทิศทาง หรือแนวโน้มคนดื่มลดน้อยลง

ขณะเดียวกัน การขยายตัวของสังคมชนชั้นกลางก็เอื้อให้ตลาดอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของมึนเมาสดใสวิบวับ อย่างเมื่อปีกลาย จากข้อมูลคร่าวๆของ “ยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล” ยอดจำหน่ายแอลกอฮอล์ 40,000 ล้านเหรียญดอลลาร์ มีมูลค่าตลาดรายใหญ่เป็นอันดับ 8 ของโลก และเป็นที่คาดว่าแต่ละปี ตลาดจะขยับเพิ่มสูงขึ้น 6% ในอีก 4 ปีข้างหน้า

ซึ่งดูเหมือนจะได้อย่างเสียอย่างและแล้ว...เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ผู้พิพากษาศาลสูงสุด ณ ดินแดนส่าหรี ทุบค้อนเปรี้ยง!! สั่งห้ามร้านค้า ผับ บาร์ ภัตตาคาร โรงแรม จำหน่ายเหล้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายในรัศมี 500 ม.ของถนนใหญ่ หวังแก้ปัญหาเมาแล้วซ่า กลายเป็นมนุษย์ตีนผี

ผลลัพธ์น่ะเหรอ...กระทบเป็นพรวน ตั้งแต่เจ้าของกิจการหลายพันแห่ง ที่ต้องพับเก้าอี้ ปิดประตูเจ๊งระนาว ลามถึงพนักงานออฟฟิศ จากที่เคยหาอะไรดื่มหลังเลิกงานง่ายๆ ก็ยากขึ้น และยิ่งหนักกว่านั้น นักท่องเที่ยวหัวเสียกันหมด ตลาดหุ้นของ “ยูไนเต็ด สปิริต” ผู้ผลิตวิสกี้แบล็ค เลเบิ้ล และวอดก้า
สเมอร์นอฟในตลาดหลักทรัพย์เมืองมุมไบ ตกฮวบราว 9% ทันทีที่คำสั่งห้ามออกมา

ผับดังๆ เดอะ เบียร์ คาเฟ่ ที่ปกติวันทำงานจะมีลูกค้าแวะเวียนคนละกรึ๊บ สองกริ๊บ ราว 200 คน ถ้าเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ราว 250 คน “แต่พอเป็นแบบนี้ แทบไม่มีคนเข้าร้าน จะมาทำไม ถ้าไม่มีเบียร์ในร้านเบียร์ คาเฟ่” ชาฮิรา ข่าน ผช.ผจก.บ่นอุบ

หลายคน แต่ไม่บอกชื่อ รุมยำแนวคิด รบ.ว่า “แทนที่จะออกกฎหมายเข้มงวดจับคนเมาแล้วขับ แต่กลับมาบอกว่า อย่าขายเหล้าเลย เหมือนบอกชาวบ้านว่า ข้างนอกมีแก๊งหื่นกาม พวกผู้หญิงอย่าออกไปนะ...มันเกาถูกที่คันไหม!!”

ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ