
'พิชิต' ยืนยัน คมนาคมไม่มีนโยบายขึ้นค่าโดยสาร โดยเฉพาะรถตู้ที่ถูกปรับเบาะเหลือ 13 ที่นั่ง เผยปัจจุบันค่าโดยสารจะคำนวณมาจากราคาน้ำมัน ไม่ได้คำนวณจากที่นั่ง
เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 60 นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ตอนนี้รถตู้โดยสารสาธารณะได้ติดระบบจีพีเอส ครบ 100% เต็มแล้ว ส่วนภาพรวมการติดตั้งระบบจีพีเอสทั้งระบบ ขณะนี้อยู่ที่ 90% เนื่องจากมีรถบางส่วนได้ทำการหยุดวิ่ง จึงไม่ได้ติดตั้งระบบจีพีเอส
ส่วนการปรับเปลี่ยนเบาะที่นั่งรถตู้โดยสารสาธารณะให้เหลือ 13 ที่นั่ง ตามประกาศ การขนส่งทางบก ขณะนี้ถือว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งผู้ประกอบการรถตู้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งในส่วนข้อห่วงใยของประชาชนที่กังวลว่า เมื่อเบาะที่นั่งรถลดลงแล้ว ผู้ประกอบการจะปรับขึ้นค่าโดยสารนั้น ขอยืนยันว่า ขณะนี้กระทรวงฯ ไม่มีนโยบายที่จะให้มีการปรับขึ้นค่าโดยสารแต่อย่างใด เนื่องจากค่าโดยสารที่ใช้ในปัจจุบันมาจากการคำนวณต้นทุนในเรื่องของน้ำมัน ไม่ได้คำนวณจากที่นั่ง
"กระทรวงคมนาคม ขอยืนยันว่า ขณะนี้จะไม่มีการอนุญาตให้ปรับขึ้นค่าโดยรถตู้แน่นอน เนื่องจากค่าโดยสารที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมาจากการคำนวณต้นทุนของน้ำมัน ไม่เกี่ยวกับเบาะที่นั่ง และผมเชื่อว่าในขณะนี้ ซึ่งถือเป็นเทศกาลสงกรานต์ ผู้ประกอบการ ก็น่าจะได้ประโยชน์และกำไรเพิ่มขึ้นจากจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาล"
นายพิชิต กล่าวอีกว่า จากสถิติอุบัติเหตุเทศกาลสงกรานต์เมื่อปี 2559 พบว่ามีคนไทยเสียชีวิต 442 คน อายุเฉลี่ยระหว่าง 25-35 ปี บาดเจ็บ 3,656 คน รวมทั้งปีมีอุบัติเหตุทางถนนสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยมีสาเหตุหลัก จากการเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว ง่วงแล้วขับ ขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด ไม่สวมหมวกกันน็อก การฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร กินยา ขอร้องผ่านไปยังประชาชนที่จะเฉลิมฉลองในสงกรานต์นี้ ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เมาก็อย่าขับเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง และเพื่อนร่วมทาง หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม ยังได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง บขส. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รวมทั้งผู้ประกอบการรถร่วมบริการ ต้องเข้มงวดและกวดขันกับพนักงานขับรถให้ปลอดจากแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์ 0 มิลลิกรัม การขับรถเร็ว การโทรศัพท์ระหว่างขับ หากพบพนักงานขับรถมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน จะมีการลงโทษสถานหนักถึงขั้นไล่ออก ตัดเงินเดือน หรือพักงาน
"ผู้ขับขี่รถสาธารณะเป็นบุคคลที่ต้องรับผิดชอบชีวิตผู้อื่นเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีมาตรฐานในการขับขี่รถที่สูงกว่าผู้ขับขี่ทั่วไป การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แม้เพียงเล็กน้อย ถือเป็นเจตนาที่จะละเมิดกฎแห่งความปลอดภัย ถือเป็นความผิดสำเร็จ แล้วดื่มสุราในขณะปฏิบัติหน้าที่ ผิดกฎหมายขนส่งโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"