วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส่องทัศนะคนลูกหนัง กับความคาดหวังกุนซือ 'ช้างศึก' คนใหม่

หลังจากอดีตศูนย์หน้าจอมตีลังกา ประกาศไขก๊อกอำลาตำแหน่งกุนซือทีมชาติไทยแบบช็อกแฟนบอล เนื่องจากผลงานในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้ายโซนเอเชียไม่เป็นใจนัก แพ้ไปแล้วถึง 6 จาก 7 เกม รั้งอยู่ในอันดับสุดท้ายของกลุ่ม บี...

นั่นจึงเป็นกระแสข่าวที่ครึกโครม และถูกจับตามองอย่างกว้างขวางจากนั้นแฟนบอลชาวไทย รวมถึงสื่อหลายสำนักในเอเชีย ที่เกาะติดกระแสความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และที่ยิ่งน่าติดตามมากกว่าเดิม คือมีเหล่าบรรดากุนซือชื่อดัง ร่อนโปรไฟล์เข้ามายังสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เพื่อเสนอคุมทัพช้างศึกกันอย่างเอิกเกริก ชนิดที่ไม่เคยเกิดชึ้นมาก่อน

โดยรายชื่อของเฮดโค้ชชื่อดังระดับโลกที่พัวพันกับทีมชาติไทยนนั้น มีอยู่ด้วยการหลายราย ไม่ว่าจะเป็น อเลฮันโดร ซาเบลลา, ฟิลิปป์ ทรุสซิเยร์, เคลาดิโอ รานิเอรี, ซิโก้ (บราซิล), ดุงก้า, มิโลยาน ราเยวัค, มาโกโตะ เทกุระโมริ, เรเน มูเลนสตีน, ดราแกน ทารายิช หรือแม้แต่คนคุ้นเคยอย่าง วินฟรีด เชเฟอร์ ก็ร่วมติดอยู่ในโผรายชื่อด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะมีความชัดเจนออกมาจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในการแต่งตั้งกุนซือคนใหม่ ทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปส่องความคิดเห็นของคนเหล่าสื่อมวลชนสายฟุตบอลไทย และอดีตนักเตะทีมชาติไทยว่า มีความคาดหวังอย่างไรกับ ว่าที่กุนซือช้างศึกคนต่อไป

วิรวิชญ์ เจริญเชื้อ (ผู้สื่อข่าวกีฬา-ไทยรัฐทีวี)

ผู้สื่อข่าวและผู้บรรยายกีฬาจากไทยรัฐทีวี ที่เกาะติดทีมชาติไทยมาอย่างยาวนานหลายปี เผยว่า ส่วนตัวแล้วอยากได้โค้ชญี่ปุ่นมาทำทีมชาติไทย เพราะอย่างแรกคือสมาคมฟุตบอลไทย มีความสนิทสนมกับทางญี่ปุ่น อย่างที่สองคือ มาโกโตะ เทกุระโมริ เคยพาทีมแข่งขันที่เมืองไทยบ่อยในหลายๆ ชุด ทั้งในระดับสโมสรหรือทีมชาติ ทำให้มองว่าเขาได้ศึกษานักฟุตบอลไทยมาพอสมควร และถ้าเขามีโอกาสได้มาทำงานก็น่าจะไปกันได้ดี อีกอย่างคืออุปนิสัยของคนเอเชียมีความคล้ายคลึงกัน ส่วนโค้ชคนอื่นๆ ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่การปรับตัวอาจจะต้องใช้เวลามากกว่า

นอกจากนี้ ยังอยากให้ใช้ 3 เกมที่เหลือในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก เป็นตัวประเมินผลงานไปด้วย เพราะถึงแม้เราจะตกรอบไปแล้ว แต่ยังมีผลในเรื่องของขวัญกำลังใจ และที่สำคัญคือใน 3 เกมดังกล่าว ยังมีคะแนนฟีฟ่าให้เก็บอีกมาก ซึ่งจะส่งผลต่อการจัดอันดับในเอเชียน คัพ 2019 ที่กำลังจะมาถึงในอีก 2 ปีหลังจากนี้ นอกจากนี้ยังมีเกมอุ่นเครื่องฟีฟ่า เดย์ ที่น่าจะเป็นจุดชี้วัดสำคัญว่า ฟุตบอลไทยดีขึ้นหรือไม่หลังจากมีการเปลี่ยนโค้ช

ฐิติพงศ์ อ่อนไสว (ผู้สื่อข่าวกีฬา TNN24 - ผู้บรรยายฟุตบอล ทรู วิชั่นส์)

หนึ่งในผู้บรรยายเกมลูกหนังไทย และผู้สื่อข่าวที่ตามทำข่าวทีมชาติไทยในศึกคัดบอลโลก 2018 ทั้ง 7 เกมที่ผ่านมา ชี้ว่า สำหรับกุนซือคนใหม่ของทีมชาติไทยนั้น อย่างแรกเลยคือเรื่องระเบียบวินัยต้องมาก่อน เพราะ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ปูพื้นฐานเอาไว้ค่อนข้างดีในเรื่องนี้ รวมถึงต้องทำการบ้านมาก่อนว่านักเตะไทยเป็นอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็น มาโกโตะ เทกุระโมริ ที่มีความใกล้ชิดกับประธานเทคนิคของไทย หรือ เคลาดิโอ รานิเอรี ก็น่าจะทำงานกับนักเตะไทยได้ เพราะมีจิตวิทยาที่ดี ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะเคยคุมทีมชาติกรีซแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ก็ไม่ได้แปลว่าจะทำทีมชาติอื่นไม่สำเร็จ เพราะฟุตบอลขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาสมากกว่า

ส่วนประเด็นที่ถามว่าควรรีบเร่งตั้งกุนซือคนใหม่หรือไม่ ผู้สื่อข่าวจาก TNN24 กล่าวว่า จริง ๆ ต้องให้เวลาสมาคมฯ ในการคัดเลือกและสรรหาอย่างดีที่สุด เหมือนตอนที่สรรหาทีมงาน เอคโคโน มาทำงานในระดับเยาวชน ก็ต้องทำการบ้านและหาข้อมูลให้แน่ใจว่าสิ่งที่เลือกมาดีที่สุดแล้ว และไม่แน่ว่าในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกอีก 3 เกม อาจจะยังไม่มีเฮดโค้ชถาวร แต่อาจจะเป็นแค่โคัชขัดตาทัพก็ได้

ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน (อดีตกองหน้าทีมชาติไทย)

เพชฌฆาตหน้าหยกผู้เป็นตำนานของทีมชาติไทย แสดงทัศนะเกี่ยวกับว่าที่กุนซือช้างศึกว่า “ขึ้นอยู่กับว่าสมาคมจะเลือกอย่างไร เพราะมีทั้งทั้งระยะสั้นและระยะยาว และต้องเลือกว่าจะใช้โค้ชไทยหรือโค้ชต่างประเทศ แต่ถ้าเป็นโค้ชต่างประเทศให้ทำแค่ 3 นัดเขาจะมาหรือเปล่า ตรงนี้เป็นโจทย์ที่ต้องมาคุยกัน ซึ่งพี่เฮงในฐานะประธานเทคนิค ซึ่งรู้เรื่องฟุตบอลเป็นอย่างดี ก็น่าจะรู้ว่าฟุตบอลไทยต้องการแบบไหน ขาดอะไรอยู่ น่าจะเอาตรงไหนมาช่วยเสริม หรือทำให้สิ่งที่ดีอยู่แล้วมันดีขึ้นไปอีก ตรงนี้เชื่อว่าพี่เฮงน่าจะรู้แล้วตัดสินใจได้”

“แต่ถ้าเป็นระยะยาว แน่นอนว่าแรกเลยคือความรู้ว่าสามารถที่จะต้องมี ต้องถ่ายทอดความรู้ไปสู่ผู้ช่วย ซึ่งอาจจะเป็นโค้ชไทยได้อย่างถูกต้อง และต้องเข้าใจขนบธรรมเนียมประเพณีไทย รวมถึงดูพื้นเพว่าสไตล์ฟุตบอลไทยเป็นแบบไหน เหมาะสมที่จะเอาโค้ชแบบไหนมา ซึ่งเป็นการบ้านที่นายกสมาคมฟุตบอลฯ กับประธานเทคนิคที่ต้องหารือกัน ถ้าเป็นโค้ชที่มาจากยุโรปเพียวๆ เลยอาจจะลำบากนิดนึงในการทำงานช่วงเริ่มต้น แต่ถ้าเป็นโค้ชที่เคยผ่านงานในเอเชียมาก่อน ก็จะมีความได้เปรียบและเข้าใจคนไทยมากขึ้น”

ธงไชย แซ่จิว (บก.ข่าวฟุตบอลไทย Goal.com)

หัวหน้าข่าวบอลไทยจาก Goal.com เผยว่า อยากให้ทุกอย่างชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพราะขณะนี้อยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลง และต้องคิดถึงอนาคตให้มากที่สุด ตอนนี้จะทำอะไรก็ต้องรีบทำ เพราะอย่างในรายของ อเลฮันโดร ซาเบลลา ที่มีข่าวกับทีมชาติไทยในช่วงแรก และดีกรีคุณสมบัติตรงกับความต้องการของนายกสมาคมฯ แต่ตอนกลับกลายเป็นว่า ยูเออี ก็มาเอี่ยวด้วย และดูเหมือนว่าจะเป็นฝ่ายได้ตัวกุนซือชาวอาร์เจนไตน์ไปครอง ซึ่งต้องนี้สมาคมฟุตบอลฯ ต้องมีสเปกกุนซือทีมชาติไทยที่ชัดเจนที่สุด เพื่อรีบเร่งดำเนินการ

นอกจากนี้เจ้าของนามปากกา “ไชย จิวยี่” ยังเผยอีกว่า ถ้าจะให้ดีควรได้กุนซือใหม่ในเดือนเมษายน เพราะนี้การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการฟุตบอลไทย จะได้ล้างระบบคำว่า “ลูกรัก” เสียที ร่วมทั้งคลายข้อสงสัยของแฟนบอลว่าทำไมนักเตะบางคนฟอร์มไม่ดีแต่ติดทีม ซึ่งถ้าโค้ชคนใหม่เข้ามาเร็ว จะได้มีโอกาสดูฟอร์มของนักเตะในไทยลีก ว่าคนไหนเข้ากับระบบเลือกติดทีมได้ เพราะโปรแกรมอย่างเป็นทางการของทีมชาติไทยในเกมต่อไปยังอีกนาน

จากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป แฟนบอลชาวไทยคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่าใคร จะถูกรับเลือกเข้ามาทำหน้าที่กุมบังเหียนของทัพช้างศึก ในการกรุยสู้เป้าหมายที่ชัดเจนของวงการฟุตบอลไทย นั้นคือการสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลก...