วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'วัฒนา' อัดรัฐจนแต้ม หวังปลุกผี 'ทักษิณ' ต่ออายุเผด็จการ

"วัฒนา" FB จวกรัฐกำลังจนแต้ม บริหารบ้านเมืองล้มเหลว ทำ ปชช.เอือมระอาทุกข์ยากแสนเข็ญ เย้ยหมดมุกต้องปลุกผีทักษิณ หวังต่ออายุเผด็จการ แต่เวรกรรมมีจริง อภินิหารทาง ก.ม.ไม่ทำงาน

เมื่อวันที่ 21 มี.ค.60 นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นทางการเมือง ระบุว่า รัฐบาลกำลังจนแต้ม จนต้องปลุกผีทักษิณ เพื่อหวังต่ออายุทางการเมือง นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ผู้ที่เคารพหลักการประชาธิปไตยมีความอดทน มีรายละเอียดระบุว่า "คำพูดหนึ่งที่ประชาชนได้ยินท่านผู้นำพูดจนชินหู ราวกับประเทศนี้เป็นของท่าน คือ ถ้าบ้านเมืองไม่สงบจะไม่คืนอำนาจหรือไม่ให้มีการเลือกตั้ง นายกทักษิณเองก็ทราบดีว่าเผด็จการมีเจตนาที่จะใช้ท่านเป็นข้ออ้างเพื่อตีตั๋วขออยู่ต่อ ดังนั้นท่านจึงเลือกที่จะอยู่อย่างสงบเพื่อไม่ให้เข้าทางฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งแสดงความอาลัยร่วมกับคนไทยทุกคนต่อความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของชาติ" 

นายวัฒนา ระบุต่อว่า "เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เช่น การวางระเบิดที่ศาลพระพรหม การวางระเบิดที่หัวหินและใน 7 จังหวัดทางภาคใต้ ขบวนการล้มเจ้าที่ สปป. ลาว หรือการค้นพบอาวุธสงครามที่อ้างว่าเป็นของกลุ่มเสื้อแดงที่มีข้อพิรุธมากมาย แม้จะเกิดขึ้นจากปัจจัยอื่นแต่รัฐบาลและฝ่ายสนับสนุนก็พยายามที่จะป้ายสีมายังท่าน ล่าสุดคือเหตุการณ์ที่วัดพระธรรมกายที่รัฐบาลลุแก่อำนาจใช้มาตรการเกินกว่าความจำเป็น แต่ก็ไม่เกิดความรุนแรงสมกับที่หลายฝ่ายต้องการ เพราะความรู้เท่าทันของชาวธรรมกายที่ใช้การสวดมนต์ต่อสู้กับอำนาจรัฐที่ป่าเถื่อนดังกล่าว"

นายวัฒนา ระบุอีกว่า "รัฐบาลกำลังจนแต้ม ประชาชนต่างเอือมระอากับความล้มเหลวในการบริหาร รัฐบาลทำให้ประชาชนทุกสีทุกกลุ่มได้รับความทุกข์ยากจากปัญหาเศรษฐกิจเหมือนกันหมด จึงเหลือทางเดียวคือปลุกผีทักษิณเพื่อต่ออายุเผด็จการ เรื่องการเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปจึงถูกหยิบขึ้นมาดำเนินการ ซึ่งก็ได้ผลเพราะทำให้พวกที่ได้ดิบได้ดีจากเผด็จการ ไม่ว่าจะเป็นเนติบริกร องค์กรอิสระ คนของพรรคการเมืองเก่า และขาประจำของนายกทักษิณต่างออกมาร่วมกันจองกฐินรายนี้ แต่เนื่องจากมาตรการทางกฎหมายได้ถูกใช้ไปจนหมดแล้ว เหลือทางเดียวคือต้องใช้อภินิหารแต่เวรกรรมที่ทำไว้กับประชาชนมีจริง อภินิหารเลยไม่ทำงาน บัดนี้บ้านเมืองประชาชนและพรรคการเมือง ถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน คือฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายเผด็จการ จึงขอให้ฝ่ายประชาธิปไตยมีความอดทน ไม่ใช้ความรุนแรงในการต่อสู้ ช่วยกันประคับประคองประเทศไปสู่การเลือกตั้ง เมื่ออำนาจเป็นของประชาชนแล้วจึงค่อยมาคิดบัญชีกัน"