บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'สุวพันธุ์' เชื่อ 'ธัมมชโย' ยังอยู่ไทย-รอแจ้งโอน 'โกตี๋' เป็นคดีพิเศษ

"สุวพันธุ์" ย้ำ "ธรรมกาย" ยังเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ ยันใช้ ก.ม.ล่าตัว "ธัมมชโย" เต็มที่ เชื่อยังกบดานในไทย พร้อมรอดีเอสไอประสานคดี "โกตี๋" เป็นคดีพิเศษ โยนฝ่ายความมั่นคงตอบคำถาม ปมประสานลาวส่งตัวกลับไทย

เมื่อวันที่ 21 มี.ค.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการดำเนินการกับวัดพระธรรมกาย และการติดตามตัว พระไชยบูลย์ สุทธิผล หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ว่า ยังคงกำหนดให้วัดพระธรรมกายและพื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษต่อไป ขณะนี้มีการดำเนินการ 2 เรื่อง คือ 1. การบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ 2. การปกครองสงฆ์และพระธรรมวินัย 

เมื่อถามว่า ขณะนี้พระไชยบูลย์ยังอยู่ในวัดนี้หรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ได้อยู่ในวัด และไม่ได้ออกนอกประเทศแล้ว เพราะตามข้อมูล พบว่าพระไชยบูลย์ไม่มีหนังสือเดินทาง และเจ้าคณะ จ.ปทุมธานีเป็นผู้มีอำนาจในการอนุมัติ ขอให้มีหนังสือเดินทางไม่มีการลงนามอนุมัติ ส่วนที่มีข่าวว่าพระไชยบูลย์หลบหนีไปอยู่กับลูกศิษย์ที่เป็นนักธุรกิจใหญ่นั้น ดีเอสไอต้องไปติดตามหาข่าวเพื่อนำตัวพระไชยบูลย์ส่งให้ศาลต่อไป
                
เมื่อถามถึงกรณีที่เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีและตำรวจได้เข้าไปตรวจพื้นที่วัดดังกล่าว เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมจะยกเลิกการประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ตอนนี้ได้ตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่ายที่ประกอบด้วย จ.ปทุมธานี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พระวินยาธิการ และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อดูความเรียบร้อยและความปลอดภัย

นอกจากนี้ นายสุวพันธุ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะรับคดีที่ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำเสื้อแดง จ.ปทุมธานี ครอบครองอาวุธสงครามร้ายแรงเป็นคดีพิเศษ ว่า ดีเอสไอรายงานมาเบื้องต้นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังพิจารณาส่งคดีดังกล่าวมาให้ดีเอสไอ เนื่องจากมีปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก เป็นปืนที่สูญหายไปเมื่อปี 2553 และคดีนี้ยังเกี่ยวเนื่องกับการก่อการร้าย ตำรวจจึงอยากโอนให้ดีเอสไอดำเนินการ ทั้งนี้ต้องรออธิบดีดีเอสไอรายงานว่ามีการดำเนินการอย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่
                
เมื่อถามว่า ดีเอสไอต้องมาดูแลการติดตามจับกุมตัว นายวุฒิพงศ์ด้วยหรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า การตรวจค้นอาวุธทั้งหมดเป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคงดำเนินการ ซึ่งตนคิดว่าเขาทำไปตามข้อมูลที่มีและแนวทางการสอบสวนที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อตรวจค้นเสร็จแล้วพบอาวุธและหลักฐานบางส่วนที่อาจพัวพันกับคดีพิเศษ ตำรวจจึงคิดว่าควรจะโอนให้ดีเอสไอทำ ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่จะขยายผลกันต่อไปนั้นขึ้นอยู่กับผลการสอบสวนของตำรวจและการเข้าจับกุม  

เมื่อถามต่อถึงการประสานงานกับทางการลาว ในการจับตัวนายวุฒิพงศ์กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ขอให้ถามฝ่ายความมั่นคง