วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยัน‘เรด เรดิโอ’ คลังแสงโกตี๋ ศรีวราห์ชี้ไม่ใช่คนเสื้อแดง

“ศรีวราห์” โต้จัดฉากจับเครือข่ายโกตี๋ ยันอาวุธสงครามบางส่วนไม่มีใช้ในหน่วยงานตำรวจและทหาร มีบางส่วนเป็นอาวุธของทหารที่ หายไปในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 53 ด้านดีเอสไอพร้อมรับโอนคดีอาวุธสงคราม-ยุทธภัณฑ์ทหารจากกองปราบปราม หลังพบอาวุธบางส่วนเป็นของทหารที่หายไปเหตุการณ์ปี 53 เพราะดีเอสไอทำสำนวนคดีในส่วนนั้นอยู่แล้ว “บิ๊กป้อม” ประกาศลากตัว “โกตี๋” มาดำเนินคดีในไทย เตรียมขอลาวส่งผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดีอาญาและอาวุธสงครามด้วย

กรณี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมกำลังตำรวจ ทหารเข้าตรวจค้นบริษัทไทยแม็กซ์กรุ๊ป จำกัด บ้านเลขที่ 1/1 หมู่ 6 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พบนายธีรชัย อุตรวิเชียร อายุ 55 ปีเป็นผู้ดูแลบ้าน ตรวจค้นพบอาวุธสงครามจำนวนมากและยาบ้าจำนวนหนึ่ง อ้างว่าอาวุธทั้งหมดเป็นของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำกลุ่มเรดการ์ดคนเสื้อแดงปทุมธานี เบื้องต้นแจ้งข้อหานายธีรชัยข้อหามียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง ข้อหามีอาวุธปืนสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถอนุญาตไว้ในครอบครอง และข้อหาครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และขยายผลจับกุมผู้ต้องสงสัยว่าอยู่ในเครือข่ายอีกรวม 9 คน ไปสอบสวนที่ มทบ.11 เบื้องต้นเชื่อว่า อาวุธทั้งหมดซุกซ่อนไว้เพื่อก่อเหตุทางการเมืองและลอบสังหารบุคคลสำคัญในรัฐบาล หลังจากนั้นนายวุฒิพงศ์ที่หลบหนีไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้านออกมาปฏิเสธการเกี่ยวข้อง อ้างว่าถูกจัดฉากป้ายสีตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อวันที่ 20 มี.ค. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ต้องสงสัยทั้ง 9 คนอยู่ระหว่างควบคุมตัวโดยกองทัพ หลังจากนั้นจะส่งให้ตำรวจดำเนินการต่อ ส่วนที่มาของอาวุธปืนสงครามที่ตรวจยึดได้จำนวนมาก ตนถามจากกองทัพทราบว่า บางกระบอกหายไปตั้งแต่เหตุการณ์ชุมนุมปี 53 ส่วนปืนที่เหลือส่งมอบให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ แต่ปืนเหล่านั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ยักยอกปืนที่ค่าย ตชด.อุดรฯก่อนหน้านี้ ส่วนสำนวนคดีเป็นอำนาจ บก.ป.ดำเนินการ ถ้าบางกรณีเข้าข่ายของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษต้องมารับสำนวนไปทำ สำหรับเครือข่ายนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ นอกเหนือจาก 9 คนนี้ มีอีกมากน้อยแค่ไหนต้องรอให้กองทัพสอบสวนก่อน แต่โดยวัตถุพยานที่ปรากฏมีความผิดชัดเจน ยืนยันว่าไม่ได้จัดฉากกลั่นแกล้ง จะไปหาซื้อปืนเอ็ม 16 ที่ไหนมาแจกจ่าย ปืนบางชนิดไม่มีใช้ในราชการ กองทัพ หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยซ้ำ บุคคลเหล่านี้อย่าไปเรียกว่าเป็นกลุ่มคนเสื้อแดงเลย แต่เรียกว่าเป็นกลุ่มเรด เรดิโอ

ส่วน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ทางการข่าวทราบว่ากลุ่มนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ช่วงสถานการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา ระดมกำลังพลวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ มีการเงินจำนวนมากเพื่อก่อการไม่สงบ ดังนั้น ในประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการจัดฉากของเจ้าหน้าที่รัฐ เราต้องดูว่าสิ่งที่เจ้าหน้าที่ยึดได้ และจากการซักถามปากคำผู้ที่ถูกควบคุมตัวเอาทุกคนให้การตรงกันว่า สะสมอาวุธไว้เพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่แถลงข่าวไปแล้ว ส่วนความคืบหน้าคดีอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล ถ้าเชื่อมโยงไปถึงจุดใดผู้ใดจะขยายผลให้เกิดความชัดเจนว่า รับยุทโธปกรณ์มาจากที่ใด มีใครเป็นท่อน้ำเลี้ยง ที่ผ่านมารวบรวมพยานหลักฐานมาตลอด ทำให้มีความเชื่อมโยงว่า มีความต้องการก่อเหตุจริง จึงเป็นที่มาของการปฏิบัติการร่วมครั้งนี้ สำหรับการพิสูจน์ทราบตัวบุคคลชัดเจนอยู่แล้วว่า เป็นก้อนของผู้ใด สำหรับบุคคลที่หลบหนีอยู่ต่างประเทศคดีมีอายุความ ทุกอย่างมีขั้นมีตอนดำเนินการอยู่แล้ว

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับข่าวลอบสังหารบุคคลสำคัญในประเทศ เรามีการข่าว มีหลักฐาน องค์ประกอบความผิดอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่รัฐคงไม่ปรักปรำใคร สำหรับเหตุจูงใจการลอบสังหารบุคคลสำคัญ ต้องไปดูว่า บุคคลกลุ่มนี้มีความพยายามที่จะลดระดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลมาตลอด ความพยายามเหล่านั้น สิ่งหนึ่งที่บุคคลเหล่านี้ดำเนินการคือ การซ่องสุมกำลังระดมพล แม้กระทั่งการปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกายก็มีความเชื่อมโยงไปถึงตัวแกนนำที่ปรากฏตัวในพื้นที่ และมีความพยายามให้การตรวจค้นวัดพระธรรมกายเป็นไปด้วยความลำบาก กลุ่มนายวุฒิพงศ์มีความพยายามที่จะปลุกปั่นให้การตรวจค้นวัดเป็นไปด้วยความยากมีอุปสรรคต่างๆนานา เป็นคำตอบที่ว่ามือที่ 3 คือใคร สุดท้ายความเชื่อมโยงถ้าไม่มีมันก็ไม่มี แต่นี่คือมันมี ถึงเป็นที่มาของการปฏิบัติการร่วมแค่นั้นเอง

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีตำรวจกองปราบเตรียมโอนสำนวนนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ ให้ดีเอสไอตรวจสอบ เนื่องจากเป็นคดีการเมืองว่า ขณะนี้ดีเอสไอยังไม่ได้รับสำนวนจากกองปราบปราม เพราะทหารคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนอยู่ ในช่วงเหตุการณ์ชุมนุมปี 53 ดีเอสไอเคยแบ่งกลุ่มการดำเนินคดีเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มก่อการร้าย กลุ่มทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ กลุ่มครอบครองยุทธภัณฑ์ทหารที่หายไป และกลุ่มที่มีระเบิดไว้ในครอบครอง ยืนยันว่าของกลางที่ทหารยึดได้ครั้งนี้ ดีเอสไอสามารถรับมาสอบสวนเพิ่มเติมต่อจากกองปราบปรามได้ เนื่องจากเป็นคดีพิเศษที่ดีเอสไอเคยทำในกลุ่มยุทธภัณฑ์ของทหารที่หายไปเมื่อปี 53 พบว่ามีการปล้นอาวุธไป แต่ยังไม่ได้ของกลางคืนและไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ ดังนั้น หลังจากพบของกลางครั้งนี้ดีเอสไอจะขยายผลสืบสวนสอบสวนเชื่อมโยงไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ในสำนวนยุทธภัณฑ์ทหารที่หายไปที่เคยตั้งคดีเอาไว้ในช่วงชุมนุมตอนปี 53 เพื่อทำสำนวนส่งฟ้องศาลต่อไป

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เราพยายามติดตามมาตลอด พื้นที่ดังกล่าวเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจแล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่พบอาวุธสงคราม การข่าวติดตามพฤติกรรมของกลุ่มนี้ รวมทั้งประชาชนแจ้งข่าวมา ทำให้การข่าวตรงกันจนเป็นที่มาของการตรวจค้นแล้วจับกุม ไม่ใช่อยู่ดีๆจะเดินเข้าไปจับ ทำแบบนั้นไม่ได้ ตนตามข่าวนี้มานาน ตามมาตลอด เราตามทุกเรื่องจำไว้ ส่วนโกตี๋ออกข่าวว่า มีการจัดฉาก ก็โกตี๋จัดฉากไง ก็ว่ากันไป ตอนนี้เอาตัวให้รอดเถอะ เมื่อถามว่า นำอาวุธมาลอบสังหารผู้นำหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ต้องสืบสวนข้อเท็จจริงเพราะเรื่องนี้นายโกตี๋เป็นคนพูดและประกาศลั่นเลย แถมมีคนรับลูก มีแนวทางว่า จะมาทำงานกันแถวนั้น ส่วนจะไปก่อเหตุที่ใดตนไม่ทราบเพราะยังไม่เกิดขึ้น เมื่อถามว่า ทางการไทยจะทำหนังสือขอตัวนายโกตี๋จากประเทศลาวหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะขอตัวนายโกตี๋จากทางการลาวเพราะมีทั้งคดีอาญา คดีอาวุธสงคราม อะไรที่ทำให้เกิดความวุ่นวายเราต้องทำให้สงบ นายโกตี๋เองควรเห็นใจประเทศไทย เวลานี้เราต้องการความสงบ อยากให้ย้อนดูในอดีตว่า นายโกตี๋เป็นใคร ทำอะไรมาบ้าง ขอย้ำว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้ทำให้หวั่นไหว เพราะผ่านสงครามมาเยอะ ทำเพื่อรับใช้ชาติ ขณะนี้อายุก็เยอะแล้ว

ส่วนการขยายผลตรวจค้นตู้คอนเทนเนอร์ต้องสงสัยวันเดียวกัน พ.ต.อ.โสภณ มงคลโสภณรัตน์ ผกก.สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พ.ต.กฤษรินทร์ ทองอุไร นายทหารฝ่ายยุทธการและการฝึก ร.21 พัน.2 รอ. นำกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองรวม 400 นาย ตรวจค้นตู้คอนเทนเนอร์ที่วางอยู่ภายในบริษัท เกรทติ้ง ฟอร์จูน คอนเทนเนอร์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด เลขที่ 10 หมู่ 12 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลีใหญ่ จ.สมุทรปราการ เพื่อค้นหาอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และสิ่งของผิดกฎหมายเป็นวันที่ 3 ช่วงเช้าค้นเพิ่มอีก 477 ตู้ ทำให้มียอดรวมการตรวจค้นไปแล้ว 1,605 ตู้ จากทั้งหมด 2,203 ตู้ คิดเป็น 71% แต่ยังไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย หลังตรวจค้นเจ้าหน้าที่ติดสติกเกอร์ที่หน้าตู้และนำเชือกฟางมากั้นบริเวณตู้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าผ่านการตรวจค้นแล้ว