บริการข่าวไทยรัฐ

FBIยันสืบคดีรัสเซียยุ่งเลือกตั้ง-ไม่พบหลักฐาน ‘โอบามา’ ดักฟัง ‘ทรัมป์’

เจมส์ โคเมย์ ผู้อำนวยการเอฟบีไอ กับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ผอ.เอฟบีไอเข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการสภาคองเกรส ยืนยันว่า พวกเขากำลังสืบสวนกรณีรัสเซียถูกกล่าวหาว่าเข้าแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ เมื่อปีก่อน และกล่าวว่าไม่พบหลักฐานว่าอดีตประธานาธิบดีโอบามา สั่งดักฟังโทรศัพท์ของนายทรัมป์...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเจมส์ โคเมย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) เข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองแห่งสภาคองเกรสสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ที่ 20 มี.ค. โดยเขายืนยันเป็นครั้งแรกว่า เอฟบีไอ กำลังสืบสวนหาข้อเท็จจริง เรื่องความเชื่อมโยงระหว่างทีมหาเสียงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับรัสเซีย หลังเกิดข้อกล่าวหาว่า รัสเซียเข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปลายปี 2016

ผอ.เอฟบีไอระบุว่า การสืบสวนของพวกเขาจะตรวจสอบหาความเชื่อมโยงที่อาจเป็นไปได้ระหว่างบุคคลในทีมหาเสียงของประธานาธิบดีทรัมป์และรัฐบาลรัสเซีย และหาว่ามีการร่วมมือกันระหว่างทั้งสองฝ่าย และมีการกระทำผิดหรือไม่ด้วย โดยการสืบสวนจะเป็นเรื่องซับซ้อนอย่างมาก และเขาไม่สามารถระบุเวลาที่ชัดเจนได้ว่าจะเสร็จเมื่อใด

ในขณะเดียวกัน นายโคเมย์ยังระบุด้วยว่า พวกเขาไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับข้อกล่าวอ้างที่พิสูจน์ไม่ได้ของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่อ้างเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาว่า อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ออกคำสั่งให้มีการดักฟังโทรศัพท์ในอาคารทรัมป์ทาวเวอร์ แม้ว่าจะมีการตรวจสอบหาหลักฐานอย่างระมัดระวังแล้วก็ตาม และกระทรวงยุติธรรมก็ไม่มีข้อมูลในเรื่องนี้เช่นกัน

ด้าน พลเรือเอก ไมค์ โรเจอร์ส ผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ (เอ็นเอสเอ) ซึ่งร่วมให้การต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองฯ ด้วย ปฏิเสธว่า เอ็นเอสเอไม่ได้ขอให้หน่วยงานข่าวกรอง จีซีเอชคิว ของสหราชอาณาจักรช่วยสอดแนมนายทรัมป์ ตามที่นายฌอน สไปเซอร์ เลขาธิการฝ่ายสื่อแห่งทำเนียบขาวกล่าวอ้าง

ทั้งนี้ กรณีการแทรกแซงการเลือกตั้งของรัสเซีย กลายเป็นประเด็นขึ้นมาหลังจากเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา หน่วยงานข่าวกรองของสหรัฐฯ ออกมารายงานว่า กลุ่มแฮกเกอร์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลรัสเซียแฮกเจาะระบบบัญชีผู้ใช้ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคเดโมแครตหลายคน และเผยแพร่ข้อความที่น่าอับอายมากมาย เพื่อช่วยให้นายทรัมป์ชนะการเลือกตั้งเหนือคู่แข่งอย่าง นางฮิลลารี คลินตัน

โดยนายโคเมย์ กับพลเอกโรเจอร์ส บอกกับคณะกรรมาธิการข่าวกรองฯ ด้วยว่า รัสเซียทำการแทรกแซงการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปีก่อนอย่างชัดเจนผิดปกติ และบางทีอาจมีเป้าหมายในการบ่อนทำลายประชาธิปไตยสหรัฐฯ ซึ่งรัสเซียประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ ด้วยการบ่มเพาะความวุ่นวาย ความแตกแยก และความขัดแย้ง

อนึ่ง แม้ว่าทีมหาเสียงของประธานาธิบดีทรัมป์ จะปฏิเสธมาตลอดว่าพวกเขาไม่ได้ติดต่อกับรัสเซีย แต่จนถึงตอนนี้ มีเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลทรัมป์ติดร่างแหของข้อกล่าวหานี้ไปแล้ว 2 คน คือ นายไมเคิล ฟลีนน์ อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ผู้ถูกไล่ออกเมื่อเดือนก่อน หลังถูกกล่าวหาว่าไปพูดคุยเรื่องการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่รัสเซียกับเอกอัครราชทูตรัสเซียก่อนที่เขาจะรับตำแหน่ง ซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมายที่พลเรือนธรรมดาจะไปเจรจาทางการทูต

อีกคนคือ นายเจฟฟ์ เซสซันส์ อัยการสูงสุดแห่งสหรัฐฯ โดยเขาถูกพรรคเดโมแครตกล่าวหาว่าโกหกว่าไม่ได้ติดต่อสื่อสารกับรัสเซียระหว่างให้การต่อสภาคองเกรส เมื่อเดือน ม.ค. แต่กลับมีการเปิดเผยในภายหลังว่า เขาไปพบกับ นายเซอร์เก คิสลียัค เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐฯ ในช่วงหาเสียง