บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่เหลือใยดีกันแล้ว

บรรยากาศ “ปรองดอง” กร่อยลงไปถนัดตา

กับฉากที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการด้านกฎหมาย คสช.

โชว์คลังแสงอาวุธสงคราม ปืนกล ระเบิด แถลงข่าวใหญ่

ผลการตรวจค้นแหล่งสะสมอาวุธสงครามจำนวน 9 จุดในพื้นที่ 7 จังหวัด เครือข่าย “โกตี๋” หรือนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ แกนนำกลุ่มเสื้อแดงจังหวัดปทุมธานี

พบแผนการร้าย โยงการเคลื่อนไหวสร้างสถานการณ์วัดพระธรรมกาย เตรียมก่อเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ และยังเตรียมการลอบสังหาร “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม รวมทั้งบุคคลสำคัญ

โดยสถานการณ์ “ติดพัน” โยงต่อเนื่องกับข้อมูลที่ พล.อ.ประวิตรระบุถึงการที่รัฐบาลทหาร คสช.ไม่ยกเลิกมาตรา 44 คุมพื้นที่วัดพระธรรมกาย

เนื่องจากการข่าวมีมือที่สามแทรกซึมอยู่ในพื้นที่ อยู่ระหว่างการตรวจสอบอดีตแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองที่เข้าไปแทรกแซงการเคลื่อนไหวของเครือข่ายธรรมกาย

ตามฉากตอกย้ำการข่าว “ของจริง” ไม่ได้พูดกันลอยๆ

แต่แน่นอน โดยเครื่องหมายคำถามอีกด้าน มันก็อย่างที่ “เสธ.ไก่อู” พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องแถลงเคลียร์ข้อสงสัยของสังคมบางส่วน

ยืนยันไม่ใช่การ “จัดฉาก” แต่เนื่องจากอาวุธถูกเก็บอยู่ในกล่องปิดผนึก ซุกซ่อนไว้ในที่ลับเฉพาะ ทำให้ของกลางทั้งหมดดูใหม่ ไม่ใช่การใส่ร้ายโกตี๋แต่อย่างใด

แทบจะตัดหน้าในจังหวะก่อนที่เจ้าตัว นายวุฒิพงษ์จะโผล่ยูทูบด่า คสช.จัดฉากด้วยซ้ำ

ที่สำคัญมันยังมีมุมให้จับอาการขบ “ตาปลา” กันเองในหมู่บิ๊กตำรวจกับทหาร

ตามรูปการณ์ที่เห็นในข่าว พล.ต.อ.ศรีวราห์คือคนแรกที่นำทีมเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายบริษัท ไทยแม็กซ์กรุ๊ป จำกัด ก่อนที่ทหารจะล็อกตัวผู้ต้องสงสัยไปเค้นต่อในค่าย โดย พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 เพิ่งได้รับรายงานตอนที่ตำรวจลุยจับไปแล้ว

ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ก็ได้คิวโชว์แค่ในฉากการแถลงข่าวใหญ่

โดยรูปการณ์สะท้อนอาการ “ข้ามหน้า” เหมือนมีจังหวะข้ามช็อตกันอยู่ในที

งานนี้ไม่รู้การสั่งลุยตามข้อมูล “การข่าว” ผ่านช่องทางใดบ้าง เลยทำให้ยุทธการไล่ทุบหัวโจกแดงฮาร์ดคอร์ดูเก้งก้าง เบียดชิงบทนำกันจนไม่เป็นขบวน

เหมือนเอาข้อมูลการข่าวเก่ามาเล่าใหม่แล้วคนฟังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

แต่เรื่องของเรื่อง สถานการณ์ดำเนินมาถึงตรงนี้ ตามช็อตนัวเนียระหว่างศึกล้างบางสำนักธรรมกายต่อด้วย “อภินิหาร” ไล่ล่าภาษีหุ้นชินคอร์ป

ภาคต่อเนื่อง หนังคนละเรื่องเดียวกัน

มันคือ “สามก๊ก” ฉบับไทย ตอนใกล้อวสานขุดรากถอนโคน “ทักษิณ”

ตามท้องเรื่องคนที่ต้องรับบทหนักภายใต้เงื่อนไขสถานการณ์อันตราย

หนึ่งคืออดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร อีกหนึ่งคนก็คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

แน่นอนในมุมของ “นายใหญ่” อย่าง “ทักษิณ” น่าจะรู้สึกได้ นับตั้งแต่สถานการณ์เปลี่ยนผ่าน สัญญาณไม่ค่อยสู้ดี

ดีลลับ ดีลสว่าง ช่องทางเจรจาโดน “ปิดล็อก” ทุกประตู

และปมภาษีหุ้นยังจ่อคอลูกชาย ลูกสาว “ทักษิณ” ยิ่งกว่าโดนทุบ “กล่องดวงใจ”

ขณะที่ “บิ๊กป้อม” เองก็เครียดไม่แพ้กัน กับภาพของ “พี่ใหญ่” ผู้กว้างขวางทุกวงการ และถูกตั้งแง่จากฝ่ายต้าน “นายใหญ่” ระแวงจะเป็น “ดีลเมกเกอร์”

เดินหมากปรองดองเปิดช่อง “เกี้ยเซียะ” กับ “ทักษิณ”

แต่พอพลิกอีกบทมาเป็นคนกดปุ่มไล่บี้ธรรมกาย ไฟเขียวไล่ล่า “โกตี๋” หัวโจกแดงฮาร์ดคอร์

“พี่ใหญ่” ก็โดนพรรคเพื่อไทย ลูกข่าย “ทักษิณ” เดินหมากย้อนเกล็ดทันที ไล่บี้ปม “ภาษี” ชี้เป้าประจานให้สำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และกรมสรรพากรตรวจสอบอย่าเลือกปฏิบัติ

เปิดฉากซัดกัน แบบไม่เหลือใยดีแล้ว.

ทีมข่าวการเมือง