วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจ้าอาวาส-พระลูกวัดเมืองชล หย่าศึกฟ้องร้องปมผิดพระธรรมวินัยนาน 2 ปี

เป็นเรื่องเป็นราวนาน 2 ปี หลังพระลูกวัดโกมุทรัตนาราม จ.ชลบุรี กล่าวหาว่าเจ้าอาวาสวัดผิดพระธรรมวินัยร้ายแรงถึงขั้นอาบัติปาราชิก กรณีการบริหารจัดการเงินวัด สำนักงานพระพุทธ์ และผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยไกล่เกลี่ยปัญหาจบสวย...

เมื่อวันที่ 20 มี.ค.60 นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เป็นประธานในการประชุมเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหากรณีที่ พระธนิสร เตชพโล พระลูกวัด วัดโกมุทรัตนาราม จ.ชลบุรี ได้ร้องเรียน พระมหาสมบูรณ์ ปริปุณุโณ เจ้าอาวาสวัดโกมุทรัตนาราม กระทำผิดพระธรรมวินัยอย่างร้ายแรง ถึงขั้นอาบัติปาราชิก

ทั้งนี้เนื่องจากได้มีการนำเงินที่ประชาชนถวายให้กับพระสงฆ์ พร้อมทั้งชักเงินบางส่วนที่ชาวบ้านถวายให้กับพระภายในวัดไปใช้ส่วนตัว เหตุเกิดเมื่อปี 2557 ต่อมาคณะสงฆ์ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา พร้อมทั้งมีการภาคทัณฑ์เป็นเวลา 2 ปี หากพระมหาสมบูรณ์ ทำผิดอีกจะมีความผิดถึงขั้นจับสึก เนื่องจากการตรวจสอบในขณะนั้น พระมหาสมบูรณ์ ไม่ได้รับเงินแต่อย่างใด

นอกจากนี้ พระธนิส ยังได้แจ้งความหมิ่นประมาท พระมหาสมบูรณ์ เนื่องจากมีการขัดแย้งกันภายในวัดอีกด้วย โดยมีการร้องเรียนไปตามสถานที่ต่างๆ อาทิ ศูนย์ดำรงธรรม  สำนักงานพระพุทธศาสนา ซึ่งการประชุมหาทางออกในครั้งนี้ได้มี พระมหาสมพงษ์ กิตติคุโณ รักษาการเจ้าคณะอำเภอเมืองชลบุรี พระครูพิศาลชโล ปมคุณ เจ้าคณะตำบลห้วยกะปิ สำนักพุทธศาสนา พร้อมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทหาร และชาวบ้านเข้าร่วมรับฟังในการแก้ไขปัญหากว่า 50 คนใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นได้มีการไกล่เกลี่ยโดยให้ยุติอธิกรณ์ หรือ ความขัดแย้งระหว่าง พระธนิสร กับ พระมหาสมบูรณ์ เจ้าอาวาสวัด ไว้ทั้งหมด หลังจากนั้นให้อยู่ร่วมกันภายในวัด พร้อมทั้งหามติของพระภายในวัดเพื่อจะได้อยู่ร่วมกันต่อไป

นายไพบูลย์ กล่าวว่า ในการแก้ไขปัญหาจะมีทั้งหมด 3 แนวทางคือ 1.ให้พระที่มีอธิกรณ์ออกจากวัดไปทั้งคู่ 2.ให้อยู่ร่วมกันและช่วยกันแก้ไขปัญหา ส่วนแนวทางที่ 3 ดำเนินการตามกฎหมายที่มีการร้องเรียนกันไป ภายในที่ประชุมจึงได้พยายามไกล่เกลี่ยเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา เมื่อ พระมหาสมบูรณ์ ได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาโดยใช้กฎหมาย จนกระทั่งได้สรุปในที่ประชุมว่า ควรให้อยู่ร่วมกันไปก่อนตามการแก้ไขปัญหาในสมัยพุทธกาล โดยระงับอธิกรณ์ทั้งหมด ส่วนเรื่องการฟ้องร้องในเรื่องคดีหมิ่นประมาทให้มีการถอนฟ้องในชั้นศาลด้วย

กรณีที่มีการร้องเรียนและให้ตรวจสอบเรื่องที่มีปัญหาการล่วงละเมิดพระธรรมวินัย จึงได้มาแก้ไขปัญหา ได้มีคณะปกครองสงฆ์ เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล ในพื้นที่ อ.เมืองชลบุรี เข้าร่วมประชุมแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ด้วย จากการรับฟังมีอธิกรณ์เกิดขึ้นระหว่างพระลูกวัดกับเจ้าอาวาส และสรุปได้ว่าให้นำวิธีสมัยพระพุทธเจ้าเกี่ยวกับพระธรรมวินัยมาใช้ โดยให้ระงับอธิกรณ์ และให้เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเลื่อนไปก่อน

โดยให้ทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ร่วมกันไป ส่งผลให้ทุกฝ่ายที่ร่วมแก้ไขปัญหาเห็นด้วย ที่สำคัญวัดโกมุทรัตนารามเป็นวัดที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เคยบวชเมื่อปี 2535 และยังมีพระตำหนักของ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่19 ตั้งอยู่ด้วย เมื่อการแก้ไขปัญหาลุล่วงไปด้วยดีทำให้เกิดความสบายใจ วัดกับชาวบ้านจะได้อยู่ด้วยกันต่อไป

นางวชิรา น่วมเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า คาดว่าคณะสงฆ์คงทำความเข้าใจกันและอยู่ร่วมกันด้วยสันติ โดยไม่ได้กำหนดเงื่อนเวลาในการระงับอธิกรณ์ในครั้งนี้