ตร.ชุดคดียูฟัน เปิดให้ผู้เสียหายลงทะเบียน ขอคืนเงินของกลาง 288 ล้าน - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

ตร.ชุดคดียูฟัน เปิดให้ผู้เสียหายลงทะเบียน ขอคืนเงินของกลาง 288 ล้าน

ตร.ชุดคดียูฟัน เปิดให้ผู้เสียหายลงทะเบียนมอบอำนาจให้มูลนิธิทนายความชาวบ้าน ยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด แก้ไขคำฟ้องท้าย ฟ้องให้คืนเงินสดของกลาง 288 ล้านบาท ก่อนศาลจะมีคำพิพากษาคดีในวันที่ 22 มี.ค.นี้...

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 มี.ค.2560 ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ต.อ.สุวิระ ทรงเมตตา ที่ปรึกษา สบ 10 พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ผบก.กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.นราเดช กลมทุกสิ่ง รอง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ในฐานะชุดคลี่คลายคดียูฟัน พร้อมมูลนิธิทนายความชาวบ้าน เปิดให้ผู้เสียหายในคดียูฟัน 2,451 คน มูลค่าความเสียหาย 351 ล้านบาท ลงทะเบียนมอบอำนาจให้มูลนิธิทนายความชาวบ้าน ยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด แก้ไขคำฟ้องท้าย ฟ้องให้คืนเงินสดของกลาง 288 ล้านบาท ให้กับผู้เสียหาย เพื่อไม่ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ศาลจะมีคำพิพากษาคดีในวันที่ 22 มี.ค.นี้ พร้อมนำพนักงานสอบสวนให้คำปรึกษากับผู้เสียหายที่ยังไม่ได้แจ้งความ เพื่อให้แจ้งความเพิ่มเติมอีกด้วย จะได้มีสิทธิ์ในการเฉลี่ยทรัพย์ของกลาง

พล.ต.อ.สุวิระ กล่าวว่า ในคดีนี้มีผู้ต้องหาถูกออกหมายจับ 164 ราย จับกุมได้ 94 ราย ในจำนวนนี้ส่งฟ้องอัยการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอัยการดำเนินฟ้องต่อศาลชุดแรก 44 ราย ศาลจะมีคำพิพากษาในวันที่ 22 มี.ค.นี้ ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างยื่นฟ้องต่อศาลต่อไป แต่ในระหว่างนี้ผู้เสียหายตรวจคำฟ้องที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้องต่อศาล พบว่าในคำท้ายฟ้องนั้น ทางพนักงานอัยการขอให้ริบเงินของกลางจำนวน 288 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน แต่เงินจำนวนดังกล่าวเป็นของผู้เสียหายที่ถูกผู้ต้องหาฉ้อโกงไป จึงไม่ใช่เงินของผู้ต้องหา ต้องคืนให้กับผู้เสียหาย ทางกลุ่มผู้เสียหายเกรงว่าศาลจะพิพากษาตามคำขอของอัยการ ทำให้ไม่มีเงินมาใช้คืนผู้เสียหายได้ เพราะศาลไม่สามารถพิพากษาเกินคำขอของอัยการ

อย่างไรก็ตามด้วยเหตุนี้ กลุ่มผู้เสียหายจำเป็นต้องยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด ผ่านทนายความชาวบ้าน ให้แก้ไขคำฟ้องจากริบเงินของกลาง 288 ล้านบาทนั้น มาใช้คืนให้ต่อผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 วรรค 2 เพราะคดีนี้เป็นคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับคดีแพ่ง เมื่อศาลพิพากษาแล้วก็มักจะพิพากษาให้จำเลยชดใช้ความเสียหาย และต้องยื่นคำร้องให้อัยการสูงสุดแก้ไขคำท้ายฟ้องก่อนวันที่ 22 มี.ค.นี้ มั่นใจว่ายื่นคำร้องทันแน่นอน

ที่ปรึกษา สบ 10 กล่าวอีกว่า เมื่อผู้ต้องหาถูกตัดสินคดีแล้วอาจมียื่นอุทธรณ์ ทำให้คดีถึงที่สุด จึงไม่สามารถนำเงินมาคืนให้ผู้เสียหายได้ รวมถึงบางคนอาจไม่ถูกดำเนินคดี ต้องคืนทรัพย์สินกลับไป ทำให้ผู้เสียหายอาจไม่ได้รับเงินครบตามจำนวนความเสียหาย ดังนั้นในวันนี้จึงผู้เสียหายยื่นคำร้องขอให้ศาลออกคำบังคับด้วย เพื่อให้นำทรัพย์สินของผู้ต้องหาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดไว้ 500 กว่ารายการ มูลค่า 800 ล้านบาท ขายทอดตลาดทันที เมื่อคดีของผู้ต้องหาคนใดถึงที่สุด

ส่วนหลักเกณฑ์ในการเยียวยาผู้เสียหาย ต้องมาแสดงหลักฐานแสดงต่อพนักงานบังคับคดี จากนั้นจะมีการไต่สวน ตรวจสอบ ว่ามีเสียหายเกิดขึ้นเท่าไร แต่อย่างไรก็ตามคดีนี้ผู้เสียหายมีหลักฐานความเสียหายชัดเจน เช่น สลิป หลักฐานการโอนเงิน ผู้เสียหายมั่นใจได้ว่าจะได้ทรัพย์สินคืนครบ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะทรัพย์สินของกลางที่ยึดไว้มากกว่าทรัพย์สินความเสียหาย

ที่ปรึกษา สบ 10 กล่าวอีกว่า ในส่วนการติดตามผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับอีก 70 คน หากเจ้าหน้าที่ตำรวจพบตัวที่ใดจับกุมได้ทันที ส่วนบุคคลไม่ไปรายงานตัวระหว่างการประกันตัว แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ไม่รายงานตัวระหว่างประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน ตำรวจได้ออกหมายจับแล้ว ส่วนบุคคลที่ไม่ไปรายงานตัวระหว่างการประกันตัวในชั้นอัยการ ต้องให้อัยการร้องขอต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อออกหมายจับต่อไป

นอกจากนี้คดียูฟัน ยังมีพฤติกรรมลักษณะการฟอกเงินด้วย มีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาบางคนแล้ว เบื้องต้นอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่ได้ยื่นฟ้องต่ออัยการ แต่ไม่ต้องเป็นห่วง คดีนี้มีอายุความ 10 ปี ทันต่อการฟ้องคดีแน่นอน.