บริการข่าวไทยรัฐ

ป.ป.ช.โยนสรรพากรบี้ 4 อดีต รมต.เลี่ยงไม่ยื่นรายการเสียภาษี

ป.ป.ช.โยนสรรพากรบี้ภาษี 4 อดีต รมต.เลี่ยงไม่ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษี ยืนกรานไม่มีอำนาจชี้ขาด 60 นักการเมืองเบี้ยวภาษี อ้างเป็นอำนาจกรมสรรพากรพิจารณา

เมื่อวันที่ 20 มี.ค.60 นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช.ทำหนังสือแจ้งต่อกรมสรรพากรระบุมีอดีตรัฐมนตรี 4 คน ไม่ยื่นแสดงสำเนารายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่อ ป.ป.ช. โดยอ้างว่า ไม่มีรายได้ และมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษีว่า ตามหลักการเมื่อกรมสรรพากรสอบถามมา ป.ป.ช.จะตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินฯที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยื่นมาถึงความมีอยู่จริง ความถูกต้อง และการเปลี่ยนแปลงของรายได้ ถ้าเห็นว่า มีรายได้เพิ่มขึ้นจะแจ้งไปที่กรมสรรพากร แต่การมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้ว จะต้องเสียภาษีหรือไม่นั้น กรมสรรพากรจะเป็นผู้พิจารณาว่า ทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ในข่ายต้องเสียภาษีหรือไม่ เช่น หากเป็นกรณีการให้บางเรื่องก็ยกเว้นเรื่องภาษี แต่บางเรื่องไม่ได้รับการยกเว้น หรือการตีราคาทรัพย์สินเก่าที่เพิ่มขึ้นก็ไม่ถือว่าเป็นรายได้ เรื่องนี้สรรพากรต้องนำไปพิจารณาอีกครั้ง แต่ ป.ป.ช.ไม่มีหน้าที่พิจารณาว่า ใครต้องเสียภาษีหรือไม่ เพราะเป็นหน้าที่กรมสรรพากรเป็นผู้พิจารณา

นายสรรเสริญ กล่าวว่า กรณี 4 อดีตรัฐมนตรีที่อ้างว่า รายได้ไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษีนั้น ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ส่งเรื่องทำนองนี้ให้กรมสรรพากรตลอด หากสงสัยว่า มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีจริงหรือไม่ ซึ่งกรมสรรพากรจะตรวจสอบว่า เป็นจริงตามที่แจ้งหรือไม่ ป.ป.ช.มีหน้าที่แจ้งข้อมูลอย่างเดียว ส่วนกรณี 60 นักการเมืองที่ สตง.ระบุว่าไม่ได้เสียภาษีตามความเป็นจริงนั้น สตง.อาจพบว่า มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยดูจากบัญชีทรัพย์สินของ ป.ป.ช. แล้วแจ้งไปที่กรมสรรพากร จากนั้นสรรพากรจึงสอบถามมาที่ ป.ป.ช. ซึ่งป.ป.ช.ก็ตรวจสอบแล้วแจ้งกลับไปว่า มีรายได้ใดบ้างที่เพิ่มขึ้น แต่จะต้องเสียภาษีหรือไม่ เป็นหน้าที่สรรพากรพิจารณา