บริการข่าวไทยรัฐ

'วัฒนา' จวกรัฐไล่บี้รีดภาษี 'แม้ว' เป็นอันธพาล ไม่ใช่อภินิหารทาง ก.ม.

"วัฒนา" โพสต์ FB จวกรัฐไล่บี้เรียกเก็บภาษี "ทักษิณ" ปมหุ้นชินฯ ไม่ใช่อภินิหารกฎหมาย แต่เป็นอภิมหาอันธพาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 60 นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ถึงกรณีรัฐบาลเดินหน้าปมเก็บภาษีหุ้นชินฯ โดยระบุว่า "อภินิหารหรืออภิมหาอันธพาล" รัฐบาลสั่งให้กรมสรรพากรใช้มาตรา 61 แห่งประมวลรัษฎากรประเมินเรียกเก็บภาษีจาก นายทักษิณ ชินวัตร อดีนายกฯ โดยเห็นว่าหุ้นชินคอร์ปจำนวน 329.2 ล้านหุ้น ที่ โอ๊ค-เอม ขายให้กับกองทุนเทมาเส็กในตลาดหลักทรัพย์ในราคาหุ้นละ 49.25 บาทนั้น เป็นของนายกฯ ทักษิณทั้งหมด แต่การจะใช้มาตรา 61 ประเมินเรียกเก็บภาษีจากผู้มีชื่อในหนังสือสำคัญ กรณีนี้คือใบหุ้นที่อยู่ในชื่อของโอ๊ค-เอม ที่ศาลฎีกาเห็นว่าถือไว้แทนนายกฯ ทักษิณ จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าทรัพย์สินดังกล่าวก่อให้เกิดเงินได้พึงประเมิน แต่ธุรกรรมเกี่ยวกับหุ้นชินคอร์ปไม่เคยก่อให้เกิดเงินได้พึงประเมิน กล่าวคือ ครั้งแรกแอมเพิลริชได้ขายหุ้นดังกล่าวให้กับโอ๊ค-เอมในราคาหุ้นละ 1 บาท ที่หลายฝ่ายเห็นว่าเป็นการขายต่ำกว่าราคาตลาด จึงสามารถเรียกเก็บภาษีได้ซึ่งคลาดเคลื่อน เพราะหากจะถือว่าหุ้นเป็นสินค้าหรือบริการซึ่งกรมสรรพากรอาจใช้มาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากรประเมินภาษีได้นั้น จะต้องประเมินและเรียกเก็บจากผู้ขาย ส่วนโอ๊ค-เอมที่เป็นผู้ซื้อไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษี ต่อมา หุ้นดังกล่าวถูกขายให้กับกองทุนเทมาเส็ก แต่เป็นการขายในตลาดหลักทรัพย์จึงได้รับยกเว้นภาษีอีกเช่นกัน ดังนั้นธุรกรรมทั้งสองครั้งไม่ว่า โอ๊ค-เอม จะกระทำฐานะส่วนตัวหรือในฐานะตัวแทนของนายกฯ ทักษิณก็ไม่ต่างกัน เพราะไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีทั้งสองธุรกรรม

นายวัฒนา ระบุต่อว่า หากพิจารณาเรื่องนี้ตามกฎหมายบนหลักนิติธรรม ไม่ว่าจะใช้อภินิหารขนาดไหนก็ไม่อาจใช้มาตรา 61 มาประเมินภาษีได้เพราะไม่มีภาระภาษีเกิดขึ้น เนื่องจากการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปทั้งสองครั้งไม่ก่อให้เกิดเงินได้พึงประเมิน วิธีเดียวที่จะทำได้ใช้อำนาจเผด็จการแก้ไขกฎหมายเพื่อเรียกเก็บภาษีจากนายกฯ ทักษิณ แต่ไม่ใช่อภินิหารของกฎหมายและไม่จำเป็นต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปเรียนถึงเมืองนอก เพราะสำนักทรงเจ้าเข้าทรงก็สอนได้ ครั้งหน้าผมจะเล่าเบื้องหลังของเรื่องนี้ให้ฟังครับ.