วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระบบ “เกาทัณฑ์”

การศึกสงครามมีทั้งรุกและรับ ซึ่งปัจจุบันเนื่องด้วยเทคโนโลยีการทหาร ได้มุ่งเน้นไปที่การโจมตี “นอกระยะสายตา” มากขึ้น จึงทำให้การวางระบบป้องกันมีความจำเป็นต้องไล่ตามให้ทัน

อย่างในคาบสมุทรเกาหลี สหรัฐฯจะนำระบบต่อต้านขีปนาวุธ “ธาด” (THAAD) มาติดตั้ง อ้างป้องกันภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ ก็ทำให้รัฐบาลจีนอยู่ไม่สุขแล้ว เพราะเท่ากับว่าศักยภาพการโจมตีระยะไกลของจีน ในภูมิภาคดังกล่าวได้ถูกบั่นทอนไปอย่างสิ้นเชิง

แต่ที่เพิ่งถูกโจษขานในแวดวงความมั่นคงโลก ณ เพลานี้ คงหนีไม่พ้นระบบป้องกันขีปนาวุธ “เกาทัณฑ์” (Arrow) ของอิสราเอล หลังเพิ่งแสดงความสามารถให้เห็นว่า เทคโนโลยีชาติยิว ไม่เป็นสองรองใคร

โดยเมื่อวันที่ 17 มี.ค. กองทัพซีเรียได้ทำการยิงจรวดต่อต้านอากาศยาน รุ่นเอส-200 ความเร็วเหนือเสียง ใส่เครื่องบินรบอิสราเอลที่กำลังวกกลับฐานหลังเสร็จภารกิจโจมตีขบวนขนอาวุธในซีเรียอย่างไรก็ตาม ปรากฏว่า ถูกระบบเกาทัณฑ์ในอิสราเอลตรวจจับ ล็อกเป้าและยิงสวน จรวดเอส-200 ที่กำลังพุ่งใส่บินรบอิสราเอลถูกทำลายเป็นจุลกลางอากาศ ไม่ทันจะได้เฉียดเข้าใกล้แต่อย่างใด

ทั้งนี้ ระบบเกาทัณฑ์ของอิสราเอล จะแบ่งเป็นฐานเรดาร์ตรวจจับ และฐานปล่อยจรวดแบบ 6 ท่อยิง ใช้กำลังพลควบคุมประมาณ 100 นาย ถูกออกแบบสำหรับต่อต้านขีปนาวุธที่มีพิสัย 200 กิโลเมตรขึ้นไป ส่วนตัวจรวดเกาทัณฑ์มีความเร็วสูงสุดถึง “มัค 9” หรือประมาณ 11,100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

และที่เป็นลักษณะพิเศษสำคัญ คือจรวดจะคำนวณระยะห่างของเป้าหมายด้วยตัวเอง ก่อนจุดชนวนหัวรบในระยะ 40-50 เมตร ส่งแรงระเบิดและสะเก็ดเข้าทำลายเป้าหมาย ต่างจากระบบต่อต้านขีปนาวุธของค่ายตะวันตก เช่น ธาด หรือแพทริออต-3 ที่จะพุ่งเข้าชนเป้าหมายตรงๆซึ่งมีโอกาสพลาดได้

กรณีนี้ ดอฟ ราวิฟ หัวหน้าทีมวิจัยและพัฒนาเคยคุยไว้ว่า แค่ยิงนัดเดียวก็มีโอกาสทำลายเป้าหมายได้ 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่เวลาใช้จริงจะยิงเป็นชุด ลูกที่ 1 ตามด้วยลูกที่ 2 และลูกที่ 3 ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน

ทำให้โอกาสการทำลายเป้าหมายเพิ่มสูงถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์ แทบจะไม่มีโอกาสพลาดเลย.

ตุ๊ ปากเกร็ด