บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประวัติศาสตร์เอสโตเนียซ้ำรอย

(ภาพ : REUTERS)

สัปดาห์ที่ผ่านมา ทหารอังกฤษ 800 นายเดินทางไปถึงสาธารณรัฐเอสโตเนีย พร้อมกับรถถัง ปืนใหญ่ รถหุ้มเกราะ ฯลฯ การเข้าไปเอสโตเนียของอังกฤษเป็นการหยามรัสเซีย รัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษพูดว่า การส่งทหารไปเป็นเรื่องจำเป็นเพราะรัสเซียก้าวร้าวขึ้น รัสเซียควบรวมไครเมียของยูเครนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินรัสเซีย ทำให้หลายชาติต่อต้าน เอสโตเนียก็เป็นประเทศหนึ่งที่ไม่พอใจที่รัสเซียเที่ยวไปผนวกดินแดนของประเทศอื่นมาเป็นของตัว จึงต่อต้าน เมื่อรัสเซียเขม่นเอสโตเนีย อังกฤษก็ส่งทหารเข้าไปช่วย

กลุ่มสาธารณรัฐบอลติกมีลิทัวเนีย ลัตเวีย และเอสโตเนีย เอสโตเนียนี่เล็กที่สุดครับ มีพื้นที่เพียง 4.5 หมื่น ตร.กม. พื้นที่ร้อยละ 40 เป็นป่าไม้ ร้อยละ 10 เป็นเกาะ ประเทศเล็กก็จริงแต่มีเกาะมากถึง 1,500 แห่ง คนในประเทศนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวเอสโตเนีย มีคนรัสเซีย 1 ใน 3 สมัยก่อนตอนโน้น ผู้คนในประเทศนี้ใช้รัสเซียเป็นภาษาราชการ แต่ตอนนี้มี การต่อต้านรัสเซียและหันกลับมาใช้ภาษาเอสโตเนียที่คล้ายกับภาษาฟินนิชและฮังกาเรียน

ใครไปเยือนเอสโตเนีย ผมขอแนะนำให้ไปใช้ชีวิตในกรุงทาลลินน์ เมืองหลวงให้นานหน่อย กรุงทาลลินน์เป็นเมืองที่สวยที่สุดในกลุ่มสาธารณรัฐบอลติก สมัยที่ยังอยู่กับโซเวียต รัฐบาลโซเวียตใช้กรุงทาลลินน์อวดคนต่างชาติในงานสำคัญระดับชาติต่างๆ

หน้าตาของคนเอสโตเนียไม่เหมือนพวกสลาฟนะครับ พวกคนดั้งเดิมเป็นพวกเอสตี ต่อมาพวกไวกิ้งใช้เอสโตเนียเป็นเส้นทางผ่านจากทะเลบอลติกไปติดต่อกับคนรัสเซีย เอสโตเนียเป็นชนชาติอาภัพ โดนไวกิ้งและรัสเซียสลับกันให้ส่งบรรณาการ ต่อมาเยอรมนีก็เข้ามาบุก คนเอสโตเนียก็ถูกบังคับให้เป็นทาสติดที่ดินและให้นับถือคริสต์ศาสนา ตรงไหนที่คนเยอรมันไม่ค่อยไปเกี่ยวดองหนองยุ่ง พวกเดนมาร์กก็เข้ามายึดและตั้งเป็นชุมชน

มีคนเคยถามว่า ทำไมคนเอสโตเนียจึงนับถือศาสนาคริสต์นิกายลูเทอร์แรนด์? นี่เป็นอิทธิพลที่ได้รับมาจากเยอรมนีครับ ช่วงไหนเยอรมนีอ่อนแรง แทนที่เอสโตเนียจะได้เป็นเอกราช ก็จะโดนคนชาติอื่นเข้ามาบุกและยึดให้อยู่ใต้การปกครอง อย่างสวีเดนนี่ก็เคยเป็นเจ้าเข้าครองเอสโตเนีย โปแลนด์ก็เคย สมัยซาร์ปีเตอร์มหาราชของรัสเซียอยากหาเส้นทางออกทะเลก็ไปทำสงครามกับสวีเดน และก็ได้เอสโตเนียเป็นเส้นทางออกทะเลด้านบอลติก

ซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 1 ให้เปลี่ยนทุกอย่างในเอสโตเนียเป็นแบบรัสเซีย ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา ศาล การบริหาร การปกครอง สมัยซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2 ให้เอาคนเอสโตเนียไปเป็นแรงงานในรัสเซีย พวกปัญญาชนเอสโตเนียพยายามปลดแอกจากรัสเซียด้วยการปลูกจิตสำนึกให้รักชาติ มีการแอบสอนภาษาเอสโตเนีย รื้อฟื้นเพลงพื้นบ้าน จัดงานประเพณีประจำชาติ ผลิตงานวรรณกรรมแห่งชาติ ฯลฯ

วันอาทิตย์นองเลือดในกรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซีย ทำให้มีการปฏิวัติรัสเซียในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1905 พวกเอสโตเนียเห็นรัสเซียอ่อนแอและมีปัญหาภายในเยอะ ก็จึงแข็งข้อเรียกร้องสิทธิการปกครองตนเอง มีการตั้งสภาแห่งชาติเพื่อให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ซาร์นิโคลัสที่ 2 ไม่ยอม ส่งทหารเข้าไปคุมสถานการณ์ไว้ได้ และจัดตั้งสภาดูมาให้แทน

การปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์และการสิ้นสุดอำนาจของซาร์นิโคลัสที่ 2 เอสโตเนียก็ถือโอกาสประกาศเอกราชเมื่อมีนาคม ค.ศ. 1917 แต่พอพวกบอลเชวิคยึดอำนาจทางการเมืองในการปฏิวัติเดือนตุลาคม ค.ศ. 1917 พวกบอลเชวิคในเอสโตเนียก็ทำรัฐประหารยึดอำนาจในเมืองทาลลินน์ และตั้งคณะกรรมาธิการบริหารสภา โซเวียตเอสโตเนียขึ้นปกครองประเทศ

สงครามโลกครั้งที่ 1 เยอรมนียึดเอสโตเนียไว้ตลอดช่วงสงคราม เมื่อเยอรมนีแพ้สงคราม รัฐบาลเอสโตเนียก็ประกาศเอกราช แต่เป็นเอกราชได้เพียง 15 เดือน กองทัพแดงของโซเวียตก็เข้ามายึดครองเอสโตเนียออกไปอีก

เอสโตเนียเป็นประเทศเจ๊กลากไปไทยลากมา มีเพียงประเทศเดียวเท่านั้นที่ส่งกองทัพและอาวุธเข้ามาช่วย ประเทศนั้นคือ อังกฤษ

ตอนที่โดนกองทัพแดงของโซเวียตบุก อังกฤษส่งอาวุธและกองทัพเรือเข้าช่วยเอสโตเนียจนโซเวียตต้องยอมลงนามในสนธิสัญญาตาร์ตู ซึ่งเป็นสนธิสัญญาฉบับแรกที่รัฐบาลโซเวียตทำกับต่างประเทศ เมื่อ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1920

วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป 97 ปี

ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม

อังกฤษช่วยเอสโตเนียสู้กับรัสเซียอีกครั้ง.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com