บริการข่าวไทยรัฐ

'สุริยะใส' ชี้บี้เก็บภาษี 60 นักการเมืองไม่กระทบสร้างปรองดอง

"สุริยะใส" ชี้ปรองดองต่างจากฮั้ว บี้เก็บภาษี 60 นักการเมืองไม่กระทบปรองดอง จี้ "สรรพากร" ตรงไปตรงมา เตือนระวังเฉย โดนข้อหาละเว้น

เมื่อวันที่ 19 มี.ค.60 นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวว่า ตนเห็นด้วยที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เรียกร้องให้กรมสรรพากรดำเนินการเรียกเก็บภาษีจากนักการเมืองทั้งในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยใช้บรรทัดฐานเดียวกันกับการดำเนินการกรณีเรียกเก็บภาษีการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปจากนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งการดำเนินการโดยใช้บรรทัดฐานเดียวกันกับทุกคน เป็นสิ่งที่กรมสรรพากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่ให้ประชาชนรู้สึกและเข้าใจไปว่าทางการใช้กลไกภาษีมากลั่นแกล้งเล่นงานคนใดคนหนึ่งเป็นการเฉพาะ เพราะมีความพยายามที่จะบิดเบือนข้อเท็จจริงกันอยู่ตลอดเวลา

นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า อยากให้กรมสรรพากรและหน่วยงานที่รับผิดชอบแจกแจงกับสังคมว่า เบื้องต้นมีนักการเมืองกว่า 60 คน ที่เข้าข่ายต้องจ่ายภาษีคล้ายๆ กรณีหุ้นชินคอร์ปนั้นมีใครบ้าง ควรอธิบายกับสังคม ไม่ใช่ปล่อยอึมครึมหรือตีความกันไป ซึ่งอาจทำให้มองได้ว่าเป็นแค่การขู่หรือปรามนักการเมืองให้เข้าสู่กระบวนการปรองดองเท่านั้น เพราะอาจโดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เสียเอง และเชื่อว่าการดำเนินการตรงไปตรงมาของกรมสรรพากรจะไม่กระทบกับกระบวนการสร้างความปรองดอง เพราะใช้บรรทัดฐานเดียวกัน ไม่เป็นการเลือกปฏิบัติ หากไม่ทำหรือเลือกทำเป็นบางกรณีต่างหากที่ทำลายหลักการปรองดอง ซึ่งกระบวนการปรองดองจะต้องทำให้คนทุกกลุ่มอยู่ในระบบกฎหมายเดียวกัน

"ในขณะนี้มีกลุ่มการเมืองบางกลุ่มพยายามยกเอาการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือเข้าข่ายทุจริตของตนมาเป็นข้ออ้างในกระบวนการสร้างความปรองดองนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะการปรองดองต่างจากการฮั้วทางการเมือง ใครทำผิดกฎหมายก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าผิดจริง และมีกระบวนการรับผิดและลงโทษ" นายสุริยะใส กล่าว.