บริการข่าวไทยรัฐ

กทม.ออกนำโด่ง ชุมพร-ระนองเกมส์

กกท.เห็นศักยภาพชุมพร เจ้าภาพร่วมกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 33 มีโอกาสขยับไปจัดกีฬา แห่งชาติได้ในอนาคต โดยเฉพาะในครั้งที่ 49 ในปี พ.ศ.2567 หาก พร้อมก็สามารถเสนอตัวเข้ามาได้เลย ส่วนชุมพร-ระนองเกมส์ “ใบพัน” ศิริพล พันแพ จากสุราษฎร์ธานี และ “โม” ปรีชาพร ปลื้มพันธ์ จากบุรีรัมย์ คว้าเจ้าลมกรด ได้เหรียญทองวิ่ง 100 ม. ขณะที่นวพร แดงศรี และอนุชา ดวงศรี จอมพลังจากชลบุรี ต่างกวาดคนละ 3 เหรียญทอง รุ่น 58 กก.หญิง และ 69 กก.ชาย ตามลำดับ

การแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 33 “ชุมพร-ระนองเกมส์” ที่จังหวัดชุมพร และระนอง เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงาน นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยถึงกรณีจังหวัดชุมพร แสดงความต้องการเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 49 ในปี พ.ศ. 2567 ว่า เท่าที่ประเมินการเป็นเจ้าภาพของชุมพรในครั้งนี้ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี ไม่มีปัญหาอะไร แม้จะเป็นเจ้าภาพร่วมกับระนอง แต่เฉพาะชุมพรจังหวัดเดียวก็สามารถจัดได้ถึง 34 กีฬาแล้ว อีกทั้งยังเป็นจังหวัดที่รู้จักใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า ไม่สูญไปกับสิ่งที่ไม่สำคัญมากจนเกินไป มองว่าชุมพรมีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นเจ้าภาพกีฬาแห่งชาติแน่นอน ซึ่งเร็วๆนี้จะมีการเปิดรับสมัครจังหวัดที่ต้องการจัดกีฬาแห่งชาติ หากชุมพรสนใจจริงๆก็สามารถเสนอเข้ามาที่ กกท.ได้

ส่วนผลเหรียญทองที่น่าสนใจ กรีฑา ชิง 12 เหรียญทอง ไฮไลต์อยู่ที่วิ่ง 100 ม.ชายและหญิง เริ่มฝ่ายหญิง “โม” ปรีชาพร ปลื้มพันธ์ จากบุรีรัมย์ วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก เวลา 12.19 วิ. คว้าเหรียญทองไปครอง ขณะที่ฝ่ายชาย “ใบพัน” ศิริพล พันธ์แพ จากสุราษฎร์ธานี ก็วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก เวลา 10.83 วิ. ได้เหรียญทองไปครองเช่นกัน

ปรีชาพรเผยว่า ตนลงแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งนี้เป็นหนที่ 3 ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้เหรียญรางวัลเลย ซึ่งต่อจากนี้ยังเหลือการแข่งขันอีก 2 รายการ โดยหวังคว้าเหรียญทอง วิ่ง 200 ม. ขณะที่ศิริพลกล่าวว่า ตนลงแข่งขันกีฬาแห่งชาติมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งที่แล้วได้แค่เหรียญทองแดง จึงกลับไปตั้งใจฝึกซ้อมมา เพราะปีนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะลงเล่นในกีฬาเยาวชนแห่งชาติแล้ว และหลังจากนี้เหลือรายการแข่งขันอีก 4 รายการ ได้แก่ วิ่ง 200 ม., วิ่งผลัด 4×100 ม.ชาย, วิ่งผลัด 4×400 ม.ชาย และวิ่งผลัดชาย

ผลเหรียญทองกรีฑา ประเภทอื่น เดิน 5,000 ม.หญิง กชพร ตั้งศรีวงษ์ (นครสวรรค์) 27.52.03 น., วิ่ง 5,000 ม.ชาย มูฮัมหมัด ฟิตรี อุเซ็ง (สงขลา) 16.26.73 น., พุ่งแหลนชาย ปรเมศ หมัดผอม (นครศรีธรรมราช) 59.95 ม., ขว้างค้อนชาย อนุชา บรรดากาล (ลำพูน) 55.27 ม., ขว้างจักรหญิง อาทิมา เสาวไพบูลย์ (กรุงเทพฯ) 38.55 ม., กระโดดไกลหญิง สุภาวดี อินตาถึง (อุดรธานี) 5.65 ม., วิ่ง 400 ม.หญิง ระวิวรรณ ประติเก (นครราชสีมา) 58.84 วิ., วิ่ง 400 ม.ชาย พิชยะ สุนทรท้วม (นครศรีธรรมราช) 47.32 วิ.
ยกน้ำหนัก ชิง 9 เหรียญทอง รุ่น 53 กก.หญิง วิภากรณ์ ขวัญยืน (สุพรรณบุรี) คว้า 2 เหรียญทอง จากท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 85 กก. น้ำหนักรวม 150 กก. และ 1 เหรียญเงิน จากท่าสแนตช์ 65 กก. ขณะที่โป๊ยเซียน ยอดสาร (สุราษฎร์ธานี) ได้ 1 เหรียญทอง จากท่าสแนตช์ 66 กก., รุ่น 69 กก.ชาย อนุชา ดวงศรี (ชลบุรี) กวาด 3 เหรียญทอง จากท่าสแนตช์ 121 กก. ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 157 กก. และน้ำหนักรวม 278 กก., รุ่น 58 กก.หญิง นวพร แดงศรี (ชลบุรี) คว้า 3 เหรียญทอง จากท่าสแนตช์ 90 กก. ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 105 กก. และน้ำหนักรวม 195 กก.

สรุปเหรียญรางวัลที่แต่ละจังหวัดได้รับ เรียงตามลำดับเหรียญทอง เหรียญเงิน เหรียญทองแดง 5 อันดับแรก ดังนี้ อันดับ 1 กรุงเทพฯ 27-23-22, อันดับ 2 นครศรีธรรมราช 13-13-17, อันดับ 3 สุพรรณบุรี 11-14-10, อันดับ 4 ชลบุรี 9-4-7, อันดับ 5 อุบลราชธานี 8-4-3