บริการข่าวไทยรัฐ

หวั่นเด็กจมน้ำดับเตือนดูแลใกล้ชิด

สคร.10 อุบลฯเตือน ปิดเทอมเตือนพ่อแม่ ผู้ปกครองช่วยกันดูแลลูกหลานอย่างใกล้ชิด ป้องกันอันตรายจากการจมน้ำ อย่าปล่อยเด็กๆอยู่ใกล้แหล่งน้ำตามลำพัง เมื่อวันที่ 18 มี.ค. นางศุภศรัย สง่าวงศ์ นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ รักษาราชการแทน ผอ.สนง.ป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี (สคร.10) เปิดเผยว่า การจมน้ำเป็นสาเหตุให้เด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตสูงเป็นอันดับ 1 ของทุกสาเหตุ โดยช่วงปิดเทอม 3 เดือน (มี.ค.-พ.ค.) พบเด็กจมน้ำเสียชีวิตสูงถึง 197 คน ที่น่าเป็นห่วงคือ สภาพอากาศได้เปลี่ยนเป็นฤดูร้อน และอยู่ในช่วงปิดเทอมใหญ่ ในเดือน มี.ค.-พ.ค. ถือว่าเป็น 90 วัน อันตรายที่มีความเสี่ยงเด็กจมน้ำตายสูงที่สุด เนื่องจากเด็กๆมักลงเล่นน้ำเพื่อคลายความร้อนในสภาวะอากาศร้อนอบอ้าว และมักลงเป็นกลุ่ม เมื่อมีรายหนึ่งจมน้ำมักจะลงไปช่วยกัน แต่ช่วยไม่เป็น จึงจมน้ำตายด้วยกัน โดยเฉพาะแหล่งน้ำธรรมชาติ แม่น้ำ ลำคลอง หนองน้ำ บึง รองลงมาคือ สระว่ายน้ำ และอ่างเก็บน้ำ

ส่วนในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ จุดเกิดเหตุมักอยู่ในบ้าน คือจมในถังน้ำ อ่างน้ำ กะละมังที่มีน้ำอยู่ เนื่องจากเด็กยังทรงตัวได้ไม่ดี ทำให้ล้มในท่าศีรษะทิ่มลง ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ปัญหาว่ายน้ำไม่เป็นยังเป็นปัญหาใหญ่ของเด็กไทย ผลสำรวจล่าสุดในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่มีประมาณ 13 ล้านคน ว่ายน้ำไม่เป็นถึง 11 ล้านคน จึงขอให้พ่อแม่ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเด็กได้ตระหนัก และรับรู้ปัญหา รวมทั้งหาแนวทางเพื่อป้องกันการจมน้ำในเด็ก ต้องดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ไม่ควรปล่อยให้เด็กเล่นน้ำเองตามลำพัง และห้ามกระโดดลงไปในน้ำเพื่อช่วยเพื่อน แม้ว่าจะว่ายน้ำเป็น เพราะเด็กมักจมน้ำเสียชีวิตเป็นกลุ่ม เพราะไม่รู้วิธีการเอาชีวิตรอดในน้ำ การช่วยเหลือที่ถูกต้อง ควรตะโกนเรียกให้ผู้ใหญ่มาช่วย หรือถ้าไม่มีใคร ก็ให้ใช้อุปกรณ์ที่ลอยน้ำได้ โยนให้ผู้ตกน้ำเกาะลอยตัวเข้าหาฝั่ง เด็กๆควรสร้างเกราะป้องกันตนเองโดยการเรียนหลักสูตรว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดเป็นหลักสูตรขั้นพื้นฐาน สามารถเอาชีวิตรอดได้ เมื่อตกน้ำ และรู้วิธีการช่วยเหลือคนตกน้ำในเบื้องต้น.