บริการข่าวไทยรัฐ

ธรรมกายกระอัก เจออีก127หมาย ดีเอสไอชี้สิ้นมี.ค.รู้เลิกม.44มั้ย

“ผอ.มหาเถรสมาคม-เจ้าคณะคลองหลวง” พร้อมคณะตรวจอาคารภาวนา 60 ปี วัดพระธรรมกาย เหตุการณ์เรียบร้อยดี ชี้ เจ้าคณะอำเภอสั่งให้ “ธัมมชโย” สละสมณเพศได้เริ่มจากเจ้าอาวาสรายงานความผิดไปตามลำดับ ขั้นตอน “รองโฆษกดีเอสไอ” เผยคาดสิ้นเดือนนี้อธิบดีดีเอสไอประเมินสถานการณ์วัดพระธรรมกายปฏิบัติตามข้อตกลงหรือไม่ จะใช้เป็นเหตุผลหนึ่งยกเลิกคำสั่ง ม.44 ขณะเดียวกัน “ศรีวราห์” ระบุออกหมายจับ “ธัมมชโย-มูลนิธิธรรมกาย-แม่ชีจันทร์” เพิ่มอีก 127 หมาย ผิด พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร-บุกรุก

กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ประกาศยุติการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังเข้าปิดล้อมค้นวัด 24 วัน แต่ไร้เงาพระไชยบูลย์ สุทธิผล หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์วัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีร่วมกันฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น แต่ยังคงคำสั่งมาตรา 44 คุมวัดไว้ป้องกันมือที่ 3 เข้ามาสร้างสถานการณ์ พร้อมจัดชุดสืบสวนติดตามพระธัมมชโย ที่ถูกถอดสมณศักดิ์ และร่วมกับอัยการตรวจสอบพระทัตตชีโว รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เอาเงินของวัดไปเล่นหุ้น ขณะเดียวกัน สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ได้ส่งหนังสือแจ้งเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีและเจ้าคณะอำเภอคลองหลวง เรื่องพิจารณาความผิดคดีอาญาในทางพระธรรมวินัย ตามกฎ มส.ฉบับที่ 21 ให้พระธัมมชโยสละสมณเพศ พร้อมกำชับให้เจ้าคณะผู้ปกครองปฏิบัติตามคำสั่ง ขณะที่วัดพระธรรมกายเตรียมคืนพัดยศของพระธัมมชโยและพระทัตตชีโว

ความคืบหน้าเวลา 08.00 น. วันที่ 18 มี.ค. บรรยากาศที่วัดพระธรรมกาย มีบรรดาศิษยานุศิษย์เดินทางมาทำบุญและสวดมนต์ภายในวัดจำนวนมากขึ้น เนื่องจากเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ไม่คึกคักเหมือนเดิม โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของวัดขับรถตรวจตราตลอดเวลา รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของวัดยังตรวจเข้มคัดกรองคนเข้าออกมากขึ้น ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดีเอสไอ ยังคงปักหลักเฝ้าดูแลความปลอดภัยทุกประตู สำหรับบริเวณทางเข้าออกประตู 7 เป็นเส้นทางหลักที่มีศิษยานุศิษย์ใช้เดินทางเข้าออกมาทำบุญเป็นปกติ ไม่มีการตรวจแต่อย่างใด ส่วนผู้ที่จะเดินทางเข้าออกบริเวณประตู 5-6 จะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบ สำหรับผู้ที่ไม่มีบัตรประชาชนจะให้มาทำบัตรของวัดก่อนจึงจะอนุญาตเข้าได้

ต่อมาเวลา 09.00 น. พระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี มอบหมายให้พระครูมงคลกิจจารักษ์ เจ้าคณะอำเภอคลองหลวง และนายบุญเชิด กิตติธรางกูร ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) นำคณะพระวินยาธิการ เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครองเข้าตรวจพื้นที่ในอาคารภาวนา 60 ปี ของวัดพระธรรมกาย และได้พูดคุยให้กำลังใจคณะสงฆ์และสาธุชนที่มาพักค้างคืนถือศีลปฏิบัติธรรมในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ มีพระครูวิบูลย์นิติธรรม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และพระมหาคมสัน ธัมมาสันโน ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักศรัทธาภิบาล ให้การต้อนรับ บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ด้านนายบุญเชิด กิตติธรางกูร ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) เปิดเผยถึงการดำเนินการในทางพระธรรมวินัย ตามกฎ มส.ฉบับที่ 21 กับพระธัมมชโยว่า มหาเถรสมาคม ไม่ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวโดยตรง ขณะนี้ได้ส่งเอกสาร และข้อร้องเรียนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความผิดในคดีอาญา ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดีเอสไอ และ ปปง.ได้ยื่นมาให้กับเจ้าคณะผู้ปกครองระดับสูงของภาค 1 คือเจ้าคณะใหญ่หนกลางแล้ว เพื่อให้พิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ ความผิดของพระธัมมชโยว่าจะต้องใช้กฎระเบียบของมหาเถรสมาคมที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง เพื่อให้ผู้ที่กำกับดูแลในลำดับชั้นต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเจ้าคณะ อำเภอ เจ้าคณะตำบล ได้ทำงานอย่างถูกต้อง เป็นทิศทางเดียวกัน ไม่ให้ขัดแย้งต่อระเบียบพระธรรมวินัย โดยเจ้าคณะอำเภอ ให้พระธัมมชโยสละสมณเพศสามารถทำได้ แต่จะต้องเริ่มทีละขั้นตอน ตั้งแต่เจ้าอาวาสของวัดพระธรรมกาย ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร พระสงฆ์ที่กระทำผิด หากตักเตือนแล้วไม่เป็นผลจะส่งหนังสือรายงานเจ้าคณะตำบล และเจ้าคณะอำเภอ ไปตามลำดับ เจ้าคณะต่างๆต้องใช้เวลาดำเนินการ แต่สิ่งที่สำคัญคือ ขณะนี้ยังไม่พบตัวพระธัมมชโย การดำเนินการจึงต้องทำตามขั้นตอน

ขณะที่พระมหานพพร ปุญฺญชโย ผู้ช่วย ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกายกล่าวว่า จากกระแสข่าวความขัดแย้งภายในของพระภิกษุสงฆ์ผู้บริหารวัดพระธรรมกายนั้น ทางวัดขอปฏิเสธว่า ไม่เป็นความจริง เพราะพระภิกษุทุกรูปล้วนแล้วแต่เป็นลูกพระพุทธเจ้าด้วยกันทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอบรมหล่อหลอมภายในวัด เน้นหลักตามพุทธโอวาทที่ว่า สุขาสงฺฆสฺส สามคฺคี ความพร้อมเพรียงของหมู่คณะก่อให้เกิดความสุข ดังนั้น วิธีการดูแลและบริหารจัดการเป็นการทำงานในรูปแบบหมู่คณะ เป็นความสามัคคีในลักษณะของพี่น้อง ไม่มีความขัดแย้งแตกแยกแต่อย่างใด วัดพระธรรมกายเคยเผชิญกระแสข่าวในลักษณะเช่นนี้มาหลายครั้ง แต่มิได้หวั่นไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครั้งนี้มีพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีได้เข้ามาดูแลและสั่งการด้วยตนเอง จึงเป็นไปไม่ได้ภายในจะมีความขัดแย้งกัน ส่วนการดำเนินการคืนพัดยศพระธัมมชโย และพระทัตตชีโวนั้นทางวัดได้รับหนังสือจากสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานีแล้ว และจะมีการดำเนินการนำส่งคืนในวันที่ 20 มี.ค.นี้

ส่วน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอเผยว่า ขณะนี้ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอยังไม่ได้สั่งการอะไรเพิ่มเติม ส่วนในทางปฏิบัติในการสืบสวนหาข่าวและสืบสวนเชิงลึก เพื่อจับพระธัมมชโยมี พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ เป็นผู้ดำเนินการ ส่วนการดำเนินการควบคุมวัดนั้น ขณะนี้ได้ตำรวจภูธรภาค 1 ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี หรือฝ่ายปกครอง และสำนักงานพระพุทธศาสนา เข้ามาควบคุมดูแลความปลอดภัย และมาตรการอื่นๆให้วัดพระธรรมกายเรียบร้อยตามที่ตกลงกันไว้ คาดว่าสิ้นเดือน มี.ค.นี้ อธิบดีดีเอสไอจะประเมินสถานการณ์วัดพระธรรมกายอีกทีว่ามีความสงบเรียบร้อยมีการคืนพื้นที่และรื้อสิ่งกีดขวางออกหมดหรือยัง อาจนำไปใช้เป็นเหตุหนึ่งประกอบการยกเลิกคำสั่งมาตรา 44 ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้สำนักคดีการเงิน การธนาคารดีเอสไอ ได้ประสานสำนักงานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขอตรวจสอบบุคคลที่นำเงินวัดพระธรรมกายไปเล่นหุ้น เบื้องต้นมี 4 ราย 1.พระทัตตชีโว หรือพระเผด็จ ผ่องสวัสดิ์ รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย 2.น.ส.รัชดาพรรณ อิทธิวรากร 3.น.ส.พัชรี วชิรศักดิ์พานิช 4.นายสมชาย จิตตะนิธิ และกำลังขยายผลว่ามีบุคคลอื่นๆอีกหรือไม่ อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ

ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กำกับดูแลสำนวนการสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับคดีวัดพระธรรมกายเผยว่า คณะพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกให้กรรมการมูลนิธิธรรมกาย มีพระธัมมชโย เป็นประธานกรรมการ กับกรรมการมูลนิธิธรรมกาย 11 คน และกรรมการมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูงฯ มีนางวรรณา จิรกิติ เป็นประธานกรรมการมูลนิธิ กับกรรมการมูลนิธิฯ รวม 7 คน มาพบคณะพนักงานสอบสวนที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ากรรมการมูลนิธิฯทั้ง 2 แห่ง ไม่มารายงานตัว

รอง ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า วันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอออกหมายจับต่อศาลจังหวัดธัญบุรี และศาลอนุมัติหมายจับ 127 หมายจับ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ มูลนิธิธรรมกาย ในความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ 8 คดี ออกหมายจับพระธัมมชโย ในฐานะนิติบุคคล 7 หมายจับ กรรมการมูลนิธิ จำนวน 10 คน คนละ 8 หมายจับ รวม 80 หมายจับ ความผิดฐานบุกรุกฯ จำนวน 3 คดี ประธานมูลนิธิฯ และกรรมการมูลนิธิฯ รวม 11 คน คนละ 3 หมายจับ มูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูงฯ ฐานบุกรุกฯ 1 คดี ออกหมายจับกรรมการมูลนิธิฯ 7 คน คนละ 1 หมายจับ ได้แก่ นางวรรณา จิรกิติ ประธานกรรมการมูลนิธิ นางพิศมัย แสงหิรัญ นางคำนวณ คงศุภลักษณ์ น.ส.เมตตา สุวชิตวงศ์ น.ส.อุบลทิพย์ สุพรรณานนท์ น.ส.เสาวนีย์ สิริพงศ์บุญสิทธิ น.ส.อารีพันธุ์ ตรีอนุสรณ์ กรรมการ

มีรายงาน ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้สรุปยอดการดำเนินคดีกับพระธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย รวม 343 คดี โดยแยกตามพื้นที่การกระทำความผิดดังนี้ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 194 คดี แบ่งเป็นความผิดฐานบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ ความผิด ฐานกีดขวางการจราจร และความผิดหมิ่นประมาท เป็นต้น สภ.คลองห้า จ.ปทุมธานี ความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 14 คดี สภ.เกาะยาว จ.พังงา 104 คดี แบ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ เป็นต้น บก.ปทส.ดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 22 คดี บก.ป.ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่น รวม 2 คดี และ สภ.ภูเรือ จ.เลย รวม 6 คดี แบ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และความผิดฐานออก น.ส.3 ก.โดยมิชอบ เป็นต้น ทั้งนี้ จากการสรุปยอดรวมการดำเนินคดีกับพระธัมมชโย และวัดพระธรรมกาย รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้อง ในส่วนคดีเก่า 343 คดี และคดีใหม่ 127 คดี รวมทั้งหมด 470 คดี