บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วุฒิสภาสหรัฐมีมติ ‘เทิดร.9’ แสดงความยินดีร.10

สืบทอดพระราชบัลลังก์ครุฑประดับพระโกศ8ทิศ

สภาคองเกรสสหรัฐฯ ลงมติเป็นเอกฉันท์ เทิดพระเกียรติ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช” ทรงเป็นผู้นำ เปี่ยมด้วยความโดดเด่น พร้อมกันนี้ แสดงความยินดีแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงสืบทอดพระราชบัลลังก์ ขณะที่ช่างกรมศิลปากรเผยรูปแบบพระโกศทรงพระบรมอัฐิ ในหลวง ร.9 จัดทำอย่างวิจิตรงดงาม มีพิเศษ คือทำลวดลายประดับที่พระลองในศิลาอ่อน เป็นการถวายพระเกียรติและแสดงความเคารพอย่างสูงสุด ส่วนรูปปั้น “คุณทองแดง” สุนัขทรงเลี้ยง คืบหน้าไปมากกว่าครึ่ง โดยพยายามถ่ายทอดลักษณะพิเศษที่มีในตัว

ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง วันที่ 18 มี.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯพระราชทานพระราชานุญาต หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ สมาคม รวมถึงคณะบุคคลต่างๆ ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันละ 4 รอบ รวมทั้งสิ้น 44 คณะ อาทิ โรงแรมแกรนด์เมอร์เคียว กรุงเทพ ฟอร์จูน บริษัทน้ำตาลราชบุรี บริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ เป็นต้น ขณะที่ตลอดทั้งวัน แม้สภาพอากาศจะร้อนอบอ้าว แต่พสกนิกรยังคงเดินทางมาต่อแถวที่ท้องสนามหลวง เพื่อรอเข้าถวายสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท อย่างไม่ขาดสาย

อย่างไรก็ดี วันเดียวกัน เว็บไซต์สภาคองเกรสของสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานการประชุมสภาคองเกรสครั้งที่ 115 วาระแรก ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่า เมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมวุฒิสภาสหรัฐฯได้โหวตเสียงเอกฉันท์ ผ่านร่างมติหัวข้อ “ขอเทิดพระเกียรติ รำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงใช้ชีวิตอย่างพิเศษ มีความเป็นผู้นำอย่างมั่นคง เปี่ยมด้วยความโดดเด่น และครองราชย์ยาวนาน 70 ปี” เสนอวันที่ 10 ม.ค.2560 โดยนายออร์ริน แฮช วุฒิสมาชิกอาวุโสสูงสุดจากรัฐยูทาห์ สังกัดพรรครีพับลิกัน มีใจความว่า วุฒิสภาสหรัฐฯขอเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงใช้ชีวิตอย่างพิเศษ มีความเป็นผู้นำอย่างมั่นคง เปี่ยมด้วยความโดดเด่น และครองราชย์ยาวนาน 70 ปี ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งแด่สมาชิกราชวงศ์ไทย และแก่ประชาชนชาวไทยต่อการสูญเสียพระองค์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่ง

วุฒิสภาสหรัฐฯขอเฉลิมฉลองในความเป็นพันธมิตรและมิตรภาพระหว่างไทยและสหรัฐฯ ที่ดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตมายาวนาน 183 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลประโยชน์ร่วมกัน และความร่วมมือหลายระดับที่ช่วยส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่งคั่งของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก พร้อมขอแสดงความยินดีแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงสืบทอดพระราชบัลลังก์ และวุฒิสภาสหรัฐฯเฝ้ารอที่จะสานสัมพันธ์มิตรภาพระหว่างไทยและสหรัฐฯให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยต่อยอดจากรากฐานความสัมพันธ์ดั้งเดิมอันเข้มแข็ง และได้รับการดูแลมาตลอดเป็นอย่างดี ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สำหรับความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายณัฐพงค์ ปิยมาภรณ์ นักวิชาการช่างศิลป์ ระดับชำนาญการพิเศษ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ผู้ออกแบบพระโกศทรงพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 4 องค์ สำหรับทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ว่า ได้นำแบบรูปพระโกศทรงพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 1-8 มาใช้ในการออกแบบ เป็นพระโกศทองคำลงยาสี ประดับรัตนชาติ เป็นกระบอกแปดเหลี่ยม สูง 65 ซม. ฐานกว้าง 17 ซม. ใช้ทองคำประมาณ 5 กิโลกรัม เพชรและพลอยอีกจำนวนมาก ประดับตั้งแต่ฐานถึงปลียอด ส่วนฝาปิดเป็นทรงยอดมหามกุฎแปดเหลี่ยม พร้อมลงยาสีประดับรัตนชาติ โดยแนวคิดในการออกแบบพระโกศทรงพระบรมอัฐิองค์นี้ เป็นไปตามหลักศาสนาพราหมณ์ที่เชื่อกันว่าพระมหากษัตริย์เปรียบเหมือนสมมติเทพ สถิตอยู่บนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ บนยอดเขาพระสุเมรุ ถือเป็นศูนย์กลางของจักรวาล เมื่อสวรรคต เปรียบคือการเสด็จสู่สวรรคาลัย ดังนั้น พระโกศจึงมีลักษณะพิเศษ คือ มีครุฑพนมทำด้วยโลหะเงิน ประจำอยู่ทั้ง 8 ทิศของฐานพระโกศ ถือเป็นครั้งแรกที่นำครุฑมาประดับพระโกศ ซึ่งเปรียบได้กับครุฑพนมคอยปกปักรักษาพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หรือยามจะเสด็จฯไปในวิมานต่างๆก็จะมีครุฑพนมเป็นพาหนะรับใช้อยู่ทุกทิศ

นักวิชาการช่างศิลป์กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีการจัดสร้างพระลองในศิลาอ่อน สร้างด้วยหินอ่อนนำเข้ามาจากประเทศกรีซ มีคุณสมบัติพิเศษที่หาไม่ได้ในประเทศไทย และที่สำคัญการสร้างครั้งนี้จะมีรูปแบบใหม่ที่พิเศษเฉพาะพระองค์ท่าน คือมีลวดลายประดับที่พระลองในศิลาอ่อน เป็นลายรักร้อย และลายหน้ากระดาน ฝังด้วยทองคำ เพชร และพลอยให้วิจิตรยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นครั้งแรกเพราะไม่เคยมีการทำลวดลายที่พระลองในศิลาอ่อนมาก่อน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติและแสดงความเคารพอย่างสูงสุด

ส่วนจัดสร้างประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ อีกหนึ่งชิ้นสำคัญคือ สุนัขทรงเลี้ยง คุณทองแดง ขนาดความสูง 70 ซม. อิริยาบถนั่งสองเท้าหลังสองเท้าหน้ายืน ที่จะนำไปตั้งประดับไว้ที่ชั้น 4 ของพระเมรุมาศ ข้างพระจิตกาธานนั้น ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายชิน ประสงค์ หรืออาจารย์ชิน อดีตผู้อำนวยการส่วนประติมากรรม และผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านประติมากรรม กรมศิลปากร ที่จัดสร้างประติมากรรมคุณทองแดง ที่โรงปั้นส่วนตัวใน จ.นนทบุรี ว่า ขณะนี้การจัดสร้างประติมากรรมคุณทองแดงคืบหน้าไปมากกว่าครึ่ง ขึ้นรูปทรงสัดส่วนของประติมากรรมเสร็จสิ้นแล้ว คงเหลือเก็บรายละเอียดส่วนต่างๆที่ต้องปรับให้เป็นไปตามที่ตั้งใจจะสื่อ เนื่องจากคุณทองแดงเป็นสุนัขที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงโปรดให้ถวายรับใช้ใกล้ชิด เคยรับสั่งด้วยว่า คุณทองแดงเป็นสุนัขธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ดังนั้นสิ่งที่ยากที่สุดของการปั้นคือ การถ่ายทอดลักษณะพิเศษ หรือเสน่ห์ ที่มีในตัวของคุณทองแดง ที่ทำให้พระองค์ทรงโปรด มั่นใจว่าเสร็จทันในเดือน เม.ย.นี้

สำหรับการเตรียมจัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) ของคณะสงฆ์อนัมนิกายแห่งประเทศไทย อุทิศถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในวันที่ 21 มี.ค.นี้ องสรภานอนัมพจน์ เจ้าอาวาสวัดธรรมปัญญาราม บางม่วง จ.นครปฐม กล่าวว่า ทางคณะสงฆ์อนัมนิกายนัดหมายซ้อมใหญ่ขั้นตอนสำคัญๆของการประกอบพิธีกงเต๊กหลวงที่วัดกุศลสมาคร เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ร่วมกับวงเครื่องสายประกอบศาสนพิธีที่จะบรรเลงคู่ไปกับการสวด เพื่อให้เกิดความพร้อมเพรียงและสมพระเกียรติสูงสุด

ขณะที่นายสมชาย รักเจริญสกุล ไวยาวัจกร คณะสงฆ์อนัมนิกาย ในฐานะผู้ควบคุมวงเครื่องสายดนตรีประกอบศาสนพิธีกรรมแบบพุทศาสนามหายานของคณะสงฆ์อนัมนิกาย เผยว่า การประกอบพิธีกงเต๊กหลวง มีส่วนประกอบสำคัญที่ควบคู่ไปกับพิธี คือการบรรเลงดนตรีสามจังหวะ ตามแบบฉบับเฉพาะของอนัมนิกาย การบรรเลงจะทำควบคู่ไปพร้อมกับการสวดมนต์ของบรรพชิต เพื่อรวมพลังให้บุญกุศลในการประกอบพิธีถึงผู้รับให้มากที่สุด โดยท่วงทำนองของเพลง ประกอบไปด้วยเพลงที่เป็นภาษาเวียดนาม ว่า “ทามเหล๋” ที่บรรเลงหน้าพระบรมโกศ เพื่ออัญเชิญดวงพระวิญญาณมาสถิตในธงพวง ลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จากนั้นเมื่อเข้าถึงพิธีการเปิดมณฑลพิธี จะเปลี่ยนมาใช้เพลง “ลือถี” และเมื่อถึงพิธีข้ามสะพานโอฆสงสาร ใช้เพลง “ฉ่างพาง” พิธีทิ้งกระจาด ใช้เพลง “ก๊ายเต็ง” พิธีเผาเครื่องกระดาษ ใช้เพลง “เติ่งกวาง”