ยึดอาวุธ‘รังโกตี๋’ มทภ.1ซัด โยงปองร้าย‘บิ๊กตู่’ - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

ยึดอาวุธ‘รังโกตี๋’ มทภ.1ซัด โยงปองร้าย‘บิ๊กตู่’

ปืนสงคราม-ระเบิด-กระสุนอื้อ หิ้วคนเฝ้าบ้านเค้นเส้นทางเงินขยายผลไปค้นตู้คอนเทนเนอร์

ตำรวจ-ทหาร ใช้ ม.44 บุกค้นบ้านเครือข่าย “โกตี๋” แกนนำเสื้อแดงสายฮาร์ดคอร์ย่านคูคต จ.ปทุมธานี ตะลึง เจอคลังแสงขนาดย่อมสภาพใหม่เอี่ยม มีทั้งเครื่องยิงลูกระเบิด M79 ปืนสงคราม ระเบิดมือ และกระสุนสารพัดชนิดหลายพันนัด คุมตัวอดีตช่างไฟดูแลเวทีเสื้อแดงที่รับเป็นผู้ดูแลบ้านเข้า มทบ.11 สอบเข้มหาแหล่งที่มาของอาวุธ เส้นทางการเงิน และความเชื่อมโยงผู้อยู่เบื้องหลัง ก่อนขยายผลค้นลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ คาดอาจมีอาวุธซุกซ่อนไว้อีก ด้าน “แม่ทัพภาคที่ 1” ระบุ อาจเป็นของกลุ่มป่วนเจ้าหน้าที่ที่เข้าค้นวัดพระธรรมกาย หรือพวกข่มขู่ปองร้ายนายกฯประยุทธ์ และรองฯประวิตร

บุกค้นบ้านเครือข่ายเสื้อแดงปทุมธานีพบอาวุธสงครามอื้อ เปิดเผยเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 18 มี.ค. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร กกล.รส. สนธิกำลังใช้ มาตรา 44 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 1/1 หมู่ 6 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พบเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ ปลูกสร้างบนเนื้อที่ราว 100 ตารางวา หน้าบ้านต่อเติมเป็นห้องแบ่งเช่า 3 ห้องเรียงติดกัน ห้องแรกเปิดร้านขายกาแฟ ห้องที่ 2 ว่าง ส่วนห้องที่ 3 เปิดบริษัท ไทยแม็กซ์กรุ๊ป จำกัด รับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า มีนายธีรชัย อุตรวิเชียร อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/30 หมู่ 7 ต.ท้ายบ้าน อ.เมืองสมุทรปราการ อ้างเป็นผู้ดูแลบ้าน

ตรวจค้นภายในห้องเช่าห้องที่ 3 พบอาวุธสงครามและสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ได้แก่ “ปืน M16” 4 กระบอก “เครื่องยิงลูกระเบิด M79” 1 กระบอก ปืนคาร์บิน 1 กระบอก ปืนลูกซองยาว 1 กระบอก กระสุนลูกซอง 160 นัด กระสุน 5.56 มม. 4,566 นัด กระสุนซ้อมรบ 7.62 มม. 8 นัด กระสุน .22 220 นัด กระสุน 7.62 มม. 235 นัด กระสุน 11 มม. 189 นัด กระสุน .38 78 นัด กระสุน .38 ซุปเปอร์ 33 นัด กระสุน 9 มม. 38 นัด ปลอกลดเสียงปืน M16 3 อัน ซองกระสุน 7 อัน กล้องเล็ง 1 อัน ขาทรายปืน 1 อัน ระเบิด M79 8 ลูก (LOT 1-12) ระเบิดขว้าง SFG75 1 ลูก ระเบิดขว้าง RGD5 10 ลูก และเรือนชนวน 16 อัน ซองปืนพก 11 มม. 1 ซอง โดยอาวุธสงครามทั้งหมดยังอยู่ในสภาพใหม่เอี่ยม

นอกจากนี้ยังพบมีดดาบ 12 เล่ม เครื่องช็อตไฟฟ้า 1 เครื่อง วิทยุสื่อสาร ว.ดำ 7 เครื่อง วิทยุสื่อสาร ว.เเดง 1 เครื่อง พลั่วสนาม 1 อัน ป้ายทะเบียนรถยนต์ 2 ป้าย หมายเลข ภศ 8064 กรุงเทพมหานคร และ กธ 5011 ลพบุรี เสื้อเกราะกันกระสุน 1 ตัว มีดสั้นด้ามทำด้วยเขากวาง 4 เล่ม ยาบ้าจำนวนหนึ่ง ลำโพง เครื่องปั่นไฟ และเครื่องขยายเสียง สมุดบัญชีธนาคารและพาสปอร์ตระบุชื่อ นายธีรชัย อุตรวิเชียร พร้อมเอกสารสำคัญต่างๆอีกหลายรายการ เจ้าหน้าที่วิทยาการได้เก็บรอยนิ้วมือแฝงบนสิ่งของต่างๆไว้เป็นหลักฐาน

นายธีรชัย อุตรวิเชียร ให้การอ้างว่า บ้านหลังนี้มีพ่อตาแม่ยายเป็นเจ้าของ ส่วนตนเป็นลูกเขย เข้ามาอาศัยอยู่เพื่อช่วยดูแลบ้าน และยึดอาชีพเป็นช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนอาวุธสงครามและสิ่งของทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบเป็นของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำกลุ่มเรดการ์ด คนเสื้อแดงปทุมฯ นำมาฝากไว้หลังจากมีม็อบที่ราชประสงค์ รวมทั้งครั้งล่าสุดที่โกตี๋ตั้งเวทีชุมชนของกลุ่มเสื้อแดงที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่เข้ารื้อถอนเวที จากนั้นโกตี๋ได้นำของทั้งหมดมาฝากไว้ที่บ้าน ตนไม่ทราบว่ามีอาวุธสงครามรวมอยู่ด้วย และขอปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งของผิดกฎหมายทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ

จากการตรวจสอบทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวเคยใช้เป็นสถานีวิทยุชุมชนคนเสื้อแดง ต่อมาถูกสั่งยุติการออกอากาศเมื่อช่วงสถานการณ์การประท้วงทางการเมืองครั้งใหญ่ สมัยรัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ครั้งล่าสุดมีผู้พบเห็นนายโกตี๋เดินทางมาที่บ้านหลังนี้ เป็นช่วงที่มีการปะทะกันของกลุ่มนายโกตี๋กับมือปืนป๊อปคอร์นของกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ กระทั่งนำมาสู่การรัฐประหาร และมีการกวาดล้างกลุ่มการเมืองต่างๆ ทำให้นายโกตี๋ หลบหนีไปซ่อนตัวในต่างประเทศ ต่อมานายธีรชัย ลูกเขยเจ้าของบ้านเป็นอดีตช่างไฟดูแลระบบไฟฟ้าของเวทีการชุมนุมคนเสื้อแดง ได้เข้ามาเปิดเป็นบริษัทรับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า

เบื้องต้นแจ้งข้อหานายธีรชัยมียาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง, มีอาวุธปืนสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถอนุญาตออกให้ไว้ในครอบครอง, ครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต, มีเครื่องมือสื่อสารโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนมีดพกที่ทำด้วยเขาสัตว์ มีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ป่า ส่งตัวไปควบคุมไว้ที่ มทบ.11 เพื่อสอบสวนขยายผลหาเบาะแสที่มาของอาวุธสงครามดังกล่าว เป็นเวลา 7 วัน ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะมีอาวุธสงครามซุกซ่อนอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงอีกจำนวนมาก ก่อนส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเข้าตรวจค้นแหล่งซุกซ่อนอาวุธสงครามจำนวนมากครั้งนี้ สืบเนื่องจากหน่วยข่าวความมั่นคงของทหาร สืบทราบว่ามีกลุ่มบุคคลผู้ไม่หวังดี มีแผนปองร้าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงเฝ้าติดตามหาข่าวและเบาะแสความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลต่างๆมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง กระทั่งทราบว่าที่บ้านหลังดังกล่าว เคยเป็นสถานที่ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงฮาร์ดคอร์ คาดว่าอาจมีสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ จึงสนธิกำลังตำรวจ-ทหารเข้าตรวจค้นจนพบอาวุธสงครามจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงินของนายธีรชัยผู้ต้องหาว่ามีเส้นทางการเงินเกี่ยวโยงไปถึงใครบ้าง หลังพบว่ามีการโอนเงินเข้ามาในสมุดบัญชีเงินฝากของนายธีรชัยอย่างผิดปกติ

พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านของเครือข่ายแกนนำเสื้อแดงปทุมธานี พบอาวุธสงครามจำนวนมาก ว่า รับทราบรายงานการปฏิบัติการ แล้วว่าพบสิ่งผิดกฎหมายและอาวุธหลายชนิด แต่ยังไม่ทราบว่าแต่ละชนิดมีจำนวนเท่าใด รวมถึงยังพบเอกสารที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองด้วย ต้องรอเจ้าหน้าที่สอบสวนสืบสวนเพื่อขยายผลต่อไปว่าอาวุธดังกล่าวและกลุ่มบุคคลที่เป็นเจ้าของมีเป้าหมายอย่างไร หรือจะเป็นกลุ่มเดียวกันที่ไปป่วนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย และข่มขู่ปองร้าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม หากมีความชัดเจนจะมีการชี้แจงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ด้าน พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมงานโฆษกคสช. กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นจับกุมอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด ที่ จ.ปทุมธานี เป็นการปฏิบัติตามกรอบนโยบายและคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ที่มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่กำกับดูแลงานด้านความมั่นคง ดำเนินการกวาดล้างจับกุมสิ่งผิดกฎหมายและอาวุธสงครามที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลหรือกลุ่มบุคคล นำไปใช้ก่อเหตุความรุนแรงต่างๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบแหล่งที่มา เส้นทางการนำเข้ามาในพื้นที่ ผู้สนับสนุน และเป็นอาวุธที่เคยใช้ก่อเหตุกรณีใดมาบ้าง หรือมีความเชื่อมโยงกับบุคคลใด หรือกลุ่มใด เจ้าหน้าที่จะได้พิสูจน์ทราบและนำมาชี้แจงในโอกาสต่อไป การตรวจค้นจับกุมครั้งนี้เป็นการบูรณาการข่าว ส่วนหนึ่งมีการแจ้งเบาะแสจากประชาชน ยืนยันไม่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการพูดคุยสร้างความปรองดอง ตลอดจนไม่ให้มือที่สามสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายขึ้นได้

มาเมื่อเวลา 14.30 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพย์พงศ์ ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ พล.ต.วิจารณ์ จดแดง หน.ฝ่ายกฎหมาย หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการข่าวสำนักเลขาธิการ คสช. พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ คณะทำงานพิเศษ คสช. นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ หน.ฝ่ายสืบสวนและปรามปราบศุลกากรกรุงเทพ พร้อมกำลังทหารร้อย รส.ร.21 พัน.2 รอ. ตำรวจ สภ.บางพลี กองปราบปราม ตำรวจท่องเที่ยว และฝ่ายปกครองอำเภอบางพลี รวม 400 นาย เข้าตรวจค้นภายในลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ บริษัท เกรทติ้ง ฟอร์จูน คอนเทนเนอร์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด เลขที่ 10 หมู่ 12 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลีใหญ่ จ.สมุทรปราการ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. กล่าวว่า สืบเนื่องจากการจับกุมอาวุธสงครามในเขต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อสืบสวนขยายผลทราบว่ายังมีอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดซุกซ่อนอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ ภายในลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าว จึงนำกำลังตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันเข้าตรวจค้นตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมด จำนวน 2,203 ตู้ เบื้องต้นเน้นตรวจค้นตู้ค้างเก่าที่เก็บไว้นานกว่า 1 ปี และตู้ที่ระบุว่าห้ามเคลื่อนย้าย ภารกิจครั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หากพบจะต้องตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มใด