บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.ปทุมฯ บุกช่วยสาว สามีทำร้ายไม่ช่วยสำเร็จความใคร่ จับขังในห้องกับลูก

ตร.บุกช่วยสาวชัยนาทพร้อมลูกชาย 4 ขวบ ที่ถูกสามีล็อกขังไว้ภายในห้องเช่าย่านปทุมฯ โอดทนไม่ไหว ถูกทำร้ายร่างกาย และบังคับร่วมหลับนอนทั้งที่ไม่สบาย เมื่อคืนมีปากเสียง ถูกฟาดด้วยเข็มขัดหลังไม่ช่วยสำเร็จความใคร่ เช้ามาเลยถูกขัง ซ้ำขู่จะกลับมาฆ่า ...

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 18 มี.ค. 60 ร.ต.อ.พิเชษฐ ปฤกษา รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีเหตุสองแม่ลูกขอความช่วยเหลือ เนื่องจากถูกสามีล็อกกุญแจประตูห้อง และขังไว้ในห้องพักภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ต.บางขะแยง อ.เมือง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงพร้อมสายตรวจและชุดสืบสวนรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบว่าที่ห้องพักชั้นล่าง พบ น.ส.พลอย (นามสมมติ) อายุ 24 ปี ชาว จ.ชัยนาท นั่งร้องไห้กอดลูกชายวัย 4 ขวบ และขอร้องให้ตำรวจช่วยเหลือ เพื่อจะออกหนีไปจากภายในห้องดังกล่าว เนื่องจากที่ประตูห้องซึ่งเป็นเหล็กดัดถูกล็อกด้วยกุญแจเหล็ก เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้ไปนำคีมตัดเหล็กมาทำการตัดลูกกุญแจ พร้อมนำสองแม่ลูกออกมา และนำตัวไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่โรงพักทันที

เบื้องต้นจากการสอบสวน น.ส.พลอย ให้การทั้งน้ำตาว่า ตนได้แต่งงานอยู่กินกับ นายบอล (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ชาว จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งมีอาชีพขับรถส่งข้าวให้กับบริษัทแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี ส่วนตนทำงานเป็นพนักงานที่ปั๊ม ย่านปทุมธานี และมีลูกด้วยกัน 1 คน และตลอดเวลาที่อยู่กันมาตนจะมักถูกทำร้ายร่างกายตลอด เนื่องจากสามีเป็นคนชอบใช้กำลังและเจ้าอารมณ์ แม้เวลาจะร่วมหลับนอนยังต้องบังคับตนเรื่อยมา แม้ว่าตนไม่สบาย ยังต้องคอยระบายความใคร่ให้ทุกครั้ง จนบางครั้งตนหลบหนีไป ก็จะถูกตามและรับปากจะไม่ทำร้ายตนอีก

กระทั่งเมื่อช่วงสายวันนี้ (18 มี.ค.) สามีตน ได้ตบตีตน เนื่องจากเมื่อคืนบังคับให้ตนทำสำเร็จความใคร่ให้ แต่ตนไม่ค่อยสบาย จึงถูกทุบตี และถูกฟาดด้วยเข็มขัด จากนั้นตอนเที่ยงก็ได้ใช้กุญแจล็อกตนกับลูกไว้ในห้อง พร้อมกล่าวไว้ก่อนไปทำงานว่า คืนนี้จะกลับมาฆ่าตน แม้ว่าตนจะร้องไห้และขอความช่วยเหลือกับเพื่อนบ้าน ก็ไม่มีใครมาช่วย จึงโทรศัพท์ไปหาแม่ และแจ้งให้ตำรวจมาช่วยเหลือดังกล่าว โดยครั้งแรกตนจะไปขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แต่เมื่อตำรวจช่วยมาได้ตนจึงมาแจ้งความ เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับสามีตนและขอแยกทางกันโดยเด็ดขาด

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่าในเบื้องต้นจะได้มีการสอบสวนและลงบันทึกประจำวัน และจะได้เรียกสามีของผู้เสียหาย มาสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.