หยอกแรง! ลูกช้างหมอบตาย คาดฝีมือจ่าฝูง ใช้งาช้อน พลาดเข้าเนื้อ - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

หยอกแรง! ลูกช้างหมอบตาย คาดฝีมือจ่าฝูง ใช้งาช้อน พลาดเข้าเนื้อ

หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว รุดตรวจซากลูกช้างหมอบตาย คาดฝีมือจ่าฝูง หยอกล้อด้วยการใช้งาช้อน แต่พลาดแรงไปหน่อย จนเข้าเนื้อ รอเจ้าหน้าที่ผ่าพิสูจน์หาสาเหตุอีกครั้ง ...

จากกรณีเจ้าหน้าที่พบลูกช้าง หมอบเสียชีวิตอยู่ภายในสวนยางพารา ต.ทุ่งเบญจา อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี โดยมีบาดแผล บริเวณกกหู และชายโครง โดยพบหยดเลือดเป็นทางยาว และปลอกกระสุนปืน 1 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นคาดถูกยิง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (ใจร้ายไปไหม ลูกช้างวัยไม่ถึงปี คาดถูกยิง หมอบตายอยู่ในสวนยางจันทบุรี)

ความคืบหน้า จากการสอบถามชาวบ้านละแวกใกล้เคียง ทราบว่า ช่วงหลังเที่ยงคืนที่ผ่านมา มีช้างป่าไม่ทราบจำนวน ลงมาหากินในพื้นที่ จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นบริเวณแนวป่าชายเขาลูกช้าง 1 นัด ประกอบกับมีเสียงช้างร้องดังผิดปกติ คิดว่าคงมีเหตุร้าย รอจนกระทั่งช่วงสาย ได้เข้ามาตรวจสอบ จึงพบว่ามีลูกช้างตาย จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังติดตามช้างป่า เข้ามาตรวจสอบดังกล่าว

ด้านนายสิทธิชัย บรรพต หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว หลังได้รับรายงานได้เดินทางมาที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า ช้างป่าที่ล้ม คาดว่าน่าจะอายุประมาณ 2-3 เดือน น้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม เบื้องต้นบาดแผลที่เห็น คาดว่าถูกงาของช้างที่เป็นจ่าฝูงดูแลแทง เนื่องจากอาจหยอกล้อด้วยวิธีรุนแรงด้วยการใช้งาคู่ช้อนเล่น แต่บังเอิญงาแหลมคมจึงทิ่มเข้าไปจนลูกช้างที่เนื้อหนังยังอ่อนอยู่ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากระยะบาดแผลห่างกันตรงกันระยะงาของช้างขนาดใหญ่ หากเป็นการถูกยิง บาดแผลจะไม่เป็นลักษณะนี้ อย่างไรก็ตาม ต้องรอทีมสัตวแพทย์จาก กทม. มาผ่าซากพิสูจน์หาสาเหตุแท้จริงอีกครั้ง ส่วนซากช้างนั้น เจ้าหน้าที่ได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดเขาลูกช้าง และวัดเนินพูลศิลป์รวม 6 รูป มาทำพิธีสวดบังสุกุลและนำไปฝังกลบต่อไป

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 16.30 น. สพญ.กิรณา นรเดชานนท์ สัตวแพทย์ปฏิบัติการ นำทีมแพทย์จากส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ 2 (ศรีราชา) เดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้ทำพิธีจุดธูปขอขมา เนื่องจากถือว่าช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง ก่อนนำขึ้นรถกระบะไปที่วัดเนินพูลศิลป์ ผ่าชันสูตรบาดแผลอย่างละเอียด พบว่าบริเวณกกหูซ้าย มีบาดแผล กว้าง 3-4 ซม. ลึก 3 นิ้ว กะโหลกร้าว บริเวณใต้ท้อง 1 แผล กว้าง 3 ซม. ลึก 3 นิ้ว ทะลุลำไส้ และชายโครงซ้าย กว้าง 3 ซม. อีก 1 แผล

นอกจากนี้ ยังพบว่าอวัยวะภายในบอบช้ำ ซึ่งผลการผ่าตรวจพิสูจน์ยืนยันได้ว่า ถูกงาแทงจากช้างด้วยกัน ถือเป็นการตายตามธรรมชาติ จึงได้ประกอบพิธีทางสงฆ์ โดยมีชาวบ้านข้าราชการ และอาสาสมัครในพื้นที่เข้าร่วมพิธีเป็นสักขีพยานกว่า 50 คน ขณะเดียวกันเจ้าอาวาสวัดได้ตั้งชื่อให้ช้างที่ตายว่าเจ้า “พูลศิลป์” ตามชื่อวัด เพื่อเป็นสิริมงคลของวัดและคนในหมู่บ้าน ก่อนนำซากช้างฝังกลบภายในบริเวณวัดตามระเบียบทางราชการ