บริการข่าวไทยรัฐ

ผู้ประกอบกิจการฮัจญ์ร้องรัฐ เร่งจัดเที่ยวบินแสวงบุญนครเมกกะ

สมาคมผู้ประกอบกิจการฮัจญ์ภาคใต้เรียกร้องเร่งจัดเที่ยวบินฮัจญ์ หากล่าช้าคาดกระทบกับขั้นตอนอื่นๆ ที่นครเมกกะ รวมถึงสิทธิ์ในการลดค่าใช้จ่ายของผู้แสวงบุญให้ถูกลงตามนโยบายภาครัฐ 

เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ที่โรงแรมโฆษิต อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายมัตยูโซฟ มะโซะ นายกสมาคมผู้ประกอบกิจการฮัจญ์ภาคใต้ เปิดเผยถึงการเตรียมกิจการฮัจญ์ประจำปี 2560 ว่า ในปีนี้รัฐบาลได้โอนย้ายกิจการฮัจญ์จากกรมศาสนากระทรวงวัฒนธรรมไปยังกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ส่วนโควตาฮัจญ์ในปีนี้ทางประเทศซาอุดีอาระเบียได้ให้โควตากับประเทศไทยจำนวน 13,000 คน แต่สิ่งที่ต้องการเรียกร้องให้เร่งดำเนินการขณะนี้คือ การจัดเที่ยวบินซึ่งเป็นขั้นตอนแรกในการดำเนินการกิจการฮัจญ์

เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องกำหนดการบินทำให้ไม่สามารถไปทำสัญญาเช่าบ้าน หรือสัญญาเรื่องอาหารที่เมือเมกกะได้ ที่สำคัญในปีนี้ทางการซาอุฯ ต้องการที่จะบินร่วมกับการบินไทยในสัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง เช่น หากมี 10 เที่ยวบินทางฝ่ายซาอุฯจะบิน 5 เที่ยว ซึ่งในส่วนของการบินไทยไม่น่ากังวลเรื่องตารางบินและราคา แต่ทางซาอุฯยังไม่ชัดเจน และหากการจัดเที่ยวบินไม่เรียบร้อย และยังไม่ได้เช่าบ้าน หรือดำเนินขั้นตอนต่างๆ เกี่ยวกับการเดินทาง ก็ยากที่ผู้ประกอบกิจการฮัจญ์จะนำมาพิจารณาให้สิทธิ์พิเศษกับผู้แสวงบุญในเรื่องของราคาที่ภาครัฐต้องการให้ถูกลงได้ เพราะทุกอย่างยังไม่นิ่ง

นายกสมาคมผู้ประกอบกิจการฮัจญ์ภาคใต้ ยังกล่าวถึง กรณีมีบุคคลบางกลุ่มอ้างว่ามีทุนจากต่างประเทศ หรือมีกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้แสวงบุญและชักชวนให้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ในราคาถูก โดยให้ผู้แสวงบุญออกค่าใช้ประมาณ 1 ใน 4  ส่วน ที่เหลือจะจ่ายให้ทั้งหมด ซึ่งมีชาวไทยมุสลิมใน จ.สงขลา และอีกหลายจังหวัดในภาคใต้เข้าร่วมและจ่ายเงินไปแล้วบางส่วน เรื่องนี้น่าจะเข้าข่ายหลอกลวง เพราะในทางปฏิบัติแทบเป็นไปไม่ได้เลย และเท่าที่ตรวจสอบไม่มีใครสามารถยืนยันในเรื่องทุนหรือกองทุนที่อ้างได้ และหากมีทุนจากต่างประเทศจริงส่วนใหญ่จะจ่ายให้ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่ม หากประชาชนรายใดเกรงว่าจะถูกหลอกก็ให้นำหลักฐานหรือรายละเอียดเข้าสอบถามกับทางสมาคมได้ ซึ่งการเชิญชวนในลักษณะนี้มีมาตลอดและสร้างความเสียหายในภาพรวมของผู้ประกอบการฮัจญ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีการอ้างว่ามีทุนจากต่างประเทศหรือกองทุนที่เกี่ยวกับกิจการฮัจย์ ในส่วนของพื้นที่ จ.สงขลา มีผู้เข้าร่วมแล้วประมาณ 30 คน และบางส่วนได้เสียค่าใช้จ่ายล่วงหน้าไปแล้วเป็นเงิน 65,000 บาท ผ่านผู้นำศาสนาคนหนึ่งซึ่งน่าเชื่อถือ แต่ปรากฏว่าในขั้นตอนของการยืนยันสิทธิ์เดินทางนั้นกลับไม่มีชื่ออยู่ในสารบบของผู้แสวงบุญที่จะเดินทางในปีนี้ สร้างความไม่มั่นใจให้กับประชาชนที่เข้าร่วมเพราะอาจถูกลอยแพ และเงินที่จ่ายไปอาจเสียเปล่าไม่ได้คืน.