วันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สิ่งที่ไม่ควรทำสุดๆ เมื่อเลิกกับแฟน

โดย เมอร์ลิน

ตั้งแต่ ไมเคิล แจ็คสัน นักร้อง-นักแต่งเพลง ซึ่งมีเพลงฮิตในเครดิต เช่น แบด, บิลลี่จีน เสียชีวิตอย่างกะทันหันเมื่อปี 2009 สิ่งที่ไมเคิลสร้างไว้จึงกลายเป็นมรดกตกทอดไปถึงลูกทั้ง 3 คนของเขา (ที่เกิดจากแม่อุ้มบุญ) ได้แก่ ปารีส แจ็คสัน, ไมเคิล โจเซฟ แจ็คสันจูเนียร์ และพริ้นซ์ ไมเคิล แจ็คสันที่ 2 โห...ชื่อลูกแต่ละคนไม่ธรรมดาเลยนิ แถมผิวพรรณของลูกๆก็ออกไปทางผิวขาวเหมือนอย่างที่ไมเคิลต้องการซะด้วย

ดังนั้นการเป็นลูกคนดังระดับตำนานศิลปินโลก จึงทำให้สื่อหันมาจับตามองความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับชีวิตหนุ่ม-สาววัยรุ่นที่เป็นลูกของไมเคิล แล้วคนที่ตกเป็นข่าวมากที่สุดกลับเป็นลูกสาวที่ชื่อ ปารีส นี่เอง

พูดถึง “ปารีส แจ็คสัน” วัย 18 ปี ลูกสาวคนเดียวของไมเคิลนั้น หน้าตาดีเชียวนะ แถมยังมีรูปร่างสูงโปร่ง สูงราว 1.75 ม. จึงไม่แปลกเมื่อได้ยินข่าวแว่วว่า เธอได้รับการทาบทามให้เป็นนางแบบ สังกัดค่ายดัง ซึ่งมีนางแบบชื่อดังในสังกัดมากมาย จะว่าไปไมเคิลก็มีส่วนวางรากฐานทางพันธุกรรมให้ลูกสาวได้ดีด้วย

แต่รับรองเลยว่าเธอคงไม่อยากมาเอาดีทางการเป็นนางแบบอย่างเดียวแน่ เพราะปารีสยังไปเรียนแคสติ้งกับสถาบันสอนการแสดง เพื่อหวังว่าสักวัน เธอจะได้เป็นนักแสดงอยู่หน้ากล้องบ้าง ซึ่งก็ต้องดูต่อไปว่า สาวบ้านแจ็คสันอย่างปารีสทายาทสุดรักสุดหวงของไมเคิลรายนี้จะไปได้ไกลแค่ไหน?

ทว่าเรื่องความรัก บอกได้เลยว่า เธอเพิ่งเลิกกับแฟนหนุ่มชื่อ ไมเคิล สนูดี้ นักดนตรี ซึ่งเมื่อปีที่แล้วยังเห็นรักกันอย่างดูดดื่ม ไปไหนไปกันตลอด กระนั้น ก่อนวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา ทั้งคู่ก็แจ้งว่า ขอเดินทางใคร ทางมันดีกว่า เพราะตัวปารีสเองก็ต้องโฟกัสไปที่การทำงาน ทั้งที่อายุ 18 เนี่ยนะ

แต่อย่างว่า โอกาสที่ “แมวมอง” จะมาชักชวนให้เข้าสู่อาชีพแคตวอล์ก ก็ช่างเป็นเรื่องที่ดี ถือเป็นช่วงเวลาที่ควรฉกฉวยไว้
เอ้า บางคนคิดนะว่า หากอยากเด่นอยากดัง ถ้ามีคุณสมบัติได้ก็ควรทำงานตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะขืนรอ แล้วใครจะไปรู้ล่ะว่าอนาคตจะมีโอกาสเข้าสู่อาชีพแบบนี้เป็นหนที่ 2 หรือไม่?

การเลิกราจากคนเคยรักของปารีส ไม่มีข่าวตามมาเท่าไหร่นักว่าเธอรู้สึกอย่างไร? จะเสียใจหรือทุกข์ระทมแค่ไหน? หรือแอบอาจดีใจอยู่ก็ได้ เพราะคิดซะว่าฉันจะได้เป็นโสดซะทีไรงี้ อิอิ

“การเลิกรากัน” จึงเป็นประเด็นสากลที่พบได้ทุกเพศ, ทุกวัย ทั่วโลก ใครๆก็ประสบพบเจอเหตุการณ์แบบนี้ได้ แต่......แต่ ......สิ่งที่อยากเตือนกันไว้ เมื่อถึงคราวที่ “ใครก็ตาม” ขอย้ำว่า ใครก็ตามต้องเลิกกับแฟนขึ้นมา กรุณาอย่าได้ทำตามสิ่งที่จะเล่าให้ฟังเด็ดขาด

เพราะถ้าคุณทำ มันหมายความว่าคุณไม่พร้อมที่จะเดินก้าวต่อไปข้างหน้าน่ะสิ

ฉะนั้น ถ้าเลี่ยงได้ ขอให้เลี่ยงที่จะมีพฤติกรรมหลังจาก “เลิกกับแฟน” ดังนี้.........

1.ในเมื่อเลิกรากันแล้ว จงอย่ากลับไปติดต่อแบบกะหนุงกะหนิงกับแฟนเก่า เชียว

คือถ้าคุณบอกใครๆว่า ถึงแม้การเลิกกับแฟนคราวนี้ พวกเราไม่ได้ผิดใจหรือโกรธอะไรกัน และยังถือเป็นเพื่อน, เป็นพี่, เป็นน้องกันได้ ........นั่นคือสิ่งที่คุณบอกกับโลกภายนอกไง

แต่ในความเป็นจริงและเป็นโลกส่วนตัวของพวกคุณ ไม่มีใครรู้แน่ชัดหรอกว่า ไอ้ที่ปากบอกว่าเราเป็นเพื่อนกันต่อไปได้นั้น เป็นความจริงสักแค่ไหน? ซึ่งบางคู่ก็จริง ขณะบางคู่ก็หลอกตัวเอง

หากพวกคุณยังดีต่อกันอยู่หรือยังรักกันละก็ แล้วจะเลิกกันทำไมมิทราบ? อย่างน้อยต้องมีสิ่งผิดปกติอะไรสักอย่างในความสัมพันธ์ระหว่างพวกคุณทั้งสองบ้างล่ะ เพียงแต่คนภายนอกไม่รู้ชัดเท่านั้น

เหตุนี้พอเลิกกับแฟนแล้ว ก็ไม่ต้องกลับไปกะหนุงกะหนิงกันอีก เพราะคิดว่าแฟนเก่าจะชอบรึ? นอกจากเออ ถ้าเจอกันแล้วก็อาจทักทายกันบ้าง ตามมารยาท

ที่ไม่หนุนให้ใกล้ชิดดุ๊กดิ๊กกันอีก เพราะจะทำให้คุณ “ลืม” เค้าไม่ได้ไงเล่า ขณะเดียวกัน เค้าจะรู้สึกว่าคุณเป็นก้างขวางคอไม่ให้เค้ามีเพื่อนใหม่ๆก็ได้ ตอนนี้เค้าคงอยากระริกระรี้มีเพื่อนใหม่ๆมากกว่าดิ

2.ไม่ต้องโทร.ไปหาเค้าถ้าไม่จำเป็น

อย่าลืมว่า เค้าไม่ใช่คนที่คุณจะพึ่งพาในทุกๆเรื่องและทุกๆสิ่งที่คุณต้องการอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากความสัมพันธ์ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ที่สำคัญคุณควรยืนด้วยตัวเองให้ได้ และอย่าโทร.ไปหาเค้าเพราะความเคยชิน ขืนโทร.ไป และถ้าโทร.บ่อย เชื่อดิ เค้าจะสุดเซ็ง จนเก็บอาการไม่อยู่เชียวล่ะ

3.อย่ามัวโทษตัวเองว่า เป็นเพราะฉันผิดเอง พวกเราจึงต้องเลิกกัน

ยอมรับว่าการเตือนกันอาจง่ายกว่าลงมือทำ แต่แม้คุณจะโทษตัวเองไปก็เท่านั้น เพราะเหตุเลิกราได้เกิดขึ้นไปแล้ว อย่าหวนกลับไปคิดในสิ่งที่ทำให้ตัวเองซึมเศร้าเกินไป

4.อย่าใช้วิธีดื่มเหล้าหรือเสพยาเพื่อลดความเจ็บปวด อย่าทำร้ายตัวเองเลย คิดถึงอนาคตดีกว่า จะจมอยู่กับอดีตไปไย?

@ @ @

เมอร์ลิน