'เฉลิมเกียรติ' ลุยจี้คดีรุกป่าอ่างฤาไน ตัดไม้พะยูง พบเชื่อมคดีคนสูญหาย - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

'เฉลิมเกียรติ' ลุยจี้คดีรุกป่าอ่างฤาไน ตัดไม้พะยูง พบเชื่อมคดีคนสูญหาย

"เฉลิมเกียรติ" ลงฉะเชิงเทราเรียก ตร. ทหาร ป่าไม้ร่วมประชุม สั่งจี้คดีรุกป่าตัดไม้พะยูงในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน หลังเข้ายึดไม้แปรรูปและท่อนได้จำนวนมาก พร้อมเผยคดีดังกล่าวเชื่อมโยงกับบุคคลสูญหายจากการเข้าลักลอบตัดไม้...
 
จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและป่าไม้ สนธิกำลังเข้าตรวจยึดไม้พะยูงทั้งแปรรูปและท่อนได้จำนวนมาก จากบ้านของ นางจูมบ้าน ศรีวงญาติ อายุ 48 ปี พร้อมนำตัวดำเนินคดี ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 18 มี.ค. ที่โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 3 ฉะเชิงเทรา ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เดินทางไปตรวจติดตามความคืบหน้า โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุม มี พล.ต.ต.ธีรพล จินดาหลวง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา พ.อ.ทวีพูล ริมสาคร รอง ผบ.พล.ร.11 พ.อ.สุรินทร์ เจริญชีพ หัวหน้าชุดปราบปรามพิเศษจังหวัดฉะเชิงเทรา พ.ต.อ.วัลลภ สามารถ ผกก.สภ.ท่าตะเกียบ นายวิศิษฐ์ จันทรโณทัย ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า นายเดชา นิลวิเชียร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน นายอาคม ชาตปริญญ์ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ฉช.3 นายปิยะนันท์ มูลตริมา ปลัดอำเภอท่าตะเกียบ ร.ท.เดชสิทธิ์ ดำดง ผบ.ร้อย ทพ. 1306 ร.ต. มรกต แก้วกล้า หัวหน้าชุดรักษาความสงบอำเภอท่าตะเกียบ โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง

จากนั้น เดินทางไปยังหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ฉช.3 หนองคอก ซึ่งเป็นสถานที่เก็บไม้ของกลางและซากสัตว์ป่าทั้งหมด พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน เปิดเผยว่า คดีนี้มีความเชื่อมโยงกับบุคคลสูญหาย 1 คนคือ นายทูลไธ ปลายไธสง อายุ 45 ปี ชาวบ้านนายาว ต.ท่ากระดาน อำเภอสนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา โดยนางตะวัน แซ่เล่ง อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64 ม.4 ต.บ่อทอง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้เข้าแจ้งความกับ สภ.ท่าตะเกียบ ว่านายทูลไธ ปลายไธสง ซึ่งเป็นพี่ชายได้ออกจากบ้านพักไปเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.59 โดยร่วมกับเพื่อนๆ 5-6 คน ลักลอบเข้าไปตัดไม้พะยูงในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน และยังไม่กลับบ้าน โดยเข้าแจ้งความไว้เมื่อวันที่ 6 ม.ค.60

ซึ่งตำรวจได้ดำเนินการสืบสวนหาข่าวจนกระทั่งทราบว่า กลุ่มบุคคลซึ่งเป็นเพื่อนๆ ที่ลักลอบเข้าไปตัดไม้พะยูงมีใครบ้าง จึงได้เชิญตัวมาสอบสวนจำนวน 3 คนโดยทุกคนยอมรับสารภาพและให้การตรงกันว่า ได้ร่วมกับนายทูลไธ ลักลอบเข้าไปตัดไม้พะยูงในป่าเขาละลาก ม.9 ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จริง โดยมีนายหนูกัน ศรีวงญาติ อายุ 46 ปี เป็นหัวหน้าแก๊ง ระหว่างที่กำลังตัดไม้พะยูงอยู่ในป่า นายทูลไธ ได้เสพยาบ้าไปจำนวนมาก จนมีอาการหวาดระแวง คล้ายคนคลุ้มคลั่ง เดินวนไปวนมาเอะอะโวยวายเกรงว่าจะมีคนมาทำร้าย ก่อนจะเดินหนีหายเข้าไป ทุกคนพยายามช่วยกันติดตามหาตัวในป่าก็ไม่พบ จนทุกคนช่วยกันนำไม้ที่ตัดได้ออกมาพักเก็บไว้ที่บ้านนายหนูกัน ศรีวงญาติ และนำไม้ขายให้นายทุนชาวเขมร เมื่อได้เงินแล้วก็แบ่งกันก่อนพากันแยกย้ายไป

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวด้วยว่า จากการนำกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณป่าเขาละลาก ซึ่งเป็นจุดที่เข้าไปทำไม้ ยังพบไม้แปรรูปและท่อนๆ อีกส่วนหนึ่งจึงตรวจยึด พร้อมกระจายกำลังกันค้นหาโดยทั่ว ก็ยังไม่พบร่องรอยหรือหลักฐานอื่นๆ นอกจากหมวก 1 ใบและรองเท้าฟองน้ำ 1 ข้าง ซึ่งเป็นของนายทูลไธ คนที่สูญหายเท่านั้น นอกจากนี้กำลังส่วนหนึ่งก็เดินทางไปยังบ้านของนายหนูกัน ศรีวงญาติ หัวหน้าแก๊ง แต่นายกนูกัน หลบหนีตำรวจไปได้

และจากการตรวจค้นพบไม้พะยูงทั้งชนิดแปรรูป และแบบท่อนจำนวนมาก จึงยึดมาเป็นหลักฐานและดำเนินคดีกับนางจูมบ้าน ภรรยา ในข้อหา กระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ประกอบกับประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 106 /2557 ฐานร่วมกันมีไม้พะยูงแปรรูปไว้ในความครอบครองและมีไม้หวงห้ามแปรรูป ชนิดที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้ามเกิน 0.20 ลบ.เมตร ไว้ในความครอบครอง และพ.ร.บ.สงวนคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 19 วรรคหนึ่ง นำตัวและของกลางซากสัตว์ป่า และรวมหลักฐานเสนอศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อออกหมายจับกุมนายหนูกัน ต่อไป

พล.ต.ต.ธีรพล จินดาหลวง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า ตอนนี้ได้มอบหมายให้ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดและท่าตะเกียบ ดำเนินการสืบสวนสอบสวนผู้เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน ร่วมกับป่าไม้ทหาร ปกครองจัดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนค้นหาตัวนายทูลไธ ปลายไธสง อย่างต่อเนื่อง ซึ่งตอนนี้ยังไม่ทราบว่าจะเป็นตายร้ายดีหรือมีชีวิตอยู่หรือไม่ นอกจากนี้ยังหาหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งกลุ่มที่เข้าไปตัดไม้พะยูง คนนำพา และนายทุนทั้งหมด โดยจะดำเนินการจับกุมแบบยกพวง.