บริการข่าวไทยรัฐ

หิ้วมือทุบหัวฆ่ากะเทยศรีสะเกษทำแผน พร้อมให้กราบขอขมาพระพี่ชาย

ตร.ศรีสะเกษ นำผู้ต้องหามือทุบหัวฆ่ากะเทยเจ้าของร้านชุดเสื้อระพีเพื่อชิงทรัพย์ ไปชี้ที่เกิดเหตุ เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมให้กราบขอขมาพระพี่ชายผู้เสียชีวิต...

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 18 มี.ค.60 ที่ร้านระพี เป็นร้านเช่าชุดเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัว เลขที่ 77/879 หมู่ 1 บ้านบก ถนนเสริมราษฎ์ ต.หนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พ.ต.อ.หัสพงศ์ เติมศิริตังคโณบล รองผบก.ภ.จ.ศรีสะเกษ ร่วมกับพ.ต.อ.ชยากร เทศะบำรุง ผกก.สภ.กันทรลักษ์ พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน นำตัวนายเอกรินทร์ หงษ์ชื่น อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75 หมู่ 8 ต.หนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ในคดีฆ่านายภิญญ์รพี ลิลลา อายุ 39 ปี เจ้าของร้านระพี ไปชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ หลังจากที่ถูกตำรวจจับกุมได้เมื่อเย็นวันที่ 17 มี.ค.60 มีประชาชนที่รู้ข่าวและสนใจในเหตุการณ์นี้มามุงดูการทำแผนกว่า 300 คน และญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตมีความโกรธแค้นตะโกนด่าทอ พยายามที่จะเข้าไปทำร้ายผู้ต้องหา

โดยมีการจัดกำลังตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน 100 นาย คอยคุ้มกันการทำแผน นายเกริกชัย ผ่องแผ้ว นายอำเภอกันทรลักษ์ นำกำลังอาสารักษาดินแดน 30 นายมาช่วยในการป้องกันเหตุด้วย เมื่อเปิดประตูเข้าไปในร้านที่เกิดเหตุ มีพระมหาเฉลิม วิสุโธ เจ้าอาวาสวัดสำนักกระท้อน จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นพระพี่ชายของนายภิญญ์รพี ลิลลา ผู้เสียชีวิตนั่งอยู่ในร้าน พ.ต.อ.หัสพงศ์ จึงให้นายเอกรินทร์กราบขอขมาต่อหน้าพระมหาเฉลิม ซึ่งพระมหาเฉลิมก็ได้บอกว่าไม่ติดใจผูกใจเจ็บ หรือเคียดแค้นใดๆ ขอให้อโหสิกรรม นายเอกรินทร์ได้ก้มกราบแทบเท้า 1 ครั้ง

จากนั้นเจ้าหน้าที่พาทำแผน ซึ่งนายเอกรินทร์ รับสารภาพอ้างว่า หลังจากที่เข้ามาในร้านด้วยกันแล้วได้มีการร่วมเพศกัน 1 ครั้ง แล้วตนได้ไปนั่งดูโทรทัศน์อยู่นอกห้อง ผู้ตายได้ตามออกไปพยายามที่เล้าโลมตนเพื่อที่จะร่วมเพศอีก ตนยังไม่มีอารมณ์บอกให้ผู้ตายไปส่งกลับบ้านก็ไม่ไปจึงโมโห อาศัยช่วงที่ผู้ตายเผลอนอนหลับจึงใช้ค้อนตอกตะปูที่อยู่ในร้านตีที่ขมับซ้าย 1 ครั้ง จากนั้นได้หยิบเงินในกระเป๋าของผู้ตาย 2,000 บาท ก่อนที่จะขับขี่จักรยานยนต์ของผู้ตายหนีไป จนกระทั่งถูกตำรวจติดตามจับกุมได้ หลังจากทำแผนแล้วตำรวจได้นำตัวนายเอกรินทร์ ส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ก่อนที่จะสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการฟ้องศาลต่อไป.