บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชายทะเลจันทร์เพ็ญ หนึ่งในตำนาน “ไก่ย่าง”

โดย ซูม

ซอกแซกสัปดาห์ที่แล้วนำท่านผู้อ่านไปพบกับภัตตาคารดังเก่าแก่ “วิเศษไก่ย่าง” บางโพ ที่ขยายกิจการตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ในบรรยากาศทันสมัย “Time & Tales โดยวิเศษไก่ย่าง” ดังที่ท่านผู้อ่านคงจะได้อ่านผ่านสายตากันไปแล้ว

คงจะพอจำได้นะครับ ในช่วงเกริ่นนำพูดถึงที่มาที่ไปของวิเศษไก่ย่างนั้น หัวหน้าทีมซอกแซก ได้กล่าวพาดพิงไปถึงภัตตาคารเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งที่ถือเป็นแหล่งประสิทธิ์ประสาทวิชาการปรุงอาหารให้แก่กุ๊กหนุ่มที่แยกตัวออกไปเปิด ร้าน “โกเหลียง” ที่ย่านบางโพ ก่อนที่จะเจริญรุ่งเรืองพัฒนาเป็นภัตตาคารวิเศษไก่ย่างในปัจจุบัน

ภัตตาคาร “ชายทะเลจันทร์เพ็ญ” ไงล่ะครับ นอกจากจะเป็นสำนักตักศิลาเก่าที่กุ๊กวิเศษไก่ย่างเคยฝึกฝีมือแล้ว ในตำนานที่ Time & Tales จารึกไว้ที่แผ่นศิลาหน้าร้านยังระบุด้วยว่าภัตตาคารแห่งนี้มีความสัมพันธ์ที่ดียิ่งกับวิเศษไก่ย่าง ถึงขนาดเคยให้ทุนก้อนใหญ่แก่วิเศษไก่ย่างเพื่อปรับปรุงตกแต่งร้านใหม่มาแล้วด้วยซ้ำ

อย่ากระนั้นเลย สัปดาห์นี้เรามาซอกแซก ภัตตาคารชายทะเลจันทร์เพ็ญ กันเถอะ เพราะทุกวันนี้ภัตตาคารในตำนานที่ว่านี้ก็ยังคงอยู่อย่างยิ่งยงที่ ถนนพระราม 4 ตรงข้ามสนามมวยลุมพินีเก่า หรือ ปากซอยงามดูพลี ซึ่งเป็นสถานที่ดั้งเดิมมากว่า 60 ปี โดยมิได้โยกย้ายไปไหน

แม้ในช่วงหลังๆ จะมีการขยายสาขาไปที่ถนนรามอินทราอีก 1 แห่ง แต่ “ชายทะเลจันทร์เพ็ญ” เจ้าเก่าก็ยังปักหลักอยู่ ณ สถานที่เดิม

ด้วยอาคารที่เป็นตึกขนาดใหญ่พอสมควร สูงถึง 3 ชั้น มีห้องหับมากมาย ทั้งห้องโถงใหญ่สำหรับจัดเลี้ยงใหญ่ และห้องเล็กๆสำหรับรับประทานระหว่างครอบครัวและเพื่อนฝูงญาติมิตร ขนาด 10 คน 20 คน อีกมากมายหลายห้อง

ถ้าจะว่าไปแล้ว หัวหน้าทีมซอกแซกมีโอกาสไปรับประทานอาหารที่นี่บ่อยมาก ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมานี้ เพิ่งจะห่างเหินไปราวๆปีเศษ หลังจากที่ ท่านประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพ คุณ โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ถึงแก่อนิจกรรม

ในช่วงที่ท่านประธานโฆสิตยังมีชีวิตอยู่ ท่านจะนัดหมายเพื่อนเก่าและลูกน้องเก่าของท่านกลุ่มหนึ่งไปรับประทานอาหารที่นี่ 2-3 เดือนครั้ง ซึ่งหัวหน้าทีมซอกแซกในฐานะลูกน้องเก่าและเพื่อนเก่าของท่านจะได้รับเชิญทุกครั้ง

เหตุเพราะไปรับประทานบ่อยๆนี่เอง จึงเผลอเรอไปว่าได้เคยเขียนถึงภัตตาคารแห่งนี้อย่างละเอียดไปบ้างแล้ว จนกระทั่งเมื่อกลับไปพลิกปูมซอกแซกดูจึงพบว่า แม้จะเขียนถึงชายทะเลจันทร์เพ็ญบ่อยมากก็จริง แต่เป็นการเขียนแบบสั้นๆ ดังเช่นใน คอลัมน์ซอกแซกฉบับวันที่ 30 มีนาคม 2557 หรือเมื่อ 3 ปีที่แล้วก็เขียนยกให้เป็น 1 ใน 10 ของภัตตาคารเก่าแก่ในตำนานเมืองหลวงที่ยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน แต่ก็มิได้ลงลึกในรายละเอียดแต่ประการใด

จึงนับว่าซอกแซกฉบับนี้จะเป็นการเขียนถึงภัตตาคาร “จันทร์เพ็ญ” หรือชายทะเลจันทร์เพ็ญอย่างละเอียด โดยมีการกล่าวถึงตำนานกันบ้างเล็กน้อยว่างั้นเถอะ

จากคำบอกเล่าของปรมาจารย์นักชิมรุ่นเก่าๆ สรุปได้ว่าเหตุที่สมัยก่อนเรียกภัตตาคารแห่งนี้เต็มยศว่าชายทะเลจันทร์เพ็ญนั้น สืบเนื่องมาจากบริเวณถนนพระราม 4 ปากซอยงามดูพลีดังกล่าว เคยเป็นที่ตั้งของโรงงานน้ำส้มสายชูโรงงานหนึ่ง ชื่อน้ำส้มสายชู “ชายทะเล” โดยมีคุณจรัสผู้ให้กำเนิดภัตตาคารแห่งนี้เป็นผู้จัดการ

ในขณะที่คุณจันทร์ซึ่งเป็นภรรยาคุณจรัส และมีฝีมือในการย่างไก่และคิดสูตรไก่ย่างรสพิเศษขึ้นมาได้ ก็ได้มาเปิดร้านเล็กๆขายที่ข้างๆโรงงาน ปรากฏว่าขายดิบขายดีจนร้านเดิมไม่พอนั่งต้องขยายเข้ามาตั้งโต๊ะในโรงงานน้ำส้มสายชูเป็นบางส่วน

จังหวะเดียวกับที่เจ้าของกิจการน้ำส้มสายชูมีความประสงค์จะเลิกโรงงาน จึงตัดสินใจขายโรงงานให้คุณจรัส และหลังจากนั้นคุณจรัสก็ตัดสินใจเปิดร้านอาหารที่มีไก่ย่างเป็นเมนูหลัก

โดยตั้งชื่อว่า ร้านอาหาร “จันทร์เพ็ญ” ตามชื่อของภรรยาและขณะเดียวกัน ก็ผลิตน้ำส้มสายชูยี่ห้อชายทะเลต่อไปด้วย

ทำให้ร้านอาหาร “จันทร์เพ็ญ” มักได้รับ การเรียกขานอย่างเต็มยศติดปากลูกค้าว่า “ชาย ทะเลจันทร์เพ็ญ” มาตั้งแต่บัดนั้น ทั้งๆที่มิได้มีต้นกำเนิดมาจากชายทะเลแห่งหนึ่งแห่งใดเลย

หัวหน้าทีมซอกแซกมีโอกาสเดินผ่านภัตตาคารแห่งนี้ครั้งแรกเมื่อ 16 เมษายน 2503 หรือ 57 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นวันที่ โผน กิ่งเพชร ชนะ ปาสคาล เปเรซ ที่เวทีมวยลุมพินี คว้าแชมป์โลกรุ่นฟลายเวทมาให้แก่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก

ยังจำได้ว่า หัวหน้าทีมไปยืนรวมกลุ่มกับแฟนมวยหลายพันคนที่เข้าสนามไม่ได้ เพราะที่นั่งเต็มหมด แต่ก็ยืนรอฟังผลการชกจากวิทยุที่ถ่ายทอดอยู่ แถวๆหน้าเวทีนั่นเอง และเมื่อการชก จบลง ปรากฏว่า โผน กิ่งเพชร ชนะ ผู้คนก็ไชโยโห่ร้อง และเดินแยกกันกลับบ้านคนละทิศคนละทาง

หัวหน้าทีมเดินเลยไปจนถึงหน้าร้านชายทะเลจันทร์เพ็ญ ซึ่งขึ้นป้ายขึ้นโลโก้เป็นรูปไก่ตัวเบ้อเริ่มเอาไว้ ยังจำได้ติดตาจนถึงเดี๋ยวนี้

แต่กว่าจะมีโอกาสเข้าไปลิ้มรส “ไก่ย่าง” ก็จนกระทั่งเรียนหนังสือจบแล้วนั่นแหละและก็ไปรับประทานบ่อยมากๆ ในช่วงที่ท่านประธานโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ยังมีชีวิตอยู่ ดังได้กล่าวไว้แล้วในช่วงแรกๆ

นอกจาก “ไก่ย่าง” ที่เป็นเมนูเด็ดประจำร้าน แล้ว ชายทะเลจันทร์เพ็ญ ยังมีเมนูเด็ดอีกหลายๆเมนู เช่น สุกี้แห้ง, สลัดกุ้ง, ทอดมันกุ้ง, ทอดมันปลากราย, หมี่กรอบ รวมไปถึงอาหารจีนแบบอาหารเหลา โดยเฉพาะตอนกลางวันจะมีติ่มซำด้วย

เวลาที่พวกเราไปรับประทานกับท่านประธานโฆสิต ก็จะวนเวียนสั่งเฉพาะเมนูข้างบนนี้ โดยเฉพาะไก่ย่างกับหมี่กรอบจะขาดไม่ได้เลย

ครับ! ก็เป็นส่วนหนึ่งของตำนานชายทะเลจันทร์เพ็ญ ภัตตาคารเก่าแก่อายุกว่า 60 ปี ที่ทุกวันนี้ก็ยังตั้งตระหง่านให้บริการแก่คนชอบรับประทานของอร่อยอยู่ที่ถนนพระราม 4 เหมือนเดิม ใครจะแวะไปรำลึกความหลังก็เชิญนะครับ.

“ซูม”