วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผวาภาพถ่ายไร้หัว แชะข้างหลังร.ต.อ.ดูศพ เจ้าตัวอึ้งเตรียมสะเดาะเคราะห์

ฮือฮา สาวมูลนิธิฯถ่ายภาพพนักงานสอบสวนขณะออกไปชันสูตรศพนายช่างเจาะบ่อบาดาล แต่พอนำภาพมาตรวจเช็กถึงกับขนลุกซู่ ภาพมีแต่ตัว ส่วนหัวหายไป หอบภาพวิ่งโร่เข้าพบผู้สื่อข่าวให้ช่วยตรวจสอบ ก่อนจะนำภาพไปให้พนักงานสอบสวนดู เจ้าตัวเห็นภาพถึงกับอึ้ง หน้าถอดสี รีบกลับบ้านพักคว้าเหรียญ ร.9 คล้องคอ เพื่อเป็นสิริมงคล เตรียมทำบุญสะเดาะเคราะห์ ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญระบุเป็นแค่มุมกล้อง ไม่ใช่เรื่องอาถรรพณ์

เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยถ่ายภาพพนักงานสอบสวนขณะออกชันสูตรศพ แต่เมื่อเปิดโทรศัพท์เพื่อเช็กภาพทำเอาขนหัวลุก เมื่อภาพที่ปรากฏกลายเป็นภาพคนหัวขาดรายนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 17 มี.ค. นายปรางมาศ แซ่ด่าน หน.ศูนย์มูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์ จุดกรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เดินหน้าตื่นเข้าพบผู้สื่อข่าว “ไทยรัฐ” พร้อมนำโทรศัพท์มือถือที่นางยุพา น้ำรอบ อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯถ่ายภาพเก็บไว้มาเปิดให้ผู้สื่อข่าวดู บอกว่าเป็นภาพของ ร.ต.อ.อนันต์ พานิชกุล รอง สว. (สอบสวน) สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ในชุดเครื่องแบบตำรวจ ถ่ายจากด้านหลัง แต่ที่น่าตกใจคือศีรษะหายไป ลักษณะเหมือนคนหัวขาด กลายเป็นที่ตกอกตกใจของชาวบ้านที่มายืนมุงดูภาพเป็นอย่างมาก พร้อมวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา

นายปรางมาศเผยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันเดียวกัน ทางมูลนิธิฯได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ว่ามีคนเสียชีวิตที่บ้านพักคนงานไม่มีเลขที่ภายในสวนปาล์มบ้านกรุงหยันใต้ หมู่ 3 ต.กรุงหยัน จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยลูกข่ายมูลนิธิฯ จากนั้นไม่นาน ร.ต.อ.อนันต์ พานิชกุล รอง สว. (สอบสวน) สภ.ทุ่งใหญ่ เดินทางไปชันสูตรศพผู้เสียชีวิตทราบว่าชื่อนายสุวรรณรัตน์ ช่วยอยู่ อายุ 55 ปี ตำแหน่งนายช่างเจาะบ่อบาดาล ช.4 กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งทราบว่าเสียชีวิตจากการหกล้มศีรษะฟาดพื้นระหว่างเดินเข้าห้องน้ำ โดยมี พญ.อัญชิสา ระย้า แพทย์เวร รพ.ทุ่งใหญ่ ร่วมชันสูตรศพ

นายปรางมาศเผยอีกว่า ระหว่างที่ทุกฝ่ายกำลังร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น นางยุพาเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ซึ่งร่วมออกไปปฏิบัติงานด้วย ได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพในที่เกิดเหตุเก็บไว้เพื่อเป็นผลงานการออกไปปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละครั้ง หลังกลับถึงศูนย์มูลนิธิฯนางยุพาได้ตรวจเช็กภาพที่ไปถ่ายออกมาดูเพื่อเก็บไว้ในระบบข้อมูลของมูลนิธิฯ ปรากฏว่าทันทีที่เห็นภาพนางยุพาถึงกับขนลุกซู่มือไม้สั่นทำอะไรไม่ถูก เนื่องจากภาพถ่ายของ ร.ต.อ.อนันต์ มีแต่ตัวในชุดเครื่องแบบ ส่วนศีรษะหายไป ตอนแรกแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง คิดว่าตาฝาด จึงรีบนำโทรศัพท์ที่ถ่ายภาพมาให้ตนช่วยดู ครั้งแรกที่เห็นรู้สึกตกใจเช่นกัน จึงนำภาพดังกล่าวมาให้ผู้สื่อข่าวดู

ต่อมาผู้สื่อข่าวพร้อมด้วยนายปรางมาศได้เข้าพบ ร.ต.อ.อนันต์ ที่โรงพัก พร้อมเปิดภาพที่ถ่ายไว้ให้ดู ทันทีที่ ร.ต.อ.อนันต์ เห็นภาพตัวเองในสภาพไม่มีศีรษะถึงกับอึ้งหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด พร้อมสอบถามถึงที่มาของภาพว่าได้มาอย่างไร เมื่อทราบว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยของมูลนิธิฯถ่ายไว้ขณะออกไปร่วมชันสูตรศพในที่เกิดเหตุ ร.ต.อ.อนันต์กล่าวว่า เดี๋ยวจะต้องไปหาพระมาคล้องคอแล้ว และจะต้องไปทำบุญให้พระทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้ จากนั้นก็เดินไปที่บ้านพักคว้าเอาสร้อยคอทองคำที่มีรูปเหรียญของรัชกาลที่ 9 รุ่นทรงผนวชมาคล้องคอ เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง

ด้านนางยุพาเจ้าหน้าที่มูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์ ซึ่งเป็นคนถ่ายภาพกล่าวว่า ทุกครั้งเมื่อออกไปตรวจที่เกิดเหตุจะต้องใช้โทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพเก็บไว้ เพื่อเป็นผลงานของการออกไปปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้ง ยอมรับว่าไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนนับตั้งแต่ออกปฏิบัติหน้าที่มาเป็นระยะเวลา 3 ปี ไม่มีความชำนาญหรือความรู้ในเรื่องการถ่ายภาพเลย มีโทรศัพท์มือถือก็หยิบขึ้นมาถ่ายอย่างคนทั่วๆไปเขาทำกัน ภาพที่เห็นออกมานั้นยืนยันว่าไม่มีการตกแต่งภาพแต่อย่างใด พร้อมส่งให้หัวหน้าศูนย์มูลนิธิฯดูเพื่อให้คลายความสงสัยเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพถึงภาพดังกล่าว ได้รับการเปิดเผยว่า ภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร แต่เชื่อว่าเป็นเรื่องของมุมกล้องมากกว่า ผู้ถ่ายซึ่งยืนถ่ายภาพจากด้านหลังพนักงานสอบสวน ขณะกดกล้องจากมือถือ เป็นจังหวะเดียวกับที่พนักงานสอบสวนคนในภาพกำลังก้มลงดูศพ หรือก้มดูพื้น ประกอบกับชุดเครื่องแบบตำรวจที่สวมใส่เป็นเสื้อคอปก ทำให้ภาพที่ออกมาดูเหมือนคนหัวขาด ฝากถึงคนถ่ายและพนักงานสอบสวนในภาพไม่ต้องตกใจ เป็นเรื่องปกติธรรมดา ก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดขึ้นในหลายกรณี เป็นเรื่องของมุมภาพมากกว่าเรื่องอาถรรพณ์