บริการข่าวไทยรัฐ

ธรรมกายจ่อคืนพัดยศ ‘ธัมมชโย’ ตามที่โดนทวง

ศรีวราห์ลงพื้นที่ สาขาย่อยรุกป่า

“สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ” ชี้ดีเอสไอต้องรับ ผิดชอบตามตัว “ธัมมชโย” ต่อไปจนกว่าจะเจอ ส่วนจะดำเนินการกับ “ทัตตชีโว” อย่างไรหลังนำเงินวัดพระธรรมกายไปเล่นหุ้น ขึ้นอยู่กับมหาเถรสมาคมพิจารณา “ไพบูลย์ นิติตะวัน” เปิดศึกฉะเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เอนเอียงฝักใฝ่วัดพระธรรมกาย เสนอให้ดีเอสไอแจ้งตรงบีบให้เจ้าคณะจังหวัดสั่งสึก “ธัมมชโย” ไม่งั้นไม่มีทางได้เห็นแน่ หลังเจ้าคณะจังหวัดออกมาปฏิเสธข่าวสั่งสึก “ธัมมชโย” ขณะที่ “บิ๊กตู่” ระบุต้องคง ม.44 ไว้เพื่อป้องกันกฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย ด้านวัดพระธรรมกายแจงสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานีทวงคืนพัดยศของ “ธัมมชโย-ทัตตชีโว” เตรียมส่งมอบโดยเร็ว

หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยุติปฏิบัติ การปิดล้อมตรวจค้นวัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี เพื่อตามจับตัวพระธัมมชโย เจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์ วัดพระธรรมกาย แต่ยังคงอำนาจ ม.44 ให้พื้นที่วัดเป็นเขตควบคุมพิเศษ อ้างเหตุผลป้องกันความวุ่นวายจากมือที่สาม ด้านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างดำเนินการทางคู่ขนาน ใช้อำนาจปกครองทางสงฆ์เพื่อให้พระธัมมชโยสละสมณเพศ รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินเอาผิดพระทัตตชีโว อดีตรักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย หลังนำเงินวัดไปซื้อหุ้นในนามส่วนตัว

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 มี.ค. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า ได้รับรายงานจากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตั้งแต่วันแรกที่เข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย สั่งการให้ดีเอสไอดำเนินการติดตามจับกุมตัวพระธัมมชโยตามอำนาจหน้าที่ต่อไป แม้จะตรวจค้นภายในวัดแล้วไม่พบตัว รวมทั้งต้องบังคับใช้กฎหมายในคดีอื่นๆที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยแบ่งคดีที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินดีเอสไอรับไปดำเนินการ ส่วนคดีบุกรุกป่าพื้นที่สาธารณะเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้ง 2 หน่วยงานพูดคุยหาความเชื่อมโยงของคดีร่วมกัน แต่คดีจะไปถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือไม่ ต้องตรวจสอบให้ปรากฏชัด

“สำหรับกรณีพระทัตตชีโว รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย นำเงินไปเล่นหุ้นนั้นยังไม่ได้รับรายงาน ต้องรอให้ดีเอสไอตรวจสอบอีกสักระยะ ส่วนระยะเวลาการใช้ ม. 44 ควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกายนั้น ยังไม่ได้รับรายงานว่าจะยกเลิก รวมทั้งเรื่องการสึกพระธัมมชโยต้องรอคุยกับ พศ. ว่ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง” นายสุวพันธุ์กล่าว

พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกระแสข่าว สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง มีคำสั่งให้สึกพระธัมมชโยว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นอำนาจของคณะสงฆ์ และเจ้าคณะใหญ่หนกลางมีหนังสือให้มีการดำเนินการตามกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 21 ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ โดยแจ้งไปยังพระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีแล้ว หลังจากนี้เป็นหน้าที่ของเจ้าคณะผู้ปกครอง ส่วนจะพิจารณาให้นำกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 มาพิจารณาใช้กับพระทัตตชีโวหลังพบการนำเงินวัดไปซื้อหุ้นนั้น เป็นอำนาจของมหาเถรสมาคมที่จะนำเรื่องนี้มาหารือหรือไม่

ขณะที่พระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี กล่าวถึงกรณีมีข่าวเจ้าคณะใหญ่หนกลาง สั่งการให้พระธัมมชโยสละสมณเพศนั้น ไม่เป็นความจริง มีเพียงหนังสือสั่งการจากเจ้าคณะใหญ่หนกลางมาถึงตน ให้พระธัมมชโยปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ และกฎมหาเถรสมาคม เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจเท่านั้น ไม่ใช่คำสั่งให้สึก สำหรับขั้นตอนการดำเนินการตามกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 21 ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ เป็นอำนาจหน้าที่ของรักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เนื่องจากขณะนี้พระธัมมชโยเป็นเพียงพระลูกวัดเท่านั้น ขณะนี้รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายรายงานเป็นหนังสือกลับมาว่ายังไม่พบตัวพระธัมมชโย เมื่อไม่พบตัวก็ยังไม่สามารถปฏิบัติตามกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 21 ได้ เพราะมีสาระสำคัญว่า เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นเกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัย ให้เจ้าอาวาสผู้ปกครองแจ้งหรือกล่าวตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรแก่พระภิกษุรูปนั้น ดังนั้นเมื่อยังไม่เจอตัวจะแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรได้อย่างไร ต้องรอพบตัวถึงสามารถปฏิบัติตามบทบัญญัติฉบับนี้ได้

อีกด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า จากการพิจารณาทัศนคติของเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี จะพบว่า เห็นดีเห็นงามกับการกระทำทั้งหลายของพระธัมมชโยและคณะผู้บริหารวัด ทั้งยังแสดงความเชื่อส่วนตัวว่าพระธัมมชโยไม่ได้ล่วงละเมิดพระธรรมวินัย ด้วยท่าทีดังกล่าวหากสำนักงานพระพุทธศาสนายังดำเนินการเพียงใช้กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 ข้อที่ 3 (1) คงไม่มีทางได้เห็นพระธัมมชโยต้องสละสมณเพศแน่นอน

“ผมขอเสนอให้ดีเอสไอดำเนินการร่วมกับ พศ.มีหนังสือแจ้งตรงไปยังเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี สั่งให้พระธัมมชโยสละสมณเพศ เนื่องจากพบพระธัมมชโยหลบหนีหมายจับศาลอาญาหลายฉบับ ไม่มีวัดเป็นที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงเข้าองค์ประกอบตามพ.ร.บ.คณะสงฆ์ ม.27 (4) ประกอบกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 21 ข้อที่ 3 (2) ดังนั้น เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีในฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มีอำนาจหน้าที่สั่งให้พระธัมมชโยสละสมณเพศตามกฎหมาย ไม่ต้องวินิจฉัยว่าล่วงละเมิดพระธรรมวินัยหรือไม่ เช่นเดียวกับการให้พระภิกษุสละสมณเพศตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ม.28 ม.29 และ ม.30 หากเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีไม่ดำเนินการ อาจถูกมองว่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่ เว้นแต่พระธัมมชโยออกมามอบตัวก่อนมีคำสั่งให้สละสมณเพศ” นายไพบูลย์กล่าว

พระมหานพพร ปุญฺญชโย ผู้ช่วย ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานี มีหนังสือแจ้งมาที่วัด เพื่อขอคืนพัดยศของพระธัมมชโยและพระทัตตชีโวแล้ว วัดอยู่ระหว่างเตรียมนำคืนโดยเร็ว

วันเดียวกัน นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลัก ทรัพย์ (ก.ล.ต.) เผยถึงกรณีปัญหาวัดพระธรรมกายนำเงิน บริจาควัดเข้ามาซื้อขายหุ้นว่า ขณะนี้ดีเอสไอประสาน ขอข้อมูลมาที่สำนักงาน ก.ล.ต.แล้ว ภาพรวมการเข้ามาซื้อขายหุ้น ไม่ได้มีความผิด แต่มีประเด็นที่ว่าบริษัทหลักทรัพย์ที่เปิดบัญชีให้ลูกค้าซื้อขายหุ้นนั้นรู้จักลูกค้าเพียงใด บริษัทหลักทรัพย์ต้องรู้จักตัวตนที่แท้จริงของลูกค้าและตรวจสอบอย่างเหมาะสม หากบริษัทหลักทรัพย์ไม่รู้จักลูกค้าอย่างแท้จริงจะมีบทลงโทษ ทั้งปรับบริษัทหลักทรัพย์ พักการทำหน้าที่ผู้บริหาร ไม่ใช่เฉพาะกรณีธรรมกายเท่านั้น แต่ ก.ล.ต.ทำหนังสือเวียนมาโดยตลอด

ส่วนการดำเนินคดีเกี่ยวกับการบุกรุกผืนป่าที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เข้าตรวจสอบพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติธรรม เลขที่ 310 หมู่ 10 บ้านหนองค่าย ต.บ้านบัว อ.เมืองบุรีรัมย์ หลังรับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้าน พบการบุกรุกที่สาธารณประโยชน์บ้านหนองค่าย เพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมบนเนื้อที่กว่า 64 ไร่ 1 งาน 82 ตร.ว. มีพระปลัดเกื้อกูล หรือสุภนันโท พงศ์นันท์ อายุ 53 ปี สังกัดวัดพระธรรมกาย เป็นหัวหน้าผู้ดูแล ขณะเข้าตรวจไม่พบพระปลัดเกื้อกูล พบเพียงคนงานก่อสร้างต่อเติมภายในสถานปฏิบัติธรรม

หลังการตรวจสอบ พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า เบื้องต้นพบการบุกรุกเขตพื้นที่สาธารณประโยชน์ ตามคำร้องเรียน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปทส. ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับศูนย์ปฏิบัติธรรมนี้ ฐานก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำการด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามความผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484

ต่อมาเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ถึงประเด็นการใช้ ม.44 ควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกายว่า ไม่ได้มุ่งหวังด้วยเจตนาร้าย แต่บางอย่างมันจำเป็นเพื่อยุติปัญหาไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง เพราะกฎหมายถูกละเมิดมีการใช้กฎหมู่ หากใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือกฎอัยการศึกก็ดูจะรุนแรงเกินไป เจ้าหน้าที่ต้องการตรวจหาตัวผู้ทำผิดตามหมายศาลไม่ได้รังแกใคร ต้องพิจารณาความถูกผิดในการปฏิบัติตนของพระสงฆ์ในวัดพระธรรมกายว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ความเชื่อความศรัทธาอยู่ตรงไหน ไม่อยากให้บิดเบือนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ เราจึงต้องขจัดพระไม่ดีออกไป