วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สองผัวเมียเข้าป่าแหย่ไข่มดแดง กลับพบซากกระดูกคนเกลื่อน เตลิดแจ้ง 191

แทบช็อก!! สองผัว-เมียสะดุ้งโหยง ออกแหย่ไข่มดแดง กลางป่าดงสีบู อำนาจเจริญ กลับพบกระดูกมนุษย์เกลื่อนป่า ตกใจวิ่งเตลิดไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ก่อนจะโทรแจ้ง 191 ให้มาดูร่องรอยศพ...

เมื่อวันที่ 17 มี.ค.60 เวลา 16.30 น. พ.ต.ท.สัญญา เจริญรัตน์ พงส.สภ.ลืออำนาจ รับแจ้งเหตุมีชาวบ้านออกหาของป่าพบโครงกระดูกมนุษย์ ที่บริเวณป่าดงสีบู ต.แมด อ.ลืออำนาจ จึงได้ประสานแพทย์เวร รพ.ลืออำนาจ พร้อมกับประสานเจ้าหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน จ.อำนาจเจริญ ร่วมตรวจสอบเหตุ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบริเวณป่ารกทึบ (ป่าดงสีบู) ตามที่ได้รับแจ้ง ก็ได้พบกับชาวบ้านรออยู่ที่เกิดเหตุ จากนั้นชาวบ้านจึงได้พาเจ้าหน้าที่ไปดูที่พบโครงกระดูกดังกล่าว ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปจากถนนราว 300 เมตร มีเพียงทางเดินเท้าเล็กๆ ให้คนสามารถเดินเข้าไปได้

จากการสอบถาม นางแดง หวังผล อายุ 47 ปี ชาวบ้านน้ำซับ ต.แมด อ.ลืออำนาจ ผู้ที่พบโครงกระดูกคนแรก เล่าว่า ขณะที่ตนเองกับสามี คือนายกรกฎ หวังผล อายุ 45 ปี พากันออกมาหาแหย่ไข่มดแดง เพื่อนำไปประกอบอาหาร ในป่าดงสีบูแห่งนี้อยู่เป็นประจำ เห็นรองเท้าแตะคู่หนึ่งตกอยู่ที่พื้นใต้ต้นไม้ จึงได้หยิบขึ้นมาดู พอเงยหน้าขึ้นดูที่กิ่งไม้ เห็นผ้าขาวม้าเก่าๆ ห้อยอยู่ จึงตะโกนบอกสามี สักพักสามีได้ตะโกนเรียกตนให้มาดูทางนี้มีหัวกะโหลก ใกล้กันพบชิ้นส่วนกระดูกซี่โครง ตนและสามีตกใจมาก จึงได้รีบกลับเข้ามาในหมู่บ้าน พร้อมนำเรื่องดังกล่าวนี้ไปเล่าให้ผู้ใหญ่บ้านฟัง จากนั้นจึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า เป็นโครงกระดูกมนุษย์จริง โดยบริเวณใกล้ๆ กันยังพบเศษเสื้อผ้าบางส่วนซึ่งอยู่ในสภาพขาดหลุดรุ่ย กองอยู่ที่พื้น แต่ในขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่า ผู้ตายเป็นใคร ต้องรอพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ต่อมามีหญิงสาววัยกลางคนมาแสดงตัวว่า โครงกระดูกที่พบนี้ น่าจะเป็นศพพ่อที่หายออกจากบ้านไปเมื่อวันที่ 4 ม.ค.60 ที่ผ่านมา ซึ่งตนเองและญาติได้ออกตามหามานาน โดยได้ไปแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ และได้ประสานให้เพจกระบอกเสียงอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นเพจดังในจังหวัดอำนาจเจริญช่วยประกาศตามหาตัวพ่อ คือนายสวาท ไชยชาติ อายุ 61 ปี แต่ก็ยังไม่พบตัว กระทั่งในวันนี้ได้ทราบข่าวว่ามีคนพบหัวกะโหลกและเศษซากกระดูกมนุษย์ที่บริเวณป่าดงสีบูแห่งนี้ ซึ่งป่าแห่งนี้ห่างจากหมู่บ้านของตนเองราว 4 กิโลเมตร จึงได้พาแม่เดินทางมาดู

ซึ่งทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.จริยา ไชยชาติ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 ม.6 บ้านโนนสมบูรณ์ ต.ไก่คำ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ โดยได้เดินทางมาพร้อมกับมารดา คือนางบุญสม ไชยชาติ อายุ 57 ปี หลังจากที่หญิงคนดังกล่าวได้เห็นเศษเสื้อผ้าและรองเท้าที่ตกอยู่ในที่ที่เกิดเหตุ ก็มั่นใจว่าหัวกะโหลกและเศษซากกระดูกมนุษย์นี้เป็นพ่อของตนจริง โดยยืนยันว่าผ้าขาวม้ากับรองเท้าแตะและเศษกางเกงที่เจอนี้ เป็นของที่พ่อใส่ออกจากบ้านเมื่อวันที่หายตัวไป

น.ส.จริยา ไชยชาติ เผยว่า เมื่อวันที่ 2 ม.ค.60 ที่ผ่านมา พ่อของตนได้มานั่งปรับทุกข์กับตนว่า พ่อของตนเป็นหนี้ ธ.ก.ส. อยู่ 5 แสนบาท ไม่มีเงินมาใช้หนี้ กลัวจะโดนยึดที่ดิน อยากจะมาขอยืมเงินจากตน แต่ตนเองได้บอกกับพ่อไปว่าตนเองก็ไม่มีเงินเหมือนกัน และตนเองก็ต้องมีภาระที่จะต้องเลี้ยงดูลูกอีก 2 คน ตนก็ไม่รู้จะเอาเงินจากที่ไหนมาให้ พ่อของตนเองก็บ่นตัดพ้อน้อยใจว่า ทีลูกคนอื่นเขาทำงานกลับมาจากกรุงเทพฯ เขายังมีเงินมาให้พ่อให้แม่ทีละหมื่นสองหมื่น ถ้าแค่นี้ไม่ได้ เดี๋ยวพ่อจะไปผูกคอตายเอาหรอก รอเก็บศพพ่อได้เลยพรุ่งนี้เช้า ตนก็ได้แค่บอกพ่อไปว่าทำไมพ่อคิดแบบนี้ แต่ตนเองก็ไม่คิดว่าพ่อจะไปผูกคอตายจริงๆ

ต่อมากระทั่งวันที่ 4 ม.ค.60 ที่ผ่านมา พ่อได้หายตัวออกจากบ้าน ตนเองและแม่ พร้อมกับญาติพี่น้องต่างพากันออกตามหา แต่ก็ไม่พบ จึงได้แจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ และขอให้ทางเพจกระบอกเสียงอำนาจเจริญช่วยประกาศตามหาตัวให้ เผื่อว่าจะมีใครพบพ่อของตน จนกระทั่งมารู้ข่าววันนี้ และได้มาดูก็มั่นใจว่าเป็นหัวกะโหลกและเศษซากกระดูกมนุษย์นี้เป็นพ่อของตนจริงๆ

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.วิเชียร โชคพิพัฒน์ทวี ผกก.สภ.ลืออำนาจ ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุในเบื้องต้นแล้ว ไม่พบร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด และจากการลงความเห็นของ พญ.กุลวดี กิติพลวงษ์วนิช แพทย์เวรชันสูตร รพ.ลืออำนาจ ก็ลงความเห็นว่าหัวกะโหลกนี้น่าจะมาจากศพที่ผูกคอตายและมีหมากัดกินศพ

ด้าน พ.ต.ท.ทศพล ธรรมวงศ์ นวท.(สบ.3) พฐ.จว.อำนาจเจริญ ก็ได้ลงความเป็นอย่างเดียวกันว่า หัวกะโหลกและเศษซากกระดูกมนุษย์ที่พบเป็นศพของนายสวาท ไชยชาติ โดยได้รับการยืนยันจากญาติ และทางญาติของผู้ตายเองก็ไม่ได้ติดใจในสาเหตุการตายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้ลงบันทึกประจำวัน ก่อนที่จะได้มอบศพให้กับญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป.