บริการข่าวไทยรัฐ

นายกฯ ขอพวกบิดเบือนงาน รบ.-คสช. หยุดทำสังคมสับสน เพื่อผลประโยชน์ตัวเอง

นายกฯ ขออย่าใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา ชี้ย่อมมีบางเรื่องไม่ได้ดั่งใจ ขอพวกบิดเบือนยุติตีกิน "รบ.-คสช." เพื่อผลประโยชน์ตัวเอง ทำสังคมเดือดร้อน ยันความผิดอดีต-ปัจจุบัน ใช้ ก.ม.ปกติ ปัดใช้ ม.44 ด้วยเจตนาร้าย ถามเป็นคนไทยหรือเปล่า นำปัญหาตัวเองก่อโยนความผิด แถมประจานใน ตปท.

เมื่อวันที่ 17 มี.ค.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อน อุณหภูมิสูงขึ้นทุกวัน ก็อยากให้ทุกคนใจเย็นๆ ไม่ใช้อารมณ์ฉุนเฉียวในการแก้ปัญหา ตนเองก็ด้วย ต้องแก้ไขปรับปรุงตัวเอง เพราะว่าวันนี้ในท้องถนน ในการทำงาน หรือแม้กระทั้งที่บ้าน ย่อมมีเรื่องที่ไม่ค่อยได้ดั่งใจ อาจมีกระทบกระทั่งกันบ้าง ด้วยคำพูดด้วยการกระทำ ก็ขอให้ทุกคนได้มีสติ รู้จักให้อภัยกัน อย่าใช้ความรุนแรงตัดสินปัญหา ขอให้อดทนฟังกันให้มาก ร่วมกันคิดแก้ปัญหานี้ ไม่ตั้งแง่ใส่กันค้านทุกอย่าง เปิดใจให้กว้างขึ้นน่าจะดีกว่า อย่างที่ทราบ "บันได 3 ขั้น" สู่ความสำเร็จคือ คิด พูด แล้วก็ทำ ทำให้ครบวงจรและรอบคอบ ถ้าต่างคนต่างคิดไม่รับฟังความคิดเห็นต่างเลย ไม่ยอมกันอย่างเดียว ก็ไม่สามารถจะลงมือทำไปสู่ความสำเร็จได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้สื่อมวลชนเองมีความสำคัญในการให้ความจริง ถ้าเราให้โดยเป็นความเท็จก็เป็น "อวิชชา" ไม่สร้างการรับรู้ความรู้ที่ดีแล้ว ยังนำไปสู่ความเข้าใจผิด และความขัดแย้งในที่สุด ที่ผ่านมาเราคงโทษใครไม่ได้ แต่อยากให้สติทุกคน เสนอข่าวด้วยความระมัดระวัง ให้เป็นไปตามข้อเท็จจริง อย่าสร้างประเด็นที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง จะได้ลดภาระรัฐบาลลง อย่าสร้างความคิดที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยติดขัด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ขอร้องบรรดาบุคคล กลุ่มบุคคล ที่เจตนาบิดเบือนการทำงานของรัฐบาลและ คสช. จับเอาเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เรื่องส่วนตัวมาทำให้สังคมสับสนอลม่านไปหมด เพื่อประโยชน์ของตน คนกลุ่มเหล่านี้ยังมีอยู่ ขอร้องให้ยุติได้แล้ว ประชาชนช่วยกันตัดสินใจ จะให้คนเหล่านี้อยู่สร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศชาติต่อไปหรือไม่ วันนี้หลายอย่างทำไม่ได้ ติดขัดทั้งหมด ไม่ต่อเนื่อง คือถ้าเราทำไม่ได้ประโยชน์ ก็ไม่เกิดกับใครทั้งสิ้น ส่วนรวมก็ไม่ได้ ส่วนน้อยก็ไม่ได้ ตัวเองก็ไม่ได้ เพราะคัดค้านกันไปหมด ขณะที่การกระทำใดๆ ก็ตามที่ดี รัฐบาลพร้อมสนับสนุนเต็มที่ แต่ถ้าทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบัน รัฐบาลและ คสช.พยายามใช้กฎหมายปกติ อำนาจหน้าที่ขององค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรม เราไม่ได้มุ่งหวังใช้มาตรา 44 ไปใช้ด้วยเจตนาร้าย เราทำเพื่อให้เกิดการบูรณาการ เพื่อนำเข้าทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ใช้กฎหมายปกติเท่านั้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้เราต้องมองปัญหาประเทศของเราด้วยความเข้าใจ ไม่ลำเอียง ไม่เอาคนอื่นมามองตัวเรา เพราะมันเป็นกลไกภายนอกประเทศ แต่เราก็ทำตามไม่ได้ฝ่าฝืน เว้นแต่บางอย่างเราต้องปรับให้เข้ากับสถานการณ์ในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน การบริหารราชการแผ่นดินในปัจจุบันที่กำลังเตรียมการไปสู่การปฏิรูปประเทศ มียุทธศาสตร์ชาติด้วยการดำเนินการทำอย่างระมัดระวัง ซึ่งตนเสียใจที่มีคนไทยบางคนบางกลุ่มที่ไม่เข้าใจ บางคนไม่เข้าใจแล้ว หลายส่วนหลายกลุ่มหลายคนก็สร้างความเสียหายเหล่านี้ไว้ให้ตนแก้วันนี้ แล้วเอาเรื่องเหล่านี้ไปประจานที่ต่างประเทศโดยไม่พูดถึงปัญหาที่ตัวเองทำไว้ แล้วก็โยนคำผิดต่างๆ เหล่านี้ให้กับรัฐบาล ไม่มีความรักประเทศตัวเองเลยนะครับ เป็นคนไทยหรือเปล่า ทั้งนี้สิ่งสำคัญคือ ประชาชนทุกคนทุกฝ่าย ต้องร่วมมือกันให้มากที่สุด ถ้าเราคิดแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลงตนเอง ไม่ขวนขวายหาความรู้ใหม่ ไม่สร้างนวัตกรรมอะไรใหม่ๆ มันก็เสียโอกาส "ตกยุค-ตกขบวน" หรือหาเราเชื่อฟังคำบิดเบือน ข้อโต้แย้งโดยไม่ตั้งสติให้ดี ไม่มีหลักคิดไม่ใช้สติปัญญา คิดใคร่ครวญให้ดี การคิดการตัดสินใจก็จะผิดเพี้ยน บิดเบี้ยว ถูกชี้นำในทางที่ไม่ถูกต้อง สิ่งใหม่ๆ ที่ทุกคนต้องการดีกว่า ก็ไม่เกิด ความพยายามที่จะลดความเหลื่อมล้ำก็ไม่สำเร็จ เศรษฐกิจของประเทศก็ไม่ดีขึ้น วันนี้ก็มีแต่พูดกันมาแล้วก็ไม่เคยทำวันนี้เราพยายามทำทุกอย่างที่ท่านพูดมาแล้วไม่ทำหลายคนนะ

"หากว่าเราฟังคำบิดเบือนมากมาย โดยไม่พิจารณาให้ถ่องแท้ มันก็เหมือนการกินยาพิษ กินยาแทนที่จะรักษามันก็จะเป็นการกินยาผิดขนานเข้าไป กินยาผิดซอง นอกจากจะไม่รักษาโรคแล้วก็เกิดโรคตามมา โรคเก่าก็แก้ไม่ได้ โรคใหม่ตามมาอีก เหมือนกับไม่ให้รัฐบาล คสช.แก้ปัญหาเก่าๆ แต่ก็อยากให้ทุกอย่างดีขึ้น เร็วขึ้น อยากให้อยู่อย่างสบายที่สุด" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว