บริการข่าวไทยรัฐ

ดูแลต้นไม้ไร้ความรู้ หั่นเหี้ยนตัดโกร๋น ฆ่าให้ตาย-สายไฟยิ่งพัวพัน

“กรุงเทพเมืองสีเขียว”

ที่ผ่านมา เราอาจเคยได้ยินสโลแกน ประมาณนี้กับอดีตผู้ว่าฯ หรือ ผู้หาเสียงสมัครผู้ว่าฯ กทม. หลายคน อยากจะพัฒนากรุงเทพฯให้ร่มรื่น มีสวนสาธารณะเยอะๆ แต่คุณเคยสังเกตไหมว่าต้นไม้ข้างทางเมืองที่ติดอันดับน่าท่องเที่ยวมากที่สุดในโลกอย่างกรุงเทพฯ ดันมีสภาพไม่น่ามองเสียเลย

บ้าง...ต้นไม้พันสายไฟไปทั่ว บ้าง...ก็ตัดจนเหี้ยน โล้น โกร๋น จนดูทุเรศทุรังเสียเหลือเกิน ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น และที่อื่นเขาตัดต้นไม้ริมทางแบบนี้หรือ คำตอบคือ “ไม่ใช่” แท้ที่จริงแล้วเราควรดูแลต้นไม้สำหรับในเมืองอย่างไร วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ มีคำตอบ

เอกชนรับงานจ้าง แต่ไร้ความรู้ ที่มา ต้นไม้โกร๋นเหลือแต่ตอ

ทีมข่าวฯ ได้สอบถามเรื่องนี้ไปยังหน่วยงานที่มี “หน้าที่” ดูแลต้นไม้ริมถนนรอบ กทม. โดยตรง คือ สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ ยังได้กูรูด้านการดูแลตัดแต่งต้นไม้ อย่าง “ครูต้อ” นายธราดล ทันด่วน ผู้ชำนาญด้านดูแลรักษาป่าในเมือง และ กลุ่มบิ๊กทรีส์ (BIGTrees Project) มาไขคำตอบว่าเราควรตัดต้นไม้แบบไหน ไม่ให้พันสายไฟเพื่อเมืองกรุงที่สวยงาม

นางสุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม สังกัด กทม.​ เผยว่า ไม้ยืนต้นทั่วกรุงเทพมีจำนวน 3,186,640 ต้น อยู่ในแนวสายไฟฟ้าประมาณ 150,786 ต้น การจัดระเบียบและการตัดแต่งต้นไม้เป็นหน้าที่ของ กทม.ทั้งหมด ร่วมถึงการตัดแต่งต้นไม้บริเวณแนวเสาไฟฟ้าด้วย ยกเว้น กรณีฉุกเฉินที่อาจเกิดความเสียหายรุนแรง เช่น เกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจร การไฟฟ้านครหลวงสามารถเข้าไปดำเนินการตัดต้นไม้ได้ทันที แต่ต้องประสานมาทางสำนักงานเขตให้ทราบทุกครั้งตามข้อตกลงระหว่างกรุงเทพมหานครกับ การไฟฟ้านครหลวง

“การตัดต้นไม้ในแต่ละครั้งไม่มีการประชุมร่วมกัน เพราะถือเป็นภารกิจประจำทั่วไป แต่ละหน่วยงานก็ทำตามหน้าที่ของตัวเอง..”

นางสุวรรณา กลาวต่อว่า ที่ผ่านมา เราเห็นต้นไม้ใน กทม. จำนวนมาก โดยเฉพาะที่อยู่ประปรายตามเกาะกลางถนนและข้างทางถูกตัดจนเหี้ยนเตียนเหลือแต่ตอ บางต้นไม่เหลือรูปร่างต้นไม้ใหญ่ใบสีเขียวให้หลบแดดฝนอีกต่อไป ในเรื่องนี้ ทางสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ยอมรับว่า มีการร้องเรียนจากประชาชนให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตัดกิ่งไม้ ทั้งข้างทางและใต้แนวสายไฟ เป็นจำนวนมาก

“ทางเขตจึงจ้างบริษัทเอกชนเข้ามาตัดต้นไม้แทน แต่บริษัทมีหน้าที่แค่ตัด ไม่เคยได้รับการอบรมเหมือนเจ้าหน้าที่ บางครั้งจึงตัดผิดวิธี ทำให้ต้นไม้มีรูปทรงผิดเพี้ยนอย่างที่เห็น ซึ่งสำนักสิ่งแวดล้อมยอมรับข้อผิดพลาดในส่วนนี้”

นางสุวรรณา กล่าวอีกว่า ได้กำชับกับทางเขตแล้ว ว่าหากจะจ้างบริษัทเอกชน ก็ควรให้พนักงานที่จะลงพื้นที่ตัดต้นไม้มีความรู้ในการตัดเสียก่อน อาจจะมีการจัดอบรมเพิ่มเติม หลังจากตัดแต่งต้นไม้เสร็จทางเขตควรส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเรียบร้อยเสียก่อน

ต้องเรียนรู้ 3 วิธีการตัดต้นไม้ที่ถูกต้อง สวยงาม น่ามอง ไม่พันสายไฟ

แล้วแบบนี้ การตัดต้นไม้ที่มีสายไฟผาดผ่านควรทำอย่างไร ทีมข่าวฯ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ “ครูต้อ” ผู้ชำนาญด้านดูแลรักษาป่าในเมือง ได้ให้ความรู้ว่า ต้นไม้มีสำคัญกับเศรษฐกิจประเทศไทยเป็นอย่างมาก งานวิจัยต่างประเทศพบว่า เมืองที่มีต้นไม้ร่มรื่น สวยงาม จะทำให้นักท่องเที่ยวพักค้างคืนนานขึ้น ถ้าเราทำให้เมืองท่องเที่ยวอย่างกรุงเทพฯร่มรื่น นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น รายได้จะกระจายไปทุกภาคส่วน รวมถึงรายได้รัฐก็จะมากขึ้น เมื่อลงทุนพัฒนาต้นไม้ให้ดี เงินที่ลงทุนไปเหล่านั้นก็จะตอบกลับมา แต่พื้นที่สีเขียวในกรุงเทพ ตอนนี้ให้ความสำคัญกับความสวยงามของไม้ประดับพื้นล่างอย่าง ดอกไม้ และสวนเกาะกลางมากกว่า น่าเสียดายที่ละเลยจนต้นไม้ใหญ่ไม่สง่างาม ไม่สร้างความร่มรื่นอย่างที่ควรจะเป็น

ต้นไม้กับสายไฟ..อยู่ร่วมกันได้ ถ้ารู้วิธี

ครูต้ออธิบายว่า ต้นไม้กับสายไฟฟ้าสามารถอยู่ร่วมกันได้ หากแต่...ตัดอย่างถูกวิธีต้นไม้จะเติบโตหลบสายไฟ เรียกวิธีการตัดเพื่อเบี่ยงทิศต้นไม้ (Directional Pruning) โดยการตัดกิ่ง / ลำต้น ที่มีขนาดใหญ่ออก สังเกตเส้นสันเปลือก(Branch Bark Ridge)
1. ห้ามยึดคอกิ่งเป็นแนวตัด สังเกตแนว Branch Bark Ridge
2. กะแนวเส้นตั้งฉากกับกิ่ง / ลำต้นหลักนั้นๆ ด้วยสายตา
3. ตัดตรงกึ่งกลางระหว่างเส้นทั้งสอง

“แต่ทุกวันนี้ยังตัดต้นไม้แบบผิดวิธีเลือกตัดแค่บางกิ่ง เรียกว่าการบั่นยอด ทำให้กิ่งที่ถูกตัดแตกย่อยขึ้นไป โดยการเพิ่มกิ่งเล็กๆ แบบไร้ทิศทาง ที่เรียกว่ากิ่งกระโดง ตามสัญชาตญาณของต้นไม้ ยิ่งกดหัวก็ยิ่งสู้... ต้นไม้จะสู้เพื่อให้มีชีวิตรอด กิ่งพวกนี้เมื่อปล่อยทิ้งไว้จะเป็นปัญหาในอนาคต รวมถึงเมื่ออยู่ใต้สายไฟจะเกี่ยวพันสายไฟมากยิ่งขึ้น หากตัดโดยวิธีนี้ในระยะยาว ต้นไม้จะอ่อนแอลง เสียรูปทรง และโค่นล้มในที่สุด ครูผู้ชำนาญด้านดูแลรักษาป่าในเมืองอธิบาย”

ผู้ชำนาญด้านดูแลรักษาป่าในเมือง กล่าวเน้นย้ำว่า การดูแลต้นไม้ใหญ่ในเมืองต้องใช้ทั้งความรู้ ความชำนาญ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม สิ่งเหล่านี้ต้องใช้งบประมาณมากเป็นพิเศษ ซึ่งผมยังไม่เห็นหน่วยงานไหนลงทุนกับเรื่องนี้เลย...

“สิ่งที่เราควรให้ความสำคัญคือ บุคลากร ประเทศไทยมีหน่วยงานที่มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับต้นไม้ แต่ไม่มีบทบาทในเรื่องต้นไม้ในเมือง คือกรมป่าไม้ คนพวกนี้ทำงานอยู่ในป่า จึงมีช่องว่างระหว่างองค์ความรู้ที่มี ผมพยายามจะกระตุ้นให้กรมป่าไม้เข้ามาช่วยแชร์ความรู้ให้เจ้าหน้าที่ ...แต่เบื้องต้นทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหยุดละเลย และช่วยกันดูแลต้นไม้ใหญ่อย่างจริงจังเสียก่อน” 


ครูต้อกล่าวอีกว่า ตอนนี้นโยบายต่างๆ ของผู้บริหาร สนใจความเจริญของธุรกิจ ให้นำ้หนักกับสิ่งก่อสร้าง แต่ให้ความสำคัญกับต้นไม้ในเมืองแบบฉาบฉวย อย่างการบอกว่าจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง ปลูกต้นไม้ สร้างสวน ใช้สำนวนศรีธนญชัย พื้นที่สีเขียวที่ว่า รวมสนามหญ้า รวมเกาะกลางถนนซึ่งมันไม่ใช่! ผู้บริหารเมือง นี่แหละที่ควรให้ความสำคัญกับการจัดระเบียบต้นไม้มากที่สุด ความเจริญของบ้านเมืองมันต้องเดินหน้าไปพร้อมๆ กับธรรมชาติที่สวยงาม ครูผู้ชำนาญด้านดูแลรักษาป่าในเมือง พูดทิ้งท้าย

กลุ่มบิ๊กทรีส์ ชี้ชัด ปัญหาใหญ่แท้จริงคือ การวางแผนเมืองและการบริหารงาน ขาดประสิทธิภาพ

ด้าน น.ส.อนันตา อินทรอักษร ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบิ๊กทรีส์ (BIGTrees Project) มองประเด็นปัญหานี้ว่า สาเหตุมาจากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานส่วนใหญ่มีความรู้ และได้รับการฝึกอบรมวิธีการตัดที่ถูกต้อง แต่กลับกันผู้คุมงานไม่มีความเข้าใจเรื่องวิธีการตัดต้นไม้ ทำให้สภาพงานออกมาเป็นอย่างที่เห็น...

“ต้องเข้าใจด้วยว่า ระบบข้าราชการมีระดับเจ้านาย ลูกน้อง เมื่อมีคำสั่งลงมา ลูกน้องจะค้านได้หรอ? ยิ่งมีกระบวนการเก็บ KPI (Key Performance Indicator) คือ การวัดผลของงาน ตัดกิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งมีผลงาน อย่างที่บอกมันผิดตั้งแต่นโยบาย เพราะฉะนั้นความรู้มีไปก็เท่านั้น ไม่ได้นำมาใช้จริง!” นางอนันตา พูดอย่างผิดหวัง

ต้นไม้ใหญ่ไม่ได้เป็นปัญหากับสายไฟ แต่ปัญหาอยู่ที่การจัดการเมืองต่างหาก เนื่องจากที่ผ่านมาทุกคนต่างทำงานของตัวเอง ไม่ได้สนใจภาพรวมทั้งต้นไม้และสายไฟ ไม่มีการวางแผนการทำงานร่วมกัน ถ้ามองว่าต้นไม้กับสายไฟเป็นปัญหา อยากให้มองถึงการวางแผนเมืองและการบริหารงานมากกกว่า นี่แหละคือปัญหาที่แท้จริง!

ตัวอย่างต่างประเทศ ดูแลต้นไม้อย่างดี งง! ประเทศไทย อากาศดี แต่ทำไมดูแลดีไม่ได้

ประเทศที่การจัดระเบียบต้นไม้ได้ดี? นางอนันตา เผยว่า ในต่างประเทศให้ความสำคัญกับต้นไม้มากจนรู้สึกอิจฉา มีหลายที่อยากให้ไทยดูเป็นแบบอย่าง เช่น การจัดระเบียบต้นไม้ในสิงคโปร์ มีการจัดสรรหมอต้นไม้มาดูแล 1 คนต่อ 1 เขต มีการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับบุคลากรดูแลต้นไม้ไว้อย่างชัดเจน จะเห็นว่าต้นไม้ใหญ่ตามท้องถนนถูกตัดอย่างสวยงาม สภาพแวดล้อมเมืองเขาถึงได้ร่มรื่น เป็นเมืองสีเขียวอย่างแท้จริง

ที่ชอบมากคือไต้หวัน ไปไหนก็มีต้นไม้ ตามถนนใหญ่เรียงรายไปด้วยต้นไม้เหมือนป่ากลางเมือง คล้ายกับถนนวิทยุในไทย แต่ของเขามีแทบทุกที่ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะระบบรุกขกรที่ดูแลต้นไม้ ที่ดูแลต้นไม้อย่างเข้าใจ ทำให้การจัดภูมิทัศน์ของไต้หวันดีมาก

“อีกที่คือปีนัง มีการกำหนดกฎหมายเกี่ยวกับการตัดต้นไม้ หากตัดต้นไม้โดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ถือว่ามีความผิดที่ร้ายแรง เหมือนฆาตกรคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ซึ่งประเทศเหล่านี้ประสบความสำเร็จเพราะผู้บริหารของเขาใส่ใจในบุคลากร คนที่ดูแลต้นไม้ต้องเข้าใจในวิถีของต้นไม้ จริงๆ แล้วบุคลากรเรามีความสามารถ ถ้าผู้บริหารใส่ใจรายละเอียดการจัดระเบียบสภาพแวดล้อมเมืองเรามากขึ้น เชื่อว่าเมืองไทยเราจะเป็นเมืองสีเขียวที่สมบูรณ์แบบ ให้คิดว่าขนาดต่างประเทศยังจัดระเบียบต้นไม้ให้ร่มรื่นได้ แล้วทำไมประเทศไทยที่มี ดิน นำ้ อากาศที่อุดมสมบูรณ์ขนาดนี้จะทำไม่ได้” นักอนุรักษ์กลุ่มบิ๊กทรีส์ ทิ้งท้ายให้คิด..

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน 

ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊กกลุ่ม BIGTrees Project และ ครูต้อ ธราดล ทันด่วน