บริการข่าวไทยรัฐ

เมืองนวัตกรรมอาหาร พร้อมจัดงาน Talent Mobility for Food Innovation 2017

เมืองนวัตกรรมอาหาร หรือฟู้ดอินโนโพลิส ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยด้วยการวิจัยและพัฒนา ขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรม จัดงานสร้างความร่วมมือ ระหว่างผู้ประกอบการ นักวิจัย และหน่วยงานที่สนับสนุน ภายในงาน Talent Mobility for Food Innovation 2017 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 24-25 มี.ค. ศกนี้ 

ดร.อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) และซีอีโอเมืองนวัตกรรมอาหาร กล่าวว่า จากมติในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2558 เห็นชอบให้จัดตั้งโครงการ “เมืองนวัตกรรมอาหาร” (Food Innopolis) ในลักษณะที่ เป็น Super Cluster ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์สำหรับการส่งเสริมการลงทุนเป็นพิเศษในพื้นที่เป้าหมาย ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนในการสร้างศักยภาพด้านการลงทุนและพัฒนาระบบ เศรษฐกิจของประเทศ ให้มีความสามารถในการแข่งขัน โดยเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการจัดตั้งและดำเนินการเมืองนวัตกรรมอาหาร ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร” ซึ่งปัจจัยที่สำคัญในการขับเคลื่อนดังกล่าว คือนักวิจัย และกลไกสนับสนุนให้นักวิจัยในภาครัฐและเอกชนได้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

โดยกรอบยุทธศาสตร์ของเมืองนวัตกรรมอาหาร จะเน้นการส่งเสริมและสนับสนุนบริษัทอาหาร ในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และบริการ และความสามารถในการแข่งขันด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงการเป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จและบริการครบวงจรด้วย Service Platform ที่ประกอบไปด้วย Global Network, Facilities & W=Equipment, Nutrition & Food Safety, Talent Mobility, Academy, FDA อีกทั้งยังส่งเสริมการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านมาตรฐานวิเคราะห์ทดสอบและความปลอดภัยด้านอาหาร โดยอาศัยกลไกประชารัฐเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องกับหน่วยงานวิจัย เพื่อสร้างนวัตกรรมอาหาร โดยระบบมีความปลอดภัยสูง เพื่อรักษาข้อมูลความลับและการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ตามมาตรฐานสากล และการส่งเสริมสนับสนุนให้บุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านการวิจัยพัฒนา (Talents) จากทั่วโลก มาร่วมวิจัยพัฒนากับบริษัทและหน่วยงานในเมืองนวัตกรรมอาหาร รวมถึงพัฒนาบุคลากรด้านนวัตกรรมอาหาร

ผศ.ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ ผู้อำนวยการด้านพัฒนากำลังคนสะเต็ม สวทน. กล่าวเสริมถึงนโยบายส่งเสริมบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) จากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยภาครัฐ ไปปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในภาคเอกชน (Talent Mobility) ทำให้สามารถปลดล็อกให้นักวิจัยและนักเรียนทุนมาทำงานในภาคเอกชน โดยสามารถนับอายุงานและการใช้ทุนได้ และยังสามารถนำผลการปฏิบัติงานในภาคเอกชนไปใช้ในการขอตำแหน่งทางวิชาการได้ตามเกณฑ์การตกลงของต้นสังกัด ซึ่งปัจจุบันมีการเคลื่อนย้ายบุคลากรไปยังองค์กรเอกชนแล้วจำนวน 568 คน โดยมีภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ 177 บริษัท และมีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศที่เข้าร่วมแล้วกว่า 21 แห่ง

ดังนั้น เมืองนวัตกรรมอาหาร จึงได้กำหนดจัดงาน Talent Mobility for Food Innovation 2017 ระหว่างวันที่ 24-25 มีนาคม 2560 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด “ยกระดับเมืองอุตสาหกรรมอาหารไทย ด้วยการวิจัยและพัฒนา” เพื่อสร้างการรับรู้ และตระหนักถึงศักยภาพของบุคลากรด้านอาหารของไทย เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเผยแพร่ผลงานวิจัย หรือเทคโนโลยีที่สามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้ และเพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านการทำวิจัยระหว่างผู้ประกอบการและนักวิจัย โดยคาดหวังกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมงาน 400 คน ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการภาคเอกชนผู้มีบทบาทต่อการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร เช่น หน่วยงานให้ทุนวิจัย มหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐที่สนับสนุนการวิจัยทั้งในและนอกกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ นักเรียน ทุนกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และสื่อมวลชน เป็นต้น

การจัดงาน Talent Mobility for Food Innovation 2017 จะมีทั้งปาฐกถาพิเศษการบรรยายและการเสวนา เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาในอุตสาหกรรมอาหาร การอบรมเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร การจัดแสดงนิทรรศการข้อมูลนักวิจัย และหน่วยงานสนับสนุน รวมถึงการจัดพื้นที่พบกันระหว่างผู้ประกอบการ นักวิจัย จากภาครัฐ และหน่วยงานสนับสนุน (Matching Zone) กว่า 15 จุด เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านการทำวิจัย ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ประสานการพบปะหารือ การให้คำปรึกษาด้านการขอรับการสนับสนุนจากแหล่งทุนวิจัยภาครัฐ อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นต้น รวมถึงจะมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการส่งเสริมการเพิ่มศักยภาพการวิจัยและพัฒนาของประเทศ และการยกระดับความสามารถการแข่งขันในภาคเอกชนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม” ระหว่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ซึ่งจะทำให้มีแหล่งเงินทุนสนับสนุนร่วม หรือความร่วมมือเครือข่าย สำหรับการเคลื่อนย้ายบุคลากรในโครงการ Talent Mobility เพิ่มเติม อีกทั้งผู้ประกอบการจะมีทางเลือกในการรับทุนวิจัยตามลักษณะงานวิจัยได้มากขึ้น ผู้ประกอบการที่สนใจค้นหานักวิจัย รวมถึงนักวิจัยที่สนใจเข้าร่วม โครงการ หรือผู้สนใจเข้าร่วมงาน สามารถลงทะเบียนได้ที่ http://register.sti.or.th/TMFood2017

“นอกจากนี้ เมืองนวัตกรรมอาหารยังได้จัดทำเว็บไซต์ FI-Databank เพื่อเพิ่มโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถเข้าถึงงานวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานนักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะเชื่อมโยงกันระหว่างภาคอุตสาหกรรมและการวิจัยในการสร้างมูลค่าเพิ่ม และการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์จากผลงานวิจัย” ดร.อัครวิทย์ กล่าว