บริการข่าวไทยรัฐ

โรบินสันปลุกกระแส"กิฟต์การ์ด"

โดย วานิชหนุ่ม

เข้าช่วงซัมเมอร์ เป็นเทศกาลที่กลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกต่างทุ่มกันหนักหน่วงเพื่อช่วงชิงกำลังซื้อที่บรรดาผู้บริโภคจะใช้เงินนี้กันอย่างสนุกมือ เป็นช่วงเวลาเทศกาลปิดเทอมและสงกรานต์ที่สมาชิกครอบครัวที่อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา

หนึ่งในกลยุทธ์ของผู้ประกอบการนอกเหนือจากการทำแคมเปญทางการตลาดที่น่าสนใจก็คือ “กิฟต์การ์ด” ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ทั้งผู้ให้และผู้รับกับความสะดวกสบายและรวดเร็ว ในแง่ของการให้ของขวัญและของกำนัลที่ดีที่สุดแก่กันในช่วงเทศกาล

แต่ใครจะคิดว่า “กิฟต์การ์ด” ใบเล็กๆ จะกลายมาเป็นสื่อสำคัญของธุรกิจค้าปลีกชั้นนำอย่างห้างสรรพสินค้าโรบินสันในการส่งมอบโอกาสการเรียนรู้แก่เยาวชนที่ขาดแคลนในสังคม

เจ้าของไอเดียกลยุทธ์ปลุกกระแส “กิฟต์การ์ด” อย่าง มร.อลัน ทอมสัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดกิฟต์การ์ดในปัจจุบันมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2559 ที่ผ่านมา โรบินสันมีรายได้จากการขายกิฟต์การ์ดรวมกว่า 66 ล้านบาท จึงมองเห็นช่องทางและโอกาสการสร้างความต่างและความเป็นเอกลักษณ์แก่ “โรบินสัน กิฟต์การ์ด”

“นับเป็นครั้งแรกของวงการค้าปลีกไทยกับแคมเปญ 1% กิฟต์การ์ด ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าที่ซื้อบัตรดังกล่าวมีส่วนร่วมในการบริจาคเงิน 1% จากยอดซื้อบัตร ตลอดปี 2560 เพื่อสมทบเข้ากองทุน โครงการโรบินสัน

สานฝันให้น้อง ซึ่งเป็นโครงการเพื่อสังคมที่ได้รวบรวมความฝันของเด็กนักเรียนจากโรงเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ทั่วประเทศมาคัดเลือกโครงงานต่างๆ ที่นักเรียนและคุณครูได้วางแผนร่วมกัน อาทิ โครงการอาหารกลางวัน การปลูกผักสวนครัว การจัดแยกขยะในชุมชน เป็นต้น เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงร่วมกับชุมชนและจิตอาสาภาคประชาชน อันจะก่อให้เกิดการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป”

มร.ทอมสันกล่าวว่า ในปี 2560 โรบินสันยังคงเดินหน้าธุรกิจตามนโยบาย Transforming Robinson โดยบริษัทตั้งเป้าเป็นองค์กรที่ดีตั้งอยู่บนหลักธรรมาภิบาลเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนขององค์กรด้วยการเป็น “ศูนย์กลางของชุมชน” ที่จะรวมพลังความร่วมมือเพื่อส่งต่อความช่วยเหลือแก่ชุมชนในด้านต่างๆ ผ่านแคมเปญ “1% กิฟต์การ์ด” ซึ่งในปัจจุบันนับเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งเดียวที่นำกิฟต์การ์ดมาเป็นกลยุทธ์ให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมในการทำความดีเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้บริโภคยุคใหม่ที่นิยมความสะดวกสบายและรวดเร็ว

“ทางเราจะมีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์ต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกห้างเพื่อสร้างการรับรู้และจดจำแคมเปญนี้ และบริษัทคาดการณ์ว่าในปี 2560 นี้ บัตรโรบินสัน กิฟต์การ์ด จะได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน”

สำหรับบัตรโรบินสัน กิฟต์การ์ด ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจและตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้ามากพอสมควร โดยเป็นบัตรเติมเงินระบบพรีเพด เดบิต (Prepaid Debit) ที่ใช้แทนเงินสดในรูปแบบสมาร์ทการ์ด เปรียบเสมือนกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่มีดีไซน์ลวดลายทันสมัย บรรจุในซองสีสันสวยงาม

ปัจจุบันมี 6 ลวดลาย เหมาะเป็นของขวัญแทนใจที่ดีที่สุดในโอกาสพิเศษต่างๆ ได้แก่วันเกิด วันแต่งงาน งานรับปริญญา แทนคำขอบคุณ แทนคำบอกรัก และแบบ DIY ที่สามารถเขียนคำบอกเล่าทุกความรู้สึกลงในกิฟต์การ์ดได้ เพื่อใช้เป็นบัตรซื้อสินค้ากว่าพันรายการภายในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ได้ทุกชั้น ทุกแผนก ทุกสาขาทั่วประเทศ สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับการจ่ายแทนเงินสดเพื่อการใช้จ่ายที่สะดวกพกพาง่าย พร้อมสิทธิประโยชน์มากมาย

และมีข้อได้เปรียบจากบัตรของขวัญรุ่นเก่าที่เป็นบัตรของขวัญแบบกระดาษ (Robinson Gift Voucher) คือไม่มีวันหมดอายุ โดยสามารถซื้อหรือระบุมูลค่าบัตรตามต้องการได้ตั้งแต่มูลค่า 100 บาท จนถึง 49,000 บาท ซึ่งทุกๆการเติมเงิน 100 บาท

จะได้มูลค่าเงินในบัตรเพิ่ม 1% โดยมีจำหน่ายที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์โรบินสัน ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ และโรบินสันไลฟ์สไตล์ ทุกสาขาทั่วประเทศ

นอกจากโปรโมชั่น สิทธิประโยชน์ที่แต่ละห้างสรรพสินค้าจะงัดกลยุทธ์ออกมาแข่งขันแล้ว การใช้บัตร “กิฟต์การ์ด” กลายเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ทางการตลาดที่เข้ามาเสริมทัพในการสร้างยอดขายและเพิ่มฐานลูกค้าในระยะยาวด้วย.

วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th