วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เที่ยวทั่วอิตาลีแบบสบายหายห่วง!! บุกเมืองมรดกโลก ตามล่าทรัฟเฟิลกิโลเป็นแสน

“อิตาลี” เป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทางทั่วโลก เพราะมีครบทั้งทัศนียภาพธรรมชาติสวยงาม, เป็นศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรม, จิตรกรรม, สถาปัตยกรรม, ประวัติศาสตร์, แฟชั่น ตลอดจนความเป็นเลิศเรื่องอาหาร

ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเยือนอิตาลีหลายแสนคน โดยคนไทยหลั่งไหลไปอิตาลีปีละหลายหมื่นคน ยิ่งคึกคักเป็นพิเศษหลัง “การบินไทย” เปิดตัวเครื่องบินใหม่ล้ำสมัย “A350 XWB” บินตรงจากกรุงเทพฯมุ่งสู่กรุงโรมและมิลาน ตั้งแต่กลางเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

พิสูจน์มาแล้วถึงความสะดวกสบายของเครื่องบิน “A350 XWB” เมื่อได้ร่วมทริปเหินฟ้าสู่อิตาลีกับการบินไทย บอกเลยค่ะว่าประทับใจตั้งแต่บรรยากาศแบบไทยร่วมสมัยของห้องโดยสาร แถมได้อินไซด์ว่าเครื่องบินลำนี้ไม่ได้สวยแต่รูปทว่าจูบก็หอม เพราะโครงสร้างลำตัวเครื่องบินทำจากวัสดุโลหะน้ำหนักเบา ทนต่อแรงกระแทกต่างๆขณะทำการบิน ที่สำคัญติดตั้งด้วยเครื่องยนต์ Rolls-Royce รุ่น Trent XWB มีประสิทธิภาพในการเผาผลาญเชื้อเพลิงอย่างคุ้มค่า ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 25%

ก็เพราะพื้นที่ใช้สอยในตัวเครื่องกว้างขวางนั่งสบายขึ้น ทำให้กินอิ่มนอนหลับปุ๋ยตลอดการเดินทาง 12 ชั่วโมง เมื่อเครื่องลงจอดที่สนามบินฟิอูมิชิโนของกรุงโรม คณะสื่อมวลชนไทยจึงพร้อมตะลุยสำรวจทันที โดยจุดหมายปลายทางแรกคือ ไปโยนเหรียญที่ “น้ำพุเทรวี” อธิษฐานให้ได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง ชาวโรมโบราณเชื่อว่าต้องหันหลังโยนเหรียญข้ามศีรษะตัวเองถึงจะศักดิ์สิทธิ์ แต่ละวันมีคนมาโยนเหรียญในน้ำพุเทรวีไม่ต่ำกว่า 3,000 ยูโร เงินจำนวนนี้นำไปใช้บำรุงซุปเปอร์มาร์เกตสำหรับคนยากจนในกรุงโรม ใครมาเยือนกรุงโรมยังต้องไปคารวะ “สนามกีฬาโคลอสเซียม” 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 1 ใช้เวลาก่อสร้าง 10 ปี เพื่อให้เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ที่สุดกลางกรุงโรม โดยอัฒจันทร์สร้างเป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหินทราย วัดโดยรอบได้ 527 เมตร สูง 57 เมตร จุผู้ชมได้ราว 5 หมื่นคน ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาในยุคปัจจุบัน

จากกรุงโรม ขับรถขึ้นเหนือไปเที่ยว “เมืองฟลอเรนซ์” ศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมสำคัญของยุโรปยุคกลาง ได้รับเลือกจากยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อปี 1982 โดยระหว่างทางมีเมืองเก่าน่ารักโรแมนติกชื่อ “เซียนา” ที่ต้องแวะเยือน เมืองนี้มีเสน่ห์จากสถาปัตยกรรมยุคกลาง โดดเด่นด้วย “จัตุรัสแคมโป” สถานที่จัดแข่งม้าในยุคโบราณ และความอลังการของ “มหาวิหารแห่งเซียนา” ซึ่งเป็นต้นแบบของการผสมผสานสถาปัตยกรรมยุคกอทิกเข้ากับยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ที่ดูมีมนต์ขลังด้วยหินอ่อนขาวสลับเขียวดำในแบบเดียวกับปิซา

ในแคว้นทัสคานี ซึ่งมีฟลอเรนซ์เป็นเมืองหลวง นอกจาก จะเป็นที่ตั้ง “หอเอนเมืองปิซา” ยังขึ้นชื่อเรื่องไวน์รสเยี่ยม และเป็นถิ่นกำเนิด “ไวท์ทรัฟเฟิล” เห็ดทรัฟเฟิลสีขาวที่แพงกว่าทองคำ มีราคากิโลเป็นแสน และเก็บได้เฉพาะในอิตาลี!! ทริปนี้การบินไทยพาไปตามล่าเห็ดทรัฟเฟิลในเมืองหุบเขาซานมิเนียโต โดยมี “คุณลุงซัลวาโตเร คุกเกียรา” ราชาทรัฟเฟิล และสุนัขคู่ใจ “สเตล่า” เป็นผู้นำทางเก็บทรัฟเฟิลสดๆมาปรุงเมนูคุณภาพมิชลินให้อร่อยกัน

ทริปนี้คงไม่สมบูรณ์แบบ ถ้าไม่ได้แวะทักทาย “คุณธรรมนูญ กู้ประเสริฐ” ผู้จัดการทั่วไปการบินไทย ประจำอิตาลี ซึ่งได้รับการยืนยันว่า อิตาลียังมีสถานที่ท่องเที่ยวรอให้ค้นหาอีกมาก ยิ่งเดินทางกับเครื่องบิน “Airbus A350 XWB” ยิ่งสบายหายห่วง บินกลับทางเมืองมิลานได้เลย ไม่ต้องย้อนไปขึ้นเครื่องที่กรุงโรม...เขียนมาถึงตรงนี้ชักจะคิดถึงอิตาลีซะแล้วสิ!!