วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หมายจับไล่ล่า อดีตนายก ผัวเก่าสาวอบต.

วงจรปิดที่ด่านจับภาพชัดเจนปมฆ่าชู้สาว-ธุรกิจไม่เปิดเผยยึดกระบะก่อคดีหนีซุกสวนผึ้ง

ชุดสืบสวนคลี่ปมสังหารสาว อบต.พบปมใหม่ชนวนสั่งตายขัดแย้งในธุรกิจบางอย่าง ตรวจสอบภาพวงจรปิดพบก่อนลงมือได้ มีการตรวจค้นรถของเหยื่อทั้งกระโปรงหลังและในรถเพื่อหาสิ่งของบางอย่าง แถมยังนั่งเจรจาในรถก่อนสั่งมือปืนปลิดชีพคาเก๋ง ส่วนผัวเก่าอดีตนายก อบต.ผู้ต้องสงสัยนำรถไปเปลี่ยนบ้านน้องชายที่อยุธยา ก่อนขับไปเปลี่ยนรถอีกคันที่เมืองกาญจน์แล้วเผ่นหนีไปสวนผึ้งราชบุรี คาดเตรียมหนีซ่อนตัวประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ชุดสืบสวนเตรียมรื้อคดีสังหารอดีตนายก อบต.อีกคนที่เป็นสามีเก่าของผู้ตายว่าเกี่ยวพันหรือไม่

จากเหตุการณ์คนร้ายจ่อยิง น.ส.วีรญาภา หรือเปิ้ล งามวิลัย อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายนโยบายและแผน อบต.บึงชำอ้อ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เสียชีวิตคารถเก๋งฮอนด้าแอคคอร์ด สีเทาดำ ทะเบียน 4 กอ 8489 กรุงเทพมหานคร ริมถนนคลองเจ็ด วังน้อย-ธัญบุรี มุ่งหน้าไปธัญบุรี ใกล้หมู่บ้านเลอวิลล์ หมู่ 1 ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อเย็นวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา ท้องที่ สภ.คลองห้า เบื้องต้นตำรวจพุ่งเป้าปมสังหารมาจากเรื่องชู้สาวและหนี้สิน เนื่องจากผู้ตายเป็นหญิงสาวหน้าตาดีมีหนุ่มติดพันหลายคน อีกทั้งยังทำธุรกิจรถมือสองด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าของคดีนี้เมื่อวันที่ 16 มี.ค.ว่า คดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชน เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่ผู้ตายเป็นผู้หญิงแถมเป็นข้าราชการและถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม หลังเกิดเหตุนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้ลงพื้นที่ติดตามคดีอย่างต่อเนื่อง ทั้ง พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง รอง ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.อำนาจ จันทร์เจริญ ผบก.สส.ภ.1 พร้อมกันนี้กองบังคับการปราบปรามได้ส่งกำลังลงคลี่คลายคดีร่วมกับชุดสืบสวน ภาค 1 ชุดสืบสวน ภ.จ.ปทุมธานี และชุดสืบสวน สภ.คลองห้า

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ชุดสืบสวนได้ขยายปมสังหารนอกจากเรื่องชู้สาว เรื่องหนี้สินแล้วยังพุ่งเป้าไปในเรื่องธุรกิจไม่เปิดเผยบางอย่าง เนื่องจากดูพฤติกรรมการลงมือของคนร้ายจากภาพวงจรปิด เป็นการลงมือที่ไม่ใช่เกิดจากบันดาลโทสะแบบกะทันหัน เริ่มจากรถเก๋งของผู้ตายมาจอดริมถนน ก่อนมีชาย 2 คนสวมชุดดำขับรถกระบะ 4 ประตูสีทึบมาจอดด้านหลังห่างกันราว 50 เมตร เหมือนกับนัดหมายกันไว้ให้มาพบที่จุดดังกล่าว จากนั้นชาย 2 คน ลงจากรถกระบะเดินไปที่รถเก๋งของผู้ตายและผู้ตายได้เปิดฝากระโปรงท้ายรถให้ชายทั้ง 2 คนค้นหาสิ่งของบางอย่าง

จากนั้น 1 ในชายคนร้ายเดินไปเปิดประตูหน้าฝั่งซ้ายเข้าไปนั่งข้างคนขับ ส่วนชายอีกคนเปิดประตูหลังฝั่งขวาเข้าไปนั่งในรถ ต่อมาชายที่นั่งข้างผู้ตายลงจากรถเก๋งกลับไปขึ้นรถกระบะแล้วให้ชายอีกคนที่คาดว่าจะเป็นมือปืนมานั่งเบาะหน้าข้างผู้ตายแทน หลังสังหารเหยื่อแล้วได้เดินไปขึ้นรถกระบะแล้วกลับรถขับมุ่งหน้าไปทาง อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะที่รถยนต์ของผู้ตายค่อยๆถอยหลังตกข้างทาง ทั้งหมดใช้เวลาลงมือหลายนาที หากพุ่งเป้าเรื่องชู้สาวจริงไม่จำเป็นที่คนร้ายต้องรื้อค้นหาสิ่งของบางอย่างและไม่จำเป็นต้องลงมือในเวลาพลุกพล่านแบบนั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตามแกะรอยเพื่อคลี่คลายคดีต่อไป

ส่วนการตามหาตัวผู้ต้องสงสัยคาดว่าเป็นนายทวีวงศ์ ทองยืน สามีเก่าของผู้ตายและเป็นอดีตนายก อบต.ใน อ.พานทอง จ.ชลบุรี ที่หย่ากันเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากแนวทางการสืบสวนของกองปราบฯทราบว่า สามีเก่าของผู้ตายยังติดต่อกับผู้ตายเป็นระยะเพราะทำธุรกิจซื้อขายรถยนต์มือสองด้วยกัน และอาจมีธุรกิจที่ไม่เปิดเผยร่วมด้วย แต่ยังไม่ทิ้งปมเรื่องชู้สาวที่ผู้ตายเพิ่งจะจดทะเบียนสมรสกับชายคนใหม่ จากการตรวจสอบล่าสุดทราบว่า อดีตสามีของผู้ตายยังกบดานที่บ้านคนรู้จักใน จ.กาญจนบุรี คาดว่าเตรียมจะหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งชุดสืบสวนกำลังติดตามตัว

ส่วนที่ สภ.คลองห้า พ.ต.อ.อำนวยพันธ์ นิลน้อย ผกก.สภ.คลองห้า ร.ต.อ.พงศ์ภรณ์ เลิศรัตน์ รอง สว. (สอบสวน) เจ้าของคดีได้เชิญตัวนางบานเย็น งามวิลัย อายุ 52 ปี แม่ของ น.ส.วีรญาภา ผู้ตายมาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อหาเบาะแสของคนร้าย พร้อมห้ามบุคคลในครอบครัวให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวเพราะเกรงจะกระทบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้ประสานเชิญตัวนายทวีวงศ์ ทองยืน อดีตนายก อบต.สามีเก่ามาสอบปากคำด้วยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ น.ส.วีรญาภา แต่ไม่สามารถติดต่อได้

ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนถนนกาญจนาภิเษกหมายเลข 9 บริเวณด่านเก็บเงินค่าผ่านทางที่ด่านธัญบุรี ถนนสายกาญจนาภิเษก พบกล้องวงจรปิดที่ด่านเก็บเงินจับภาพรถปิกอัพอีซูซุ 4 ประตูสีดำ ซึ่งเป็นรถของผู้ต้องสงสัยได้และยังจับภาพใบหน้าผู้ต้องสงสัยเป็นชายอายุประมาณ 45-50 ปี สวมแว่นตาสีดำ ผมสั้น ขับเข้ามาในด่านเก็บเงินเวลา 13.18 น.วันที่ 14 มี.ค.ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ กระทั่งรถคันดังกล่าวมาถึงจุดเกิดเหตุในเวลาประมาณ 16.50 น. พร้อมนำภาพของผู้ต้องสงสัยให้นางบานเย็น แม่ของ น.ส.วีรญาภา ตรวจสอบดู พอเห็นภาพนางบานเย็นยืนยันชี้รูปชายสวมแว่นว่าคือนายทวีวงศ์อย่างแน่นอน เนื่องจากจำแว่นตาที่นายทวีวงศ์สวมได้ เพราะเป็นแว่นที่ลูกสาวเป็นคนซื้อให้กับนายทวีวงศ์ในราคา 3 หมื่นกว่าบาท

ทางด้านกองปราบฯ พ.ต.อ.อรุณ วัชรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผกก. พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส พ.ต.ต.นฤทธิ์ ผูกจิตร และ พ.ต.ต.ปกรณ์เกียรติ พงษ์ธนนิกร สว.กก.2 บก.ป.พร้อมกำลังได้ออกติดตามตัวผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าจะเป็นคนร้ายคือนายทวีวงศ์ ทองยืน อายุ 55 ปี หรือนายกหมึก อดีตนายก อบต.พานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี สามีเก่าของผู้ตายที่เป็นผู้ลวง น.ส.วีรญาภาออกมาฆ่า ส่วนสาเหตุอาจจะไม่พอใจที่ผู้ตายไปจดทะเบียนสมรสใหม่กับนายไพโรจน์ ปิติพันธรัตน์ อายุ 54 ปี เจ้าของสวนผลไม้และเป็นกำนันตำบลป่ายุบ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง หรืออาจมีสาเหตุอื่นทั้งเรื่องหนี้สินและขัดแย้งในธุรกิจบางอย่าง

ทั้งนี้ ตามรายงานการสืบสวนทราบว่าหลังเกิดเหตุ นายทวีวงศ์ที่ยังไม่แน่ว่าจะเป็นคนลงมือยิงหรืออยู่ร่วมด้วยหรือไม่ เนื่องจากหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าขณะเกิดเหตุนอกจากนายทวีวงศ์แล้ว ยังมีคนร้ายอีกหนึ่งคนที่ขึ้นไปบนรถของผู้ตายก่อนเกิดเหตุด้วย หลังจากลงมือก่อเหตุแล้วคนร้ายได้ขับรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีดำ ทะเบียน ขก 4685 ชลบุรี ขับหลบหนีไปทาง จ.พระนครศรีอยุธยา

ภายหลังทราบว่า หลังเกิดเหตุนายทวีวงศ์ ได้ขับรถเดินทางไปหานายดำรงค์ ทองยืน ซึ่งเป็นน้องชายที่บ้านเลขที่ 73/3 หมู่ 3 ต.มหาราช อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา และขอเปลี่ยนเอารถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว ทะเบียน บป 2313 ลพบุรีของนายดำรงค์ไปใช้แทน โดยไม่ยอมบอกสาเหตุว่าทำไมต้องมาขอเปลี่ยนรถทำให้นายดำรงค์เห็นท่าไม่ดีเกรงว่าจะไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องการสังหาร น.ส.วีรญาภา จึงไปขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.มหาราช เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 14 มี.ค.เพื่อเป็นหลักฐานว่าไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ

ต่อมาเมื่อวันที่ 15 มี.ค. พบเบาะแสของคนร้ายนำสมุดบัญชีธนาคารกสิกรไทยไปเบิกเงินที่ธนาคารกสิกร สาขาท่าเรือ จ.กาญจนบุรี จำนวน 300,000 บาท ก่อนที่จะเดินทางไปหาน้องชายอีกคนที่อยู่จังหวัดกาญจนบุรี แล้วเปลี่ยนรถอีกครั้งเป็นรถกระบะเชฟโรเลต มุ่งหน้าไปทาง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรีโดยเชื่อว่าคนร้ายต้องการที่จะหลบหนีข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน หลังทราบเรื่อง พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป.ได้สั่งการให้ทีมสืบสวนติดตามให้ได้โดยเร็วและให้ใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากทราบว่าคนร้ายมีอาวุธปืน .38 และ .357 ซึ่งอาจพกติดตัวไปด้วย

บ่ายสองวันเดียวกันชุดสืบสวน บก.ภ.จ.ปทุมธานี ได้เดินทางไปบ้านเลขที่ 73/3 หมู่ 3 ต.มหาราช อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อยึดเอารถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีดำ ทะเบียน ขก 4685 ชลบุรี ของนายทวีวงศ์มาเก็บไว้ที่ สภ.คลองห้า เพื่อให้เจ้าหน้าที่วิทยาการตรวจสอบและเก็บหลักฐานภายในรถ จากการสอบสวนทราบว่า วันที่นายทวีวงศ์ไปเปลี่ยนรถที่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยานั้น เดินทางไป ด้วยกัน 2 คน แต่จากการตรวจสอบภายหลังทราบว่าทีมสังหารมีทั้งหมด 3 คนรวมทั้งนายทวีวงศ์และใช้รถ 2 คัน คือรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีดำ ทะเบียน ขก 4685 ชลบุรี ของนายทวีวงศ์กับรถยนต์ฮอนด้าเอชอาร์วี ไม่ทราบทะเบียนอีก 1 คัน

ต่อมาเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.อำนวยพันธ์ นิลน้อย ผกก.สภ.คลองห้า พร้อมพนักงานสอบสวนนำสำนวนการสอบสวนรวมทั้งพยานหลักฐานไปยื่นต่อศาลจังหวัดธัญบุรี เพื่อขออนุมัติหมายจับนายทวีวงศ์ ทองยืน หรือนายกหมึก อดีตนายก อบต.พานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี พร้อมลูกน้องอีก 1 ราย ตามภาพกล้องวงจรปิดในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จากนั้นเวลา 17.00น. ที่ห้องประชุม สภ.คลองห้า พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ. 1 พ.ต.อ.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบก.สส.ภ.1 เดินทางมาประชุมและติดตามความคืบหน้าของคดี

พล.ต.ต.ธนายุตม์เปิดเผยว่า คดีนี้ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 ได้สั่งการให้ตนลงมาคุมคดีเอง เนื่องจากเป็นคดีที่อุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญประชาชนและมือปืนได้ก่อเหตุอย่างอุกอาจ ขณะนี้รู้ตัวผู้ต้องสงสัยที่เป็นผู้ก่อเหตุแล้วว่าเป็นใครและได้ยื่นขออนุมัติหมายจับจากศาลแล้ว โดยมีพยานหลักฐานหลายอย่างตามคำให้การของพยานบุคคลพยานแวดล้อมจากกล้องวงจรปิด “ขอเวลาให้ตำรวจทำงานอีกไม่เกิน 2-3 วันนี้จะมีความชัดเจนมากขึ้นในการติดตามตัวคนร้าย” รอง ผบช.ภ. 1 กล่าว

นอกจากนี้ ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบคดีสังหารนายสุภาพ เขียวชอุ่ม อายุ 35 ปี นายก อบต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี อดีตหัวคะแนนผู้สมัคร ส.ส.เขต 6 ปทุมธานี พรรคเพื่อไทยในขณะนั้น ซึ่งถูกมือปืนสไนเปอร์ยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 ก.ค.54 บริเวณลานวัดใหม่กลางคลองสิบ และนายสุภาพในขณะนั้นเป็นสามีของ น.ส.วีรญาภาด้วยและในวันเกิดเหตุ น.ส.วีรญาภาถึงกับร่ำไห้กอดศพนายสุภาพ สาเหตุต้องตรวจสอบคดีนี้เพื่อพิสูจน์ว่าผู้ต้องสงสัยคดีสังหารนายสุภาพกับคดีสังหาร น.ส.วีรญาภาเป็นกลุ่มคนเดียวกันหรือไม่ เพราะหลังเกิดเหตุฆ่านายสุภาพไม่นาน น.ส.วีรญาภาได้ไปจดทะเบียนสมรสกับนายทวีวงศ์ ทองยืน อดีตนายก อบต.พานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี แล้วจดทะเบียนหย่ากันเมื่อปี 2558 และ น.ส.วีรญาภามาจดทะเบียนสมรสอีกกับนายไพโรจน์ ก่อนถูกยิงตายเพียงวันเดียว

ส่วนที่วัดโกมลกิติ (วัดสระลำไย) หมู่ 1 ต.นายาว อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ น.ส.วีรญาภา มีกลุ่มญาติมาร่วมงานศพต่างอยู่ในความเศร้าโศกเสียใจ โดยนายปรีชา รอดพระดี อายุ 45 ปี น้าของผู้ตายกล่าว น.ส.วีรญาภามีนิสัยร่าเริงเป็นที่รักของญาติพี่น้อง เป็นคนชอบสนุกสนาน ก่อนจะเสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา น.ส.วีรญาภาได้เดินทางมาที่บ้าน ทำกับข้าวกินกับพ่อแม่ที่บ้าน ส่วนตนนั่งกินเหล้าสังสรรค์กับเพื่อน ปกติเห็นกินจะว่ากล่าวตักเตือนทุกครั้งแต่ครั้งนี้กลับตรงกันข้าม ซื้ออาหารเหล้ายากับแกล้มมาให้กินก่อนเดินทางกลับ จ.ปทุมธานี คล้ายเป็นลางสังหรณ์ ส่วนศพจะเผาในวันที่ 19 มี.ค.นี้