วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โดนอีก4ข้อหา พระทัตตชีโว

ใช้เงินวัดเล่น ‘หุ้น’ เจ้าคณะอภ.นัดถกถอดจีวร ‘ธัมมชโย’

รองโฆษกดีเอสไอ เผยพบความผิดพระทัตตชีโวเอาเงินของวัดพระธรรมกายไปเล่นหุ้นเพิ่มเป็น 4 คดี จ่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน และประสานคณะกรรมการ ก.ล.ต.เข้าข่ายผิดระเบียบการซื้อขายหุ้นหรือไม่ ส่วนดีเอสไอเรียกบุคคลมารายงานตัว เพราะมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย และขัดคำสั่ง คสช.เข้าพื้นที่ รวม 317 ราย มีมารายงานตัวแค่ 171 คน มีคดีอยู่ในความรับผิดชอบติดตามจับ “ธัมมชโย” ในส่วนดีเอสไอ 46 คดี ขณะที่การเรียกทายาทเจ้าของแลนด์แอนด์เฮ้าส์มาพบ ต้องรอตรวจสอบว่าเป็นเจ้าของอาคารบุญรักษาหรือไม่

กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ประกาศผ่อนปรนการตรวจค้นรอบวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังเข้าปิดล้อมค้นวัดพระธรรมกาย 24 วัน แต่ไร้เงาพระไชยบูลย์ สุทธิพล หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์วัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหา ตามหมายจับคดีร่วมกันฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น แต่ยังคงคำสั่งมาตรา 44 คุมวัดไว้ ป้องกันมือที่ 3 เข้ามาสร้างสถานการณ์ พร้อมจัดชุด สืบสวนติดตามพระธัมมชโย ที่ถูกถอดสมณศักดิ์ และ ดีเอสไอยังร่วมกับอัยการตรวจสอบพระทัตตชีโว รองเจ้าอาวาสและอดีตรักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เอาเงินของวัดไปซื้อหุ้น ขณะเดียวกันสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ได้ส่งหนังสือแจ้งเจ้าคณะ จังหวัดปทุมธานี และเจ้าคณะอำเภอคลองหลวง เรื่อง พิจารณาความผิดคดีอาญาในทางพระธรรมวินัย ตามกฎ มส.ฉบับที่ 21 ให้ “พระธัมมชโย” สละสมณเพศ พร้อมกำชับให้เจ้าคณะผู้ปกครองเร่งปฏิบัติตามคำสั่ง

ความคืบหน้า เช้าวันที่ 16 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศที่วัดพระธรรมกายพบว่า บรรยากาศภายในวัดและบริเวณรอบเป็นไปอย่างปกติ มีเพียงศิษยานุศิษย์จำนวนไม่มากที่เดินทางมาทำบุญ และสวดมนต์ สภาพทั่วไปไม่มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจ ทหาร และ รปภ.ของวัดพระธรรมกายมาคอยตรวจสอบ แต่อย่างใด นอกจากบริเวณทางเข้าออกประตู 7 เท่านั้น ที่พบว่า มีรถเข้าออกกันอย่างต่อเนื่องมากกว่าทุกวัน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนของ บก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา ยังคงตรึงกำลังเอาไว้จำนวนหนึ่ง แต่ไม่มีการ ตรวจบัตรประชาชนบุคคลที่เดินทางเข้าออกภายในวัด มีเพียงเจ้าหน้าที่ของวัดคอยมาอำนวยความสะดวกให้กับลูกศิษย์เท่านั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า มาคอย เฝ้าดูความสงบเรียบร้อยเท่านั้น ส่วนประตูด้านอื่นปกติ

ต่อมาเวลา 11.00 น. พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ยังคงมีการประชุม กันทุกวัน ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 เพื่อประเมินสถานการณ์ประจำวัน ขณะนี้มีผู้ที่ ถูกออกหมายเรียกให้เข้ามาพบเจ้าหน้าที่ รวม 317 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ เรียกให้มารายงานตัว เพราะมี ความเคลื่อนไหวเกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย และขัด คำสั่ง คสช.เข้าพื้นที่ ขณะนี้มีมารายงานตัวแล้ว 171 ราย

“ขณะนี้อธิบดีดีเอสไอได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมดีเอสไอ และกรมแผนที่ไปตรวจสอบที่ดินรังวัด และข้อเท็จจริงต่างๆในพื้นที่ที่ปลูกอาคาร บุญรักษา เพื่อให้ได้ทราบแน่ชัดว่าที่ดินดังกล่าวเป็น ของใคร หากเป็นของ น.ส.อลิสา อัศวโภคิน บุตรสาว ของนายอนันต์ อัศวโภคิน เจ้าของบริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์จริง จะดำเนินการออกหมายเรียกมาสอบสวนถึงที่มาที่ไปในการสร้างอาคาร และอนุญาตให้วัดพระธรรมกายใช้สถานที่ เหมือนกรณี น.ส.ศรวรรณ ศิริสุนทรินทร์ หรือป้าเช็ง ที่ให้พระสงฆ์และศิษย์วัดพระธรรมกายเข้ามาชุมนุม” พ.ต.ต.วรณันกล่าว

พ.ต.ต.วรณันเผยอีกว่า ประเด็นที่พระทัตตชีโว อดีตรักษาการเจ้าอาวาส นำเงินจากบัญชีของวัดพระธรรมกายที่ได้จากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ไปซื้อหุ้นตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้พบคดีเพิ่มเติมอีก 4 คดี หนึ่งในนั้นคือพระทัตตชีโวไปซื้อหุ้น ซึ่งต้อง ตรวจสอบเส้นทางการเงินและประสานไปยังคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ว่าเข้าข่ายผิดกฎการซื้อขายหุ้น ว่าเข้าข่ายผิดระเบียบ การซื้อขายหรือไม่ หากเชื่อมโยงไปถึงใครจะเรียกตัวมาสอบสวน

“ส่วนที่มีข่าวว่า พระทัตตชีโวเข้ามอบตัวเมื่อช่วงเย็นวันที่ 15 มี.ค. ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังพระทัตตชีโวแล้ว ได้รับแจ้งว่าจะเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาช่วงปลายเดือนนี้ สำหรับพระสงฆ์ที่ถูกออกหมายเรียก 14 รูป ขณะนี้ได้เข้าพบอัยการรับทราบ ข้อกล่าวหา ขัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.แล้ว 11 รูป ขาดพระทัตตชีโว พระครูใบฎีกา และพระธัมมชโยเพียงเท่านั้น” พ.ต.ต.วรณันกล่าว

รองโฆษกดีเอสไอเผยต่ออีกว่า ส่วนความคืบหน้าการประสานให้เจ้าหน้าที่ของทางวัดดำเนินการปรับสภาพพื้นที่รอบบริเวณอาคารบุญรักษา ได้กำชับให้เร่งดำเนินการ พบว่าบริเวณคูคลองที่ขุดไว้บริเวณอาคารบุญรักษายังไม่มีการดำเนินการกลับสู่สภาพเดิม นอกจากนี้ บริเวณประตู 4 ประตู 5 และ 6 ก็ยังไม่เรียบร้อย ยังมีสแลน เต็นท์และสิ่งกีดขวางอยู่ ขณะที่ในส่วนของยอดการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับดีเอสไอ มีทั้งหมด 46 คดี แยกเป็นคดีในความรับผิดชอบของกองปราบปราม 5 คดี สภ.คลองหลวง 28 คดี และ สภ.คลองห้า อีก 14 คดี

ด้านพระมหานพพร ปุญฺญชโย ผู้ช่วย ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า วัด พระธรรมกาย พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ตามที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) วันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมาทุกประการ ทั้งการงดการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ งดการพูดเรื่องคดี และอยู่ระหว่างการทำบัญชีรายชื่อพระภิกษุสงฆ์ที่สังกัดวัดพระธรรมกาย เพื่อให้วัดพระธรรมกายกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 มี.ค. พระครูมงคลกิจจารักษ์ เจ้าคณะอำเภอคลองหลวง ได้นำคณะพระวินยาธิการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้าตรวจเยี่ยมให้กำลังใจญาติโยมในบริเวณวัดพระธรรมกาย เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน ทั้งยังได้ร่วมสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร พร้อมกับพระภิกษุสงฆ์ และเข้าเยี่ยมชมอาคาร 100 ปี คุณยายอาจารย์ฯ โดยมีพระวิทยา ธัมมทินโน ผู้ช่วย ผอ.สำนักศรัทธาภิบาล ถวายการต้อนรับบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ส่วนพระครูมงคลกิจจารักษ์ เจ้าคณะอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับ คำสั่งจากพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เข้าตรวจสอบความเรียบร้อยภายในวัดพระธรรมกาย เหตุการณ์ต่างๆภายในวัดยังคงปกติดี ส่วนการดำเนินการตามคำสั่ง มส. เกี่ยวกับการใช้กฎ มส. ฉบับที่ 21 ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ เพื่อดำเนินการ กับพระธัมมชโยนั้น ตนต้องปฏิบัติตามคำสั่งของ มส. และเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ส่วนจะดำเนินการอย่างไร คงต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎ มส. ทั้งนี้ จะตั้งคณะกรรมการสงฆ์เพื่อพิจารณาความผิดพระธรรมวินัยหรือไม่ ต้องหารือเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ก่อนที่จะดำเนินการใช้กฎ มส. ฉบับที่ 21

ขณะที่ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า การใช้กฎ มส. ฉบับที่ 21 ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะสงฆ์ ส่วนจะมีความคืบหน้าอย่างไร พศ.ยังไม่ได้รับแจ้งจากคณะสงฆ์ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าคณะผู้ปกครอง ไม่ได้กำหนดเวลาว่าจะต้องแล้วเสร็จเมื่อใด ขณะนี้ทราบว่าเจ้าคณะอำเภอคลองหลวงได้เข้าไปตรวจและดูแลความเรียบร้อยภายในวัดพระธรรมกายทุกวัน ส่วนการที่นักวิชาการทางพระพุทธศาสนาเสนอแนะมาว่า ควรมีการตั้งคณะพระวินัยธรขึ้นมาพิจารณาโทษทางพระธรรมวินัยของพระธัมมชโยก่อน เพื่อเชื่อมโยงกฎหมายทางโลกไขความกระจ่างต่อสังคม ก่อนใช้กฎ มส.ฉบับที่ 21 ถือเป็นแนวทางที่ดี อย่างไรก็ตาม พศ. คงไม่สามารถไปก้าวล่วงการทำงานของเจ้าคณะผู้ปกครองในพื้นที่ได้ต้องรอดูว่าจะใช้แนวทางใดต่อไป

ที่กองทัพภาคที่ 1 พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงการดูแลบริเวณโดยรอบวัดพระธรรมกาย ของกองกำลังรักษาความสงบกองทัพภาคที่ 1 (กกล.รส.ทภ.1) ว่าหลังจากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเข้าไปตรวจค้นได้ทุกจุดตามที่ต้องการแล้ว การปรับลดกำลังทหารจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลังใช้กำลังในพื้นที่รับผิดชอบ โดยกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู่อากาศยาน (ปตอ.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชนจาก จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะเป็นผู้ดูแล เจ้าหน้าที่ทหารเพียงเข้าไปดูในเรื่องของภาพรวม รวมถึงดู การดำเนินการของวัดพระธรรมกายว่าเป็นไปตามข้อตกลงหรือไม่ ขณะนี้เป็นที่รับทราบแล้วว่า พระธัมมชโยไม่ได้อยู่ภายในวัด จึงต้องดำเนินการในพื้นที่อื่นต่อไป