วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจอแล้ว-จมคลอง ศพหนุ่มบัญชีรร.ดัง

ล่าแท็กซี่คลี่ปมดับปริศนา

หนุ่มบัญชีเซ็นทารา แกรนด์ ดับปริศนาลอยขึ้นอืดในคลองสามเสน ย่านดินแดง หลังหายตัวไป 6 วัน ก่อนเกิดเหตุไปนั่งก๊งเหล้ากับเพื่อน เลิกดื่มเพื่อนขี่รถ จยย.มาส่งขึ้นแท็กซี่เขียวเหลืองกลับบ้านแถวอนุสาวรีย์ชัยฯ แต่พ่อและแฟนสาวติดต่อไม่ได้ เข้าแจ้งความคนหาย เพื่อนเป็นห่วงโพสต์ตามหาคนหายตามโลกโซเชียล และพบภาพกล้องวงจรปิดเห็นแท็กซี่คันที่รับไป ถอยรถกลับออกจากด่านเก็บเงินทางด่วนและหายตัวไปก่อนกลายเป็นศพ วอนคนขับรถแท็กซี่ให้ข้อมูลเบาะแส

จากกรณีที่โลกโซเชียลได้ช่วยกันแชร์ตามเฟซบุ๊กหาชายหนุ่มที่หายตัวไปอย่างเป็นปริศนาจากย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ หลังแยกย้ายกลับจากงานเลี้ยงสังสรรค์กับเพื่อน เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา ความคืบหน้า เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 16 มี.ค. ร.ต.อ.สันติราช ดีบุปผา รอง สว. (สอบสวน) สน.ดินแดง รับแจ้งเหตุพบศพลอยน้ำภายในคลองสามเสน หลังวัดทัศนารุณสุนทริการาม (วัดตะพาน) ถนนราชปรารภ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม.จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.รามาธิบดี และมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุอยู่ภายในคลองพบศพชายสวมเสื้อเชิ้ตสีดำ กางเกงยีนส์ขายาวสีดำไม่รูดซิป สวมรองเท้าผ้าใบสีดำ นอนคว่ำหน้าอยู่ในน้ำ จึงนำขึ้นมาบนฝั่ง จากการตรวจสอบตามร่างกายพบว่าเริ่มเน่าเปื่อย แต่ไม่พบบาดแผลถูกทำร้ายแต่อย่างใด เบื้องต้นแพทย์ระบุว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4-5 วัน ภายในตัวพบกระเป๋าสตางค์สีดำอยู่ในกระเป๋ากางเกงข้างขวา ภายในไม่มีเงินสด มีเพียงบัตรประชาชน ระบุชื่อนายภัทร คล้ายจัน อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 ซอยพุทธบูชา 39 แยก 1-1 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม. บัตรเอทีเอ็ม นาฬิกาข้อมือ สร้อยสเตนเลสพร้อมพระเลี่ยมทอง จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนนายณัฐกิตต์ สอาดเอี่ยม อายุ 57 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไปให้การว่า พักอาศัยอยู่บริเวณหลังวัดตะพาน ก่อนพบศพหลังจากตื่นนอนมา นำข้าวมาโปรยเลี้ยงปลาริมคลองหลังวัด ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ กทม.เปิดประตูระบายน้ำในคลอง เห็นวัตถุลอยไปติดบริเวณใต้สะพานพรหมโยธีที่อยู่ใกล้วัด ตอนแรกคิดว่าเป็นหุ่นเลยเอาไม้ไปเขี่ยดูปรากฏว่าเป็นศพคนแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

ด้านนายประทีป คล้ายจัน อายุ 62 ปีพ่อผู้ตายกล่าวว่า ลูกชายเป็นพนักงานฝ่ายบัญชี ของโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ พบหน้าลูกครั้งสุดท้ายเมื่อช่วงค่ำวันที่ 9 มี.ค. ลูกชายออกไปดื่มเหล้ากับกลุ่มเพื่อนที่บ้านพักใน ร.1 รอ.สนามเป้า หลังจากนั้นไม่กลับมาที่บ้านและติดต่อไม่ได้ สอบถามจากเพื่อนลูกชายทราบว่า ได้ขี่รถ จยย.ออกมาส่งลูกชายเวลาประมาณ 04.00 น. ของวันที่ 10 มี.ค. ที่หน้าเซเว่นอีเลฟเว่น ปากซอยพหลโยธิน 2/1 แล้วขึ้นรถแท็กซี่สีเขียวเหลืองไม่ทราบทะเบียนไป หลังจากนั้นไม่ทราบว่าไปไหน ตนจึงตัดสินใจมาแจ้งความกับ ร.ต.อ.สุรัตน์ เพชรินทร์ รอง สว. (สอบสวน) สน.ดินแดง เมื่อเวลา 23.15 น. วันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งมาทราบว่าพบศพลูกชายเสียชีวิตลอยอยู่ในคลอง และเดินทางมารอรับศพที่แผนกนิติเวชฯ รพ.รามาธิบดี ทั้งนี้ หากผลการตรวจชันสูตรออกมาว่าไม่พบบาดแผลการถูกทำร้าย ไม่น่าจะถูกชิงทรัพย์ เนื่องจากทรัพย์สินลูกชายยังอยู่ครบ แต่สงสัยว่าหลังจากขึ้นรถแท็กซี่แล้วลูกชายหายไปไหน ทำไมถึงเสียชีวิตอยู่ในคลองได้ หลังจากนี้จะนำศพลูกชายไปบำเพ็ญกุศลที่วัดโพธิ์ทอง ซอยสุขสวัสดิ์ 26 ต่อไป

ขณะที่นายอภิลักษณ์ เวชนะ อายุ 29 ปีเพื่อนผู้ตายกล่าวว่า เมื่อช่วงเวลา 22.00 น. วันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนกับผู้ตาย พร้อมกลุ่มเพื่อนรวม 4-5 คน มานั่งดื่มสุรากันที่บ้านพักของตนใน ร.1 รอ.สนามเป้า จนกระทั่งเวลาประมาณ 04.00 น.วันที่ 10 มี.ค. ได้ขี่รถ จยย.ออกมาส่งผู้ตายที่บริเวณหน้าเซเว่นฯ ปากซอยพหลโยธิน 2/1 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท แล้วรอจนมีรถแท็กซี่สีเขียวเหลืองไม่ทราบทะเบียน มารับผู้ตายขึ้นรถไป ตนขี่รถกลับบ้าน จนกระทั่งช่วงค่ำวันที่ 10 มี.ค. แฟนสาวผู้ตายโทร.มาบอกว่าผู้ตายหายไปไม่กลับบ้าน โทรศัพท์ไปหาไม่มีคนรับสาย จนกระทั่งมีคนเก็บโทรศัพท์มือถือของผู้ตายได้รับสายพร้อมบอกว่า เก็บได้บริเวณใต้ทางด่วนอนุสาวรีย์ชัยฯจึงนัดกันว่าจะไปรับช่วงเที่ยงวันที่ 11 มี.ค. แต่หลังจากนั้นปิดเครื่องหายไป

นายอภิลักษณ์กล่าวต่อว่า หลังแจ้งความ พวกตนกับเพื่อนช่วยกันออกตามหาผู้ตาย ทั้งโพสต์หาตามโลกโซเชียล และไปขอดูกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ จนกระทั่งมาพบภาพวงจรปิดบริเวณใกล้ทางขึ้นทางด่วนอนุสาวรีย์ชัยฯ ถนนพหลโยธินขาเข้า สามารถจับภาพขณะที่ผู้ตายขึ้นรถแท็กซี่ไปแล้ว จากนั้นไปขอดูกล้องวงจรปิดบริเวณทางขึ้นทางด่วนด่านอนุสาวรีย์ชัยฯ พบรถแท็กซี่สีเขียวเหลืองที่คาดว่าน่าจะเป็นคันที่รับผู้ตายไป จอดอยู่ตรงด่านเก็บเงินสักพัก ก่อนจะถอยรถกลับออกมาจากด่าน แล้วหลุดออกภาพกล้องไป หากเป็นคันที่เพื่อนตนขึ้นไปจริงก็ไม่ทราบว่า เกิดการโต้เถียงอะไรกันหรือไม่ จากนั้นยังไม่สามารถหาภาพจากกล้องวงจรปิดตรงไหนได้อีก พวกตนอยากได้ภาพกล้องวงจรปิดอีกจะได้ทราบว่า ผู้ตายหายไปไหน ทำไมถึงไปเสียชีวิตในคลองได้ และขอให้คนขับแท็กซี่คันดังกล่าวมาให้ข้อมูลกับตำรวจ ทั้งนี้ ผู้ตายเคยทำโทรศัพท์หายหลายครั้ง เวลาออกมาดื่มสังสรรค์กับเพื่อน จะเปลี่ยนเอาโทรศัพท์ซัมซุงฮีโร่ซึ่งราคาถูกออกมาใช้ ติดต่อเพื่อนหรือคนในครอบครัว ถ้าหายจะได้ไม่เสียดาย นอกจากนี้ เวลาออกมาดื่มเหล้าจะไม่พกเงินมาก เนื่องจากช่วงขากลับ ผู้ตายเคยถูกแท็กซี่จี้ทรัพย์มา 2-3 ครั้งแล้ว บางครั้งก็เอาโทรศัพท์มือถือไป

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะนำศพผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงที่แผนกนิติเวชฯ รพ.รามาธิบดีต่อไป

(ภาพจาก : กู้ภัย-ร่วมกตัญญู)