บริการข่าวไทยรัฐ

ไขปริศนาหลักสูตร วปธ. EP.2 พิรุธอื้อ! โฆษณาชวนเชื่อ ค่าเรียนหลักแสน ไฉนไร้วุฒิ

ระยะเวลาเพียง 9 เดือน มีผู้จบหลักสูตรจำนวน 8 รุ่น กว่า 400 คน ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการสมัครเข้าเรียน ‘หลักสูตรที่ปรึกษาธุรกิจเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจไทย’ (วปธ.) โดยอ้างชื่อ ม.เกษตรฯ ในการการันตีความน่าเชื่อถือให้กับหลักสูตร จับมือกับ สมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในการจัดหลักสูตรนี้

และสิ่งที่ทำให้เรื่องราวแดงขึ้นมา เมื่อผู้เข้าเรียนหลักสูตรเสียเงินค่าลงทะเบียนหลักแสน แต่กลับไม่ได้วุฒิบัตรจาก ม.เกษตรฯ ตามที่ได้มีการประชาสัมพันธ์ไว้ ทำให้ผู้เสียหายร้องเรียนไปยัง ม.เกษตรศาสตร์ ให้ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น ไขปริศนาหลักสูตร วปธ. EP.1 ม.เกษตรฯ แจงทุกมุม ถูกแอบอ้างใช้ตราสัญลักษณ์ (ชมคลิป) 

ในวันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ขอไล่เรียงไทม์ไลน์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงการจับพิรุธ ผ่านคำบอกเล่าของผู้เข้าเรียนในหลักสูตร วปธ. จะเป็นอย่างไรโปรดติดตาม

‘โฆษณาชวนเชื่อ’ อ้างชื่อ ม.เกษตรฯ การันตีหลักสูตร

นายทนงศักดิ์ โผไพบูลย์ ผู้เข้าเรียนหลักสูตร วปธ. รุ่นที่ 1 เผยว่า อาชีพตนเป็นที่ปรึกษาธุรกิจอยู่แล้ว จึงต้องการหาความรู้เพิ่มเติม โดยคิดว่าหลักสูตรที่ปรึกษาธุรกิจ เป็นหลักสูตรของ ม.เกษตรฯ เพราะมีชื่อตราของ ม.เกษตรฯ อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาผ่านทางสื่อออนไลน์ เว็บไซต์ Facebook หลักสูตรวิชาชีพที่ปรึกษาธุรกิจเพื่อพัฒนาวิสาหกิจไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใบปลิว หรือแม้กระทั่งการประชาสัมพันธ์ผ่านทางสื่อมวลชนแขนงต่างๆ จึงทำให้ทุกคนที่ตัดสินใจเข้ามาเรียนหลักสูตรนี้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นหลักสูตรของ ม.เกษตรฯ

นอกจากนี้ ยังเอาคนที่มีชื่อเสียงในรุ่น 1 มาช่วยประชาสัมพันธ์หลักสูตรผ่านทางคลิปวิดีโอ เพื่อเชิญชวนให้คนมาเรียนหลักสูตรนี้ ซึ่งนายทนงศักดิ์ เผยว่า ตนก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ถูกหลอกมาให้ช่วยประชาสัมพันธ์ และยอมรับว่าไม่ทราบและไม่ได้นึกสงสัย เนื่องจากเหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นที่ ม.เกษตรฯ

ไม่เพียงแต่โฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น แต่ยังมีการการันตีด้วยว่า เมื่อเรียนจบจะได้รับวุฒิบัตรจาก ม.เกษตรฯ ได้เป็นที่ปรึกษาธุรกิจวิชาชีพ รับรองจากสมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และยังสามารถขึ้นทะเบียนที่ปรึกษากระทรวงการคลังอย่างถูกต้องด้วย

จ่ายเงินค่าลงทะเบียน ออกใบเสร็จพิรุธเพียบ!

นายทนงศักดิ์ กล่าวต่อว่า ตนไปจ่ายเงินค่าลงทะเบียนเรียน เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 59 จำนวน 125,000 บาท ในห้องๆ หนึ่ง ที่คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรฯ แต่ก็แปลกใจว่า เงินค่าลงทะเบียนทำไมไม่ไปจ่ายที่เคาน์เตอร์ชำระเงิน และมีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงคนหนึ่งมานั่งรับเงิน สิ่งที่น่าสงสัยคือ แทนที่จะได้ใบเสร็จมา แต่กลับได้ใบสำคัญรับเงิน และไม่ได้ปั๊มตรา ม.เกษตรฯ แต่กลับปั๊มตราหลักสูตรวิชาชีพที่ปรึกษาธุรกิจแทน

นอกจากนี้ หากประสงค์จะได้ใบเสร็จต้องเขียนแบบฟอร์มมาว่าใครต้องการบ้าง และจะมีการกำหนดรับใบเสร็จตามเวลาด้วย

“ผมทวงถามไปว่า จ่ายเงินไปแสนกว่า แต่ทำไมไม่ออกใบเสร็จรับเงินให้ผม เขาก็บ่ายเบี่ยงไปเรื่อย ผมทวงถามใบเสร็จอยู่ 8 เดือน จนมาได้ใบเสร็จรับเงินเมื่อ 9 ก.ย. 59 โดยรายละเอียดในใบเสร็จนั้น ไม่มีชื่อหรือตราสัญลักษณ์ของ ม.เกษตรฯ อยู่เลย แต่ใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ของม.เกษตรฯ และใช้ชื่อ ศูนย์สานสัมพันธ์จับคู่ธุรกิจระหว่างประเทศ แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แทน รวมทั้ง ผู้รับเงินไม่ใช่ ม.เกษตรฯ แต่ใช้เป็นหลักสูตร ซึ่งหลักสูตรไม่ใช่นิติบุคคล ออกใบเสร็จแบบนี้มาได้อย่างไร?” นายทนงศักดิ์ ตั้งคำถาม

ความรู้คุ้มไหม? ค่าเรียนหลักแสน

ด้าน นางวิมลมาศศ ศกุนตนาคฐิติส์ ผู้เข้าเรียนหลักสูตร วปธ. รุ่น 6 หนึ่งในผู้ขับเคลื่อนเรียกร้องหาความรับผิดชอบเรื่องนี้ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ตนประกอบอาชีพที่ปรึกษาอยู่แล้ว และที่เลือกเรียนหลักสูตรนี้ เพื่อหวังว่าจะได้ความรู้เพิ่มเติมมาเสริมกับงานที่ทำอยู่ และเห็นว่าหลักสูตรนี้ทำโดย ม.เกษตรศาสตร์ และเมื่อเรียนจบก็จะได้ประกาศนียบัตรจาก ม.เกษตรศาสตร์ และยังเห็นภาพที่นายกฯ เข้ามาเยี่ยมชมบูธของหลักสูตรที่ปรึกษาธุรกิจ จึงคิดว่าน่าจะเป็นหลักสูตรที่เชื่อถือได้

เมื่อถึงเวลาเรียนจึงพยายามตักตวงวิชาความรู้ เข้าเรียนเกือบทุกครั้ง แต่พอเรียนไปจึงรู้สึกว่า จำนวนเงินที่เสียค่าลงทะเบียนเรียนไป 150,000 บาท แต่กลับไม่ได้ความรู้อย่างที่คาดหวังไว้ จึงเกิดความสงสัยว่าไม่น่าจะผ่านมาตรฐานของหลักสูตร เพราะหากเป็นสถาบันอื่นที่ไม่ใช่ ม.เกษตรศาสตร์ อาจจะไม่ต้องจ่ายเงินจำนวนนี้

นอกจากนี้ นางวิมลมาศศ ยังเผยอีกว่า ปัจจุบันยังไม่ได้รับวุฒิบัตรในหลักสูตรนี้ โดยทางสมาคมออกมาชี้แจงว่า สามารถขอวุฒิบัตรได้ แต่ออกในนามของหลักสูตรฯ ไม่ใช่นาม ม.เกษตรศาสตร์ ทั้งที่ในโฆษณาระบุว่าได้รับจาก ม.เกษตรศาสตร์

“เราได้ทราบข่าวจากเพื่อนรุ่นเดียวกันว่า การขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษา ไม่จำเป็นจะต้องผ่านหลักสูตรที่ปรึกษาธุรกิจ หรือ วปธ. ก่อน แต่สามารถขึ้นทะเบียนได้โดยตรง เป็นที่ปรึกษาอิสระได้ ส่วนบางคนที่ไปขึ้นทะเบียนแต่ก็ไม่ได้รับสิทธิพิเศษตามที่หลักสูตรแจ้งไว้” นางวิมลมาศศ กล่าว

ม.เกษตรฯ ปัดไม่ใช่หลักสูตรของมหาวิทยาลัย แจงเป็นเรื่องของสมาคม

หลังจากนั้น นายทนงศักดิ์ และกลุ่มผู้เรียนหลักสูตร วปธ. ได้รวมตัวกันยื่นเรื่องถึงอธิการบดี ม.เกษตรฯ สอบถามถึงเรื่องราวทั้งหมดว่าเท็จจริงแล้วเป็นอย่างไร โดยทาง ม.เกษตรฯ ได้ออกหนังสือชี้แจงเกี่ยวกับหลักสูตรดังกล่าว มีรายละเอียด ดังนี้

ต่อมา คณะผู้เข้ารับการเรียนหลักสูตรที่ปรึกษาธุรกิจ ได้ยื่นเรื่องที่กระทรวงยุติธรรม ว่า ได้รับความเสียหายเนื่องจากหลงเชื่อว่า มีการรับรองหลักสูตรจาก ม.เกษตรฯ และสามารถเป็นที่ปรึกษาและประมูลงานในหน่วยงานของรัฐได้ ทางกระทรวงยุติธรรมพิจารณาแล้ว จึงมีมติส่งเรื่องร้องทุกข์ไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ต่อไป

จากนั้น จึงเดินทางไปยังกองปราบปราม เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ มอบคดีในพนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับนายวิริยะ ลิขิตวงศ์ ในฐานข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ซึ่งทางกองปราบปราม พิจารณาแล้วเห็นว่า ให้พนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุ ซึ่งก็คือ สน.บางเขน ทำการสืบสวนและขยายผลต่อไป

ตร. เผย ตั้งข้อหา ผอ.วปธ. คดีฉ้อโกงประชาชน

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถามไปยัง พ.ต.ต.สราวุธ บุตรดี สารวัตรสอบสวน สน.บางเขน ผู้รับผิดชอบคดีนี้ โดยเปิดเผยว่า เบื้องต้นยังสอบปากคำผู้เสียหายไม่ครบ โดยเพิ่งสอบไปได้ 42 คน เหลืออีก 100 กว่าคน โดยนัดสอบวันละ 15 คน จะสอบปากคำคนสุดท้ายเสร็จสิ้นในวันที่ 24 มี.ค. 60

หลังจากนั้น จะออกเป็นหนังสือถึงอธิการบดี ม.เกษตรศาสตร์ เพื่อให้เข้ามาชี้แจงในเรื่องนี้ ว่า ม.เกษตรศาสตร์ มีการเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร เนื่องจากมีการใช้ตราสัญลักษณ์ ม.เกษตรศาสตร์ ในการโฆษณาหลักสูตร วปธ.

“ตอนนี้เป็นคดีฉ้อโกงประชาชน ในเบื้องต้นมีผู้ต้องหา 1 ราย คือ ดร.วิริยะ ลิขิตวงศ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรที่ปรึกษาธุรกิจ (วปธ.) ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม หากสืบสาวราวเรื่องไปถึงใครก็จะเชิญตัวมาทั้งหมด แต่อย่างไรก็ดี จะต้องรอสอบปากคำผู้เสียหายจนครบก่อน จึงจะเชิญตัวผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาได้” พ.ต.ต.สราวุธ ระบุ

ผอ.หลักสูตร วปธ. เก็บตัวเงียบ

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้รับเอกสารแถลงการณ์จากสมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จึงได้โทรไปสอบถามตามเบอร์ติดต่อที่ให้ไว้ในเว็บไซต์ http://thaiconsult.org/course/ แต่ปรากฏว่าเบอร์ดังกล่าวไม่สามารถติดต่อได้

และยังได้พยายามติดต่อไปยัง ดร.วิริยะ ลิขิตวงศ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรที่ปรึกษาธุรกิจ (วปธ.) และนายกสมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นคาใจของสังคม แต่ ดร.วิริยะไม่รับสาย จึงได้สอบถามทางไลน์ของ ดร.วิริยะ พบว่า อ่านแต่ไม่ตอบ

อย่างไรก็ตาม บทสรุปของหลักสูตร วปธ. จะเป็นอย่างไร ภาครัฐต้องเข้ามาดูแลและให้ความเป็นธรรมอย่างถึงที่สุด และทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ในฐานะสื่อมวลชนจะเกาะติดและนำเสนอให้แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ได้รับทราบต่อไป.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน



อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไขปริศนาหลักสูตร วปธ. EP.1 ม.เกษตรฯ แจงทุกมุม ถูกแอบอ้างใช้ตราสัญลักษณ์ (ชมคลิป)