บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'สมเด็จพระสังฆราช' ประทานพัดยศพระครู ย้ำพระสงฆ์ต้องอยู่ในธรรมวินัย

"สมเด็จพระสังฆราช" ประทานโอวาท ในพิธีพระราชทานสัญญาบัตร พัดยศพระครู ที่วัดโสธรฯ ทรงย้ำพระสงฆ์ต้องอยู่ในพระธรรมวินัย และกฎหมายบ้านเมือง จึงจะสมเป็น "พระแท้" เตือนเกียรติยศมิใช่เครื่องเชิดชูตน แต่เป็นเครื่องเตือนใจให้ต้องสังวรในธรรมยิ่งขึ้น...

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นประธานในพิธีพระราชทานสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร แก่พระสงฆ์ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนตะวันออกภาค 10, 11, 12 ที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีพระสงฆ์ที่ได้รับพระราชทานเลื่อน และตั้งสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรระดับต่างๆ เข้าร่วมพิธีจำนวน 574 รูป ทั้งนี้การเสด็จครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จมาเป็นประธานในพิธีพระราชทานสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร แก่พระสงฆ์ นับตั้งแต่พระองค์ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช

โดยภายหลังเสร็จพิธี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานโอวาทว่า ด้วยเกียรติยศครั้งนี้ เป็นเครื่องหมายว่าท่านได้กอปรคุณูปการเพื่อบวรพระพุทธศาสนา และประเทศชาติมาเป็นลำดับ จนเหมาะสมแก่ตำแหน่งหน้าที่ที่ได้รับพระราชทาน อย่างไรก็ตามขอปรารภข้อคิดบางประการไว้ ว่า เกียรติยศและตำแหน่งที่ได้รับพระราชทานมาจากพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเป็นพุทธมามกะ และอัครศาสนูปถัมภกนั้น มิใช่เป็นเครื่องเชิดชูตนไว้ให้อยู่ในที่สูงทางโลก แต่เป็นเครื่องเตือนให้ท่านต้องระมัดระวัง สังวรในทางธรรมยิ่งขึ้น ให้สมกับพระบรมราชูปถัมภ์ที่พระราชทาน ทรงประทานโอวาท ต่อไปว่า เกียรติยศนั้นเป็นสิ่งที่มาพร้อมกับหน้าที่ คือการดำเนินตามพระพุทธานุศาสนี (คำสอนของพระพุทธเจ้า) ที่ทรงอบรมประทานไว้แก่ภิกษุบริษัทจนตลอดพระชนมชีพให้บริบูรณ์พร้อมด้วยอัตสมบัติ คือการครองตนในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด มิให้ใครตำหนิได้ว่าพระสาวกของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่งามด้วยศีล ไม่งามด้วยอาจาระ ในขณะเดียวกัน ภิกษุบริษัทต้องปฏิบัติบำเพ็ญตนให้บริบูรณ์ด้วยปรัตถะ คือ ประโยชน์ของผู้อื่น โดยเฉพาะการอนุเคราะห์เกื้อกูลแก่ชาวโลกโดยทั่วไป

ท่านพระครูที่ได้รับพระราชทานสัญญาบัตร พัดยศไปแล้ว แม้ท่านจะประคองไว้ในมือของท่านด้วยกำลังมือ กำลังแขนอย่างภาคภูมิ แต่ท่านต้องไม่ลืมว่าท่านได้รับพระราชทานสัญญาแห่งภารธุระในการบริหารกิจการพระศาสนา การครองตนให้สมสมณฐานะ และการอนุเคราะห์ทางโลกโดยกว้างขวางอีกด้วย ท่านจำต้องประคองใจให้รับน้ำหนักแห่งกิจการงานที่จะได้รับเพิ่มพูนต่อไปในวันข้างหน้าให้ได้ หากท่านสามารถแบกทานภารธุระไว้ด้วยสรรพกำลังแห่งความซื่อสัตย์สุจริต อยู่ภายในกรอบของพระธรรมวินัยและกฎหมายบ้านเมืองแล้ว ท่านย่อมได้ชื่อว่าเป็นทั้ง “พระแท้” และเป็นทั้ง “ครูแท้” สมสมณฐานันดร “พระครู” สมสมณสัญญา และสมบัตรแห่งสัญญาที่ทรงพระราชศรัทธาพระราชทานมาด้วยน้ำพระราชหฤทัยหวังประโยชน์ต่อบวรพระพุทธศาสนาและมหาชนชาวไทยทั้งมวลเป็นสำคัญ

เมื่อท่านกลับไปยังพระอาราม และอารามของท่าน พุทธบริษัททั้งปวงย่อมมารอบล้อมชื่นชมยินดี อาจมีการเฉลิมฉลอง ขออนุโมทนายินดี และขอย้ำเตือนท่านพระครูทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง ว่า โลกามิสที่ท่านได้รับมาจากโลก จักเป็นประโยชน์ทางธรรมติดตัวท่านต่อไป เมื่อท่านแปรผลให้เป็นประโยชน์กลับคืนสู่โลก ในฐานะที่เป็นเพื่อนร่วมภิกษุบริษัทด้วยกัน ขอถวายกำลังใจแด่ทุกท่านให้สามารถฟันฝ่าอุปสรรคทั้งปวง เพื่อยังประโยชน์ตนและประโยชน์มหาชนให้ถึงพร้อม และเจริญสำเร็จทุกสถาน เพื่อความงอกงามไพบูลย์ และความตั้งมั่นยั่งยืนแห่งพระสัทธรรมของสมเด็จพระบรมศาสดาสืบไป.