วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หลานพลทหารถูกซ้อมดับ ร้อง อสส. หลังตร.เห็นควรสั่งฟ้องคดีหมิ่น-พรบ.คอมฯ

หลานสาว “พลทหารวิเชียร” ที่ถูกลงโทษทางวินัยจนเสียชีวิต ยื่นหนังสืออัยการสูงสุด ขอความเป็นธรรมคดี ร.อ.คู่กรณี กล่าวหาหมิ่นประมาทฯ-ผิด พ.ร.บ.คอมฯ หลังตำรวจเห็นแย้งอัยการ ควรสั่งฟ้องเช่นเดิม

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 มี.ค.60 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ได้มี น.ส.นริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์ เป็นหลานของ พลทหารวิเชียร เผือกสม ซึ่งถูกทำโทษจนเสียชีวิตในค่ายทหาร จังหวัดนราธิวาส เมื่อปี 2554 เดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด (อสส.)ในคดีที่ผู้ตายถูกนายทหารระดับผู้บังคับกองร้อย (ขอสงวนชื่อนามสกุลไว้ก่อน เพราะจนบัดนี้ยังไม่ถูกดำเนินคดีอาญา) เป็นคู่กรณี ผู้บังคับบัญชาของผู้ตายทำร้ายจนเสียชีวิต โดยนายทหารดังกล่าวไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558 กล่าวหาว่า ใช้เฟซบุ๊กโพสต์และแชร์รูปพร้อมข้อความหมิ่นประมาทนายทหารผู้นี้ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2558 ถึงปัจจุบัน ฐานหมิ่นประมาททางเฟซบุ๊ก ทำให้เสียหาย เสียชื่อเสียง ซึ่งตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนราธิวาส ได้ดำเนินคดีข้อหาความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร, ข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ พร้อมส่งความเห็นสมควรสั่งฟ้อง น.ส.นริศราวัลถ์ ต่อพนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส

ต่อมาอัยการสั่งไม่ฟ้อง แต่ตำรวจมีความเห็นแย้ง จึงต้องส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดชี้ขาด ซึ่งในวันนี้ น.ส.นริศราวัลถ์ ได้พบนายพันธุ์โชติ บุญศิริ อัยการพิเศษฝ่ายสอบสวน เป็นตัวแทนอัยการสูงสุดรับมอบหนังสือ

นายพันธุ์โชติ กล่าวว่า หลังจากรับหนังสือร้องขอความเป็นธรรมแล้ว จะนำหนังสือดังกล่าวยื่นให้แก่ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ อัยการสูงสุด เพื่อพิจารณา ซึ่งตามขั้นตอนแล้วก็จะมีคณะทำงานพิจารณาหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ก่อนทำความเห็นส่งอัยการสูงสุดอีกครั้ง แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัยการสูงสุดจะเป็นคนตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อไป

น.ส.นริศราวัลถ์ กล่าวว่า ตนเดินทางมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมเป็นครั้งที่ 2 ในคดีของตนเองที่ตกเป็นผู้ต้องหาในความผิดฐานหมิ่นประมาทฯ และ พ.ร.บ.คอมฯ โดยครั้งแรกนั้นตนเดินทางมายื่นหนังร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากในขณะนั้นทางพนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาสมีความเห็นสั่งฟ้องตน ตามความเห็นของพนักงานสอบสวน แต่หลังจากที่ตนเข้านำพยานหลักฐานเข้าไปให้ปากคำ จนภายหลังอธิบดีอัยการภาค 9 มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องตนทุกข้อกล่าวหา แต่เนื่องจากตามขั้นตอนตามกฎหมายแล้วแม้อัยการจะมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องแล้ว จะต้องส่งความเห็นสั่งไม่ฟ้องตนไปให้ตำรวจว่าเห็นตามที่อัยการสั่ง หรือมีความเห็นแย้งหรือไม่ และล่าสุดเมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา พล.ต.ต.พัฒนวุธ อังคะนาวิน รอง ผบช.ศชต.ได้มีความเห็นแย้งความเห็นของอธิบดีอัยการภาค 9 เป็นเห็นควรให้สั่งฟ้องทั้งความผิดฐานหมิ่นประมาทฯ และ พ.ร.บ.คอมฯ ตามที่ตนถูกแจ้งข้อกล่าวหาก่อนหน้านี้เช่นเดิม ตนจึงขอให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดให้ความเป็นธรรมกับตนไม่สั่งฟ้องในความผิด 2 ข้อหานี้ ซึ่งหลักฐานที่ตนนำมาประกอบหนังสือร้องขอความเป็นธรรมนั้น เป็นเอกสารคำสั่งลงโทษทางวินัยของกองทัพบกและคำสั่งพักราชการคู่กรณี ที่แสดงให้เห็นว่าได้กระทำความผิด

นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดการดำเนินคดีอาญาที่อัยการมณฑลทหารบกที่ 46 กำลังดำเนินการเตรียมสั่งฟ้องในฐานร่วมกันทำร้ายด้วยวิธีการทรมานทารุณ จนเป็นเหตุให้พลทหารวิเชียรเสียชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคสอง, มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 และประมวลกฎหมายอาญาทหาร ม.30(2) มาอยู่ในหนังสือร้องขอความเป็นธรรมด้วย

น.ส.นริศราวัลถ์ กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ตนได้รับความเป็นธรรมจากทางกองทัพบก ทั้งทาง ผบ.ทบ.ก็มีการสั่งการกำชับให้ดำเนินการอย่างเป็นธรรมในคคีที่น้าชายตนเสียชีวิตแล้ว ซึ่งตนก็พอใจ ส่วนคดีนี้ถือเป็นเรื่องส่วนตัวที่นายทหารดังกล่าวจะใช้สิทธิ์ในการฟ้องร้องคดีตน จึงไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับสถาบันทหารแต่อย่างใด.