วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อธิบดีกรมอุทยาน จ่อฟ้องกลับ คนกล่าวหา เอื้อเอกชนรุกที่เขาสอยดาว

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ พร้อมผู้ตรวจราชการ ทส. ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีถูกกล่าวหาว่า ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีออกเอกสารสนามกอล์ฟดัง ที่จันทบุรี ยันทุกขั้นตอนดำเนินการตามกฎหมาย เตรียมแจ้งความกลับผู้กล่าวหาทันที ...

เวลา 15.00 น. วันที่ 16 มี.ค.60 นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วยนายอดิศร นุชดำรงค์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายปรมินทร์ วงศ์สุวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ และกองนิติการ ร่วมแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงคดีสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ บุกรุกพื้นที่ป่าเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์ปฏิบัติการ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

นายธัญญา กล่าวว่า จากกรณีที่ นายสุนทร วัชรกุลดิลก อดีตที่ปรึกษาด้านกฎหมายกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้แจ้งความดำเนินคดีกับตนเอง และนายอดิศร นุชดำรงค์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (อดีตรองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ) ว่า ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร และความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพ เกี่ยวกับกรณีการดำเนินคดีกับบริษัทสวนจันทบุรีกล่าวหาว่า ทำให้รัฐเสียประโยชน์จากการสูญเสียพื้นป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ป่าสงวนแห่งชาติเขาสอยดาว เนื่องจากมีการแก้ไขพยานเอกสาร เปลี่ยนแปลงเส้นแนวเขตในพยานเอกสารที่ส่งให้ศาล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างฟ้องร้องในศาลฎีกา และการเปลี่ยนแปลงเส้นแนวเขตดังกล่าวส่อว่าจะเป็นการช่วยเอื้อประโยชน์ให้กับสนามกอล์ฟได้ประโยชน์ และทำให้รัฐสูญเสียพื้นป่าทันที 284 ไร่เศษ มูลค่า 43 ล้านบาท นั้น เกี่ยวกับการดำเนินคดีกับบริษัทฯ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้แจ้งความดำเนินคดีในความผิดฐานบุกรุก ยึดถือ ครอบครอง ก่นสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือ ทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2558 ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 (บริษัทสวนจันทบุรี จำกัด) เป็นเงิน 150,000 บาท ให้จำเลยที่ 1 คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารของจำเลยที่ 1 ออกจากป่าสงวนแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตามคดีหมายเลขดำที่ สวอ. 53/2558 คดีหมายเลขแดงที่ 1920/2558 ซึ่งปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา

การที่นายสุนทร แถลงข่าวว่า แนวเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาสอยดาว และแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว เป็นแนวเขตเดียวกัน นั้นไม่ถูกต้องตามความจริง เนื่องจากแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาสอยดาว มีแผนที่แนบท้ายตามประกาศโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 97 (พ.ศ. 2508) ประกาศเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2508 ออกตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ส่วนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว มีแผนที่แนบท้ายตามประกาศโดยคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 200 ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2515 ออกตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2503 ซึ่งแนวเขตตามแผนที่ทั้งสองป่าดังกล่าว ใช้แผนที่คนละฉบับกัน การดำเนินคดีของกรมอุทยานแห่งชาติฯ และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ มิได้ทำให้ผืนป่าเขาสอยดาว ในส่วนที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติ หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งเป็นพื้นดินของรัฐ เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หายไปแม้แต่ตารางเมตรเดียวแต่อย่างใด การที่นายสุนทร ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี กล่าวหานายธัญญาและนายอดิศรดังกล่าวข้างต้น จึงไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นการใส่ความบุคคลที่ 3 ด้วยการโฆษณา จึงถือว่าเป็นการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และฐานแจ้งความเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ทำให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ และผู้ตรวจราชการ ทส. ได้รับความเสียหาย ซึ่งจะได้มอบหมายให้กองนิติการ แจ้งความกลับเพื่อดำเนินคดีกับนายสุนทร วัชรกุลดิลก ต่อไป