บริการข่าวไทยรัฐ

ตั้งชุดสำรวจเซฟตี้โซน วางกรอบ 6 เดือน แบ่ง 2 ช่วง ผุดพื้นที่ปลอดภัยใต้

ทีมพูดคุยสันติสุขใต้ เผยตั้งชุดสำรวจเซฟตี้โซน กำหนดพื้นที่ปฏิบัติ 6 เดือน แบ่ง 2 ช่วงเวลา พร้อมเล็งยกเลิกพื้นที่หากเกิดเหตุเกิน 3 ครั้ง 

เมื่อวันที่ 16 มี.ค.60 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต.สิทธิ ตระกูลวงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในแห่งราชอาณาจักร (ศปป.5 กอ.รมน.) ในฐานะเลขาคณะพูดคุยสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วย นายฉัตรชัย บางชวด ผู้อำนวยการยุทธศาสตร์ความมั่นคงภายในประเทศ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายธนชาต บุนนาค และที่ปรึกษาทนายพูดคุยกับนายธวัชชัย ฤทธากรณ์ รอง ผขช. ด้านการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองต่างประเทศ น.อ.จักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผอ.สนผ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการพูดคุยสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

พล.ต.สิทธิ ตระกูลวงศ์ กล่าวว่า การกำหนดพื้นที่ปลอดภัย (เซฟตี้โซน) ใช้เกณฑ์ในการวัด คือ 1.เป็นพื้นที่มีเหตุการณ์ถี่ 2.เป็นพื้นที่ที่ผู้เห็นต่างสามารถควบคุมกลุ่มปฏิบัติการในพื้นที่ได้ โดยขณะนี้ได้กำหนดไว้ 5 พื้นที่ และจะจัดตั้งชุดประเมินลงพื้นที่ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้คนต่างถิ่น คนในพื้นที่ เพื่อลงประเมินว่าพื้นที่ไหนเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นพื้นที่ปลอดภัย และเสนอคณะพูดคุยฯ เพื่อให้เห็นชอบ สำหรับกรอบเวลาในการเลือกพื้นที่นั้นได้กำหนดระยะเวลาไว้ 1 เดือน

พล.ต.สิทธิ กล่าวอีกว่า จากนั้นก็จะนำไปสู่การปฏิบัติใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 6 เดือน แบ่งเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรกเป็นการเตรียมพื้นที่ 3 เดือน และในช่วงที่ 2 จะมีการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย ใช้ระยะเวลา 3 เดือน รวมทั้งการประเมินผลและการทำรูปแบบด้วย  จากนั้นคณะกรรมการร่วมจะเปลี่ยนเป็นคณะบริหารพื้นที่ปลอดภัย พร้อมทั้งกำหนดให้เห็นว่ามีความปลอดภัยอย่างไร มีการพัฒนาแบบไหน ทั้งนี้จะไม่ปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากยังมีปัจจัยเรื่องภัยแทรกซ้อน จึงมีข้อตกลงร่วมกัน ว่าสามารถเกิดเหตุได้ 3 ครั้ง และต้องพิสูจน์ได้ว่าใครเป็นผู้กระทำ หากไม่สามารถพิสูจน์ได้ ก็ให้ยกเลิกพื้นที่เซฟตี้โซน ทั้งนี้ไม่สามารถเปิดเผยอำเภอที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยได้

ด้านนายพรชาต บุนนาค ที่ปรึกษาคณะพูดคุยฯ กล่าวว่า การพูดคุย 2 ปีที่ผ่านมาถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดพื้นที่ปลอดภัย ตลอดจนถึงการที่ให้ผู้ที่ก่อความรุนแรง ได้เข้ามามีส่วนร่วมเพื่อก้าวไปสู่สันติสุข โดยเฉพาะการปิดช่องโหว่เพื่อลดการก่อเหตุของผู้เห็นต่างและหากมีเหตุการณ์เกิดขึ้น จะต้องจับผู้ต้องหามาดำเนินคดีให้ได้.