บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'มีชัย' ชี้ปม 'ไทยพีบีเอส' ซื้อตราสารหนี้ ไม่กระทบอิสระการทำงาน

กรธ.ทบทวนร่าง ก.ม.พรรคฯ-กกต. ดูข้อเสนอ สปท.-สนช. "มีชัย" ปัดให้ความเห็น ผอ.ไทยพีบีเอสลาออก ชี้ ปมทีวีไทยซื้อตราสารหนี้ ไม่กระทบอิสระการทำงาน

เมื่อวันที่ 16 มี.ค.60 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างทบทวน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมืองและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ทั้งนี้ นายมีชัย กล่าวก่อนการประชุมถึงการทำงานว่า ตอนนี้กำลังทบทวนถึงข้อเสนอที่ทาง สปท. สนช. เสนอแนะมาอยู่ กำลังไล่ดูว่าหากปรับแก้ตาม จะมีความเหมาะสมและจะขัดต่อหลักการของร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ส่วนเรื่องการจัดสรรงบประมาณการดูงานต่างประเทศ ผู้ที่เป็นองค์กรอิสระจะต้องไม่เป็นนักศึกษาอบรมอะไร เพราะถือว่าคัดเลือกมาดีแล้ว และจะขัดต่อหลักการที่องค์กรอิสระจะต้องทำงานเต็มเวลา แต่หากจะไปเชิญผู้เชี่ยวชาญพิเศษมาบรรยายเฉพาะ เพื่อจะพัฒนาการทำงานในองค์กรอิสระตรงนี้ทำได้ ในส่วนของพรรคการเมือง กรธ.ได้เขียนกำหนดว่างบพัฒนาพรรคการเมืองห้ามไม่ให้นำไปใช้เพื่อเดินทางไปต่างประเทศ ถ้าจะเดินทางไปต่างประเทศก็ต้องตั้งงบประมาณเอาเอง กรธ.ไม่ได้ห้ามแต่อย่างใด

นายมีชัย กล่าวถึงกรณีที่ นายกฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือช่องไทยพีบีเอส ลาออกจากตำแหน่ง ผอ. เพื่อรับผิดชอบกรณีซื้อตราสารหนี้ ของบริษัทเอกชน ซีพีเอฟ ว่า การที่สื่อมวลชนไปซื้อหุ้นบริษัทเอกชน ต้องถามว่าถ้าหากองค์กรอิสระได้เงินมาแล้วเอาไปฝากธนาคาร แบบนี้ถือว่าเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง ทางกฎหมายจึงได้เขียนว่าถ้าหากนำเงินขององค์กรอิสระ หรือหน่วยงานราชการไปลงทุนในวิธีอื่นๆ นอกจากการฝากธนาคารของรัฐ จะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการที่ควบคุมก่อน ส่วนกรณีไทยพีบีเอส ตนไม่ขอให้ความเห็นอะไร ไม่ทราบรายละเอียด ตามหลักการแล้วการซื้อหุ้นและตราสารหนี้นั้น ไม่เหมือนกัน ตราสารหนี้จะเหมือนกับหุ้นกู้ คล้ายกับการกู้เงินแล้วมีดอกเบี้ยตามมา แต่ตนมองว่าการให้กู้เงินไม่ได้หมายความว่าจะกระทบต่อความเป็นเจ้าของหน่วยงานนั้นๆ อยู่ดี.