บริการข่าวไทยรัฐ

“ออลสไปซ์” ใบผลเป็นเครื่องเทศและยา

โดย นายเกษตร

ไม้ชนิดนี้ มีถิ่นกำเนิดจาก ประเทศจาเมกา เม็กซิโกตอนใต้ อเมริกากลางและประเทศในแถบแคริบเบียนทั่วไป นิยมปลูกกันอย่างกว้างขวาง เพื่อเก็บใบและผลที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว คือมีกลิ่นหอมเหมือนกลิ่นอบเชย กลิ่นลูกจันทน์และกลิ่นของกานพลูรวมกัน โดยในประเทศแถบยุโรปและอเมริกานิยมนำใบและผลของต้น “ออลสไปซ์” ไปเป็นเครื่องเทศ ประกอบอาหารได้ทั้งประเภทอาหารคาวหวาน ซึ่งใบแห้งผลแห้งนำไปบดเป็นผงรวมกันใส่ในสตูเนื้อ สตูแพะ หรือแกะ หมักทำปูอบ ปูนึ่ง ไก่อบสมุนไพร คลุกกับกุ้งสดผสมเนยเล็กน้อยย่างไฟเพิ่มกลิ่นหอมชวนให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น ส่วนอาหารหวาน นิยมนำผง “ออลสไปซ์” ใส่ในฟรุตเค้กคริสต์มาสพุดดิ้งและอื่นๆอีกหลายชนิดทำให้ของหวานเหล่านั้นมีกลิ่นหอม รับประทานอร่อยมาก ในประเทศไทยมี “ออลสไปซ์” สั่งนำเข้าชนิดแห้งบดละเอียด เป็นผงบรรจุถุงพลาสติกวางขายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป ส่วนใหญ่ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และเชฟตามห้องอาหารโรงแรมใหญ่ๆนิยมซื้อไปปรุงอาหารเป็นประจำ

ออลสไปซ์ หรือ PIMENTA DIOICA (L.) MERR. อยู่ในวงศ์ MYRTACEAE เป็นไม้พุ่ม สูง 2-3 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงกันข้าม รูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายและโคนใบแหลม เนื้อใบค่อนข้างหนา มีน้ำมันหอมระเหยกระจายทั่วทั้งใบ เมื่อเด็ดขยี้ดมจะมีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นอบเชย กลิ่นลูกจันทน์และกลิ่นกานพลู รวมกันในใบเดียวตามที่กล่าวข้างต้น ใบดกและหนาแน่นมาก ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบใกล้ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อย สีนวล ขนาดเล็กจำนวนมาก “ผล” รูปทรงกลมคล้ายเมล็ดพริกไทย แต่จะมีขนาดใหญ่กว่าเป็น 2 เท่า มีรสเผ็ดร้อนคล้ายพริกไทย มีกลิ่นหอมเหมือนกับกลิ่นของใบทุกอย่าง มีดอกและติดผลทั้งปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

ประโยชน์นอกเหนือจากที่ระบุข้างต้น น้ำมันสกัดจากใบและผลทำ เป็นยาทาถูนวดแก้ปวดกล้ามเนื้อและปวดตามข้อได้ดีมาก ปัจจุบันเป็นไม้หายากไม่มีคนตอนกิ่งขายครับ.

“นายเกษตร”