บริการข่าวไทยรัฐ

เชื้อก่อโรคใน...ปลาส้มฟัก

พื้นที่ภาคกลางมีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน บางพื้นที่มีคลองซอยคลองย่อย แยกออกไปให้บรรดาชาวไร่ ชาวนา ชาวสวนได้นำน้ำไปทำเกษตรกรรม ทำการเพาะปลูก และยังเป็นแหล่งจับสัตว์น้ำของชาวประมงด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพันธุ์ปลานานาชนิด

ปลาที่เหลือจากนำมาปรุงเป็นอาหารสดแล้ว ยังนิยมนำมาถนอมเพื่อให้เก็บรักษาไว้ได้นานๆ เช่น ภาคกลางมีการนำมาถนอมเป็นปลาร้า ปลาแจ่ว ปลาส้มฟัก เก็บไว้ทานในครัวเรือน และบางรายนำมาทำขายเป็นรายได้เสริมจนร่ำรวยกันนักต่อนักแล้ว

ปลาส้มฟัก จะนิยมใช้ปลากราย ปลายี่สกมาขูดๆเอาแต่เนื้อปลา นำมานวดด้วยเกลือทะเลให้เหนียว หมักด้วยกระเทียม ข้าวสุก เก็บไว้ประมาณ 1-2 วัน เพื่อให้เกิดรสเปรี้ยว แล้วห่อด้วยใบตองเพื่อให้มีรสชาติอร่อยและมีกลิ่นหอม ก่อนทานนำมาทอดด้วยไฟอ่อนๆ พอสุกแล้วทานพร้อมผัก พริกสด แค่นี้ก็อร่อยเหาะ อร่อยแล้ว

ขอเตือนว่าอาจต้องเพิ่มความระมัดระวังด้วย ไม่เช่นนั้นอาจจะพบกับเชื้อก่อโรคที่แฝงมากับปลาส้มฟักได้ เช่น เชื้อก่อโรคที่ชื่อว่า คลอสตริเดียม เพอร์ฟริงเจนส์

เชื้อชนิดนี้สามารถพบได้ตามแหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อม ปลาสดที่นำมาทำเป็นปลาส้มฟัก ก็อาจมีเชื้อชนิดนี้ปนเปื้อนอยู่ได้

นอกจากนั้น ใบตองที่นำมาห่อถ้าไม่ทำความสะอาดให้ดีเพียงพอก็อาจมีเชื้อชนิดนี้ปนเปื้อนได้เช่นกัน

วันนี้สถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่างปลาส้มฟักจำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 4 ยี่ห้อ และจาก 1 ร้านค้า เพื่อนำมาตรวจวิเคราะห์ เชื้อคลอสตริเดียม เพอร์ฟริงเจนส์ ปนเปื้อน

ผลปรากฏว่า พบการปนเปื้อนทุกตัวอย่าง แต่พบในปริมาณที่ยังไม่เกินเกณฑ์คุณภาพทางจุลชีววิทยาของอาหารฯของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

ท่านที่ชอบปลาส้มฟักคงสบายใจกันได้ ทางที่ดีเลือกทานอาหารให้หลากหลายและครบ 5 หมู่ เพื่อความปลอดภัยและร่างกายที่แข็งแรง.