บริการข่าวไทยรัฐ

'บิ๊กแดง' เผยลดกำลังคุม 'ธรรมกาย' ใช้ ปตอ. คุมพื้นที่โดยรอบ

มทภ.1 เผยลดกำลังทหารคุม วัดพระธรรมกาย เหลือกำลัง ปตอ.ตรึงโดยรอบ ดูความเรียบร้อย เชื่อปรองดองออกมาดี ขอทุกฝ่ายอดใจรอเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 60 ที่กองทัพภาคที่ 1 พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงการดูแลบริเวณรอบวัดพระธรรมกาย ของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 1 (กกล.รส.ทภ.1 ) ว่า หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เข้าไปตรวจค้นได้ทุกจุดภายในวัดพระธรรมกายแล้ว โดยกำลังทหารมีการปรับลดกำลังพลที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลังเข้าไปดูแล โดยใช้กำลังพลในพื้นที่รับผิดชอบคือ กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (ปตอ.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชนจาก จ.ปทุมธานี และเจ้าหน้าที่สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้าไปดูแล โดยทางทหารเข้าไปดูภาพรวมความเรียบร้อย รวมถึงดูการดำเนินการของวัดพระธรรมกายว่าเป็นไปตามข้อตกลงหรือไม่ แม้จะทราบว่าพระธัมมชโยไม่ได้อยู่ภายในวัดแล้วก็ตาม

เมื่อถามว่า ดีเอสไอได้ทำหนังสือขอกำลังเจ้าหน้าที่ทหารมาช่วยงานต่อหรือไม่ พล.ท.อภิรัชต์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ได้ทำเรื่องมาตั้งแต่ต้น โดยได้แต่งตั้ง ผบ.ปตอ.เป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการร่วมวัดพระธรรมกาย เพราะฉะนั้นทาง ผบ.ปตอ.มีอำนาจเต็มตามคำสั่งของทางดีเอสไอที่ได้แต่งตั้ง

นอกจากนี้ พล.ท.อภิรัชต์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการจัดเวทีปรองดองในระดับพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 ว่า หน่วยทหารทุกจังหวัดในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 ได้รายงานเข้ามาเป็นระยะว่าได้รับความร่วมมือจากประชาชน และนักการเมืองในพื้นที่เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม กลุ่มการเมือง ข้าราชการ นักวิชาการ และแกนนำมวลชนในพื้นที่ เพื่อที่จะได้ข้อมูลที่ครอบคลุมในพื้นที่จนถึงส่วนกลาง ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีทุกจังหวัด ตนเชื่อว่าคงมีความเข้าใจแนวทางของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลมากขึ้น โดยเฉพาะคำถามที่ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้พ่วงไปอีก 1 คำถาม ในเรื่องที่ว่าคิดอย่างไร และจะแก้ปัญหาอย่างไรเพื่อทำให้เกิดความปรองดอง

"ผมยืนยันว่าในทุกพื้นที่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เชื่อว่าทุกคนอยากให้ประเทศนั้นดีขึ้น แต่ช่วงเวลาที่เปลี่ยนผ่านจะเป็นช่วงที่อ่อนไหว ถึงแม้ว่าเวลาจะเปลี่ยนไป แต่เจตนารมณ์ของนายกฯ ไม่เคยเปลี่ยน ดังนั้นขอให้อดใจสักระยะหนึ่ง หากมีอะไรขอให้มาพูดกันในเวทีปรองดอง ซึ่งเรารับฟังทุกอย่าง และพร้อมที่จะนำข้อคิดเห็นของนักการเมือง และกลุ่มเป้าหมายทั้ง 4 กลุ่มนำไปหารือ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง หรือแก้ไขในสิ่งทุกคนเห็นว่าไม่เหมาะสมหรือสอดคล้องกับประเทศผมเชื่อว่าการปรองดองในครั้งนี้จะออกมาดี" พล.ท.อภิรัชต์ กล่าว.